ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคนใหม่ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้นั่งตำแหน่งนี้
เดินไปข้างหน้าภารกิจยังมีอีกมากมาย จากนี้ไปต้องเหนื่อยแน่นอน ต้องทำงานเชิงรุกและส่งเสริมสมาคมกีฬา หลายนโยบาย เพื่อที่เราจะได้เป็นเสาหลักให้กับกีฬาต่างๆ เท่าที่จะเป็นได้ ขาดไม่ได้คือการทำงานเชื่อมโยงกับภาครัฐ โดยเฉพาะเรื่องเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ต้องคุยทั้ง การกีฬาแห่งประเทศไทย กับ รัฐมนตรีสรวงศ์ เทียนทอง เนื่องจากไม่ขึ้นมาแล้ว 15 ปีแล้ว
ส่วนเงินรางวัลซีเกมส์และการแก้ปัญหาเงินฝืดกับสมาคมกีฬาต่างๆ สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องแก้ไข และช่วยกันขับเคลื่อน
สำหรับงานที่จะทำไม่มีชิ้นแรกแต่ทำหลายๆชิ้นพร้อมกันที่ได้เสนอนโยบายมาต้องทำทั้งหมด ส่วนการทำงานในยุคของผม เน้นทำงานเชิงรุก ทุกอย่างที่ทำแต่เดิมแล้วก็ทำให้ดียิ่งขึ้น เข้มข้นยิ่งขึ้น และยังมีใหม่ๆที่ต้องเสริมเข้ามาตามนโยบายที่ได้พูดไว้
ประเด็นเรื่องเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา อย่างที่ทราบนักกีฬาทุกวันนี้ได้ 600 บาท เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าหาร 600 บาท ค่าที่พัก 300 รวม 900 อยู่แบบนี้มา 15-16 ปีแล้ว จะพยายามทำตรงนี้คุยกับภาครัฐว่าดันขึ้นไปอีกได้ไหม เพิ่มมาอีก 300 บาท เป็น 900+300 บาท ส่วนเรื่องเงินฝืดที่ล่าช้า 5-6 เดือน เราจะพยายามแก้ไขระบบระเบียบให้คล่องตัวและเร็วขึ้น ปิดท้ายที่การขึ้นเงินรางวัลเหรียญซีเกมส์
ส่วนกรณี นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และทีมงานจำนวน 11 คน จะวอล์คเอาท์และเดินทางกลับ
ผศ.พิมล กล่าวว่า ผมไม่ได้มองว่าจะเป็นรอยร้าว เราเป็นคนกีฬาด้วยกันทั้งสิ้น คนกีฬารู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย เราต้องทำงานกันต่อไป ที่อยู่ตรงนี้ต้องขับเคลื่อนช่วยเหลือทุกสมาคมฯ เพราะสุดท้ายเหรียญรางวัลซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ โอลิมปิก และ ชิงแชมป์โลก เป็นหน้าตาของประเทศไทยทุกคน สุดท้ายขอขอบคุณ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ไอโอซีเมมเบอร์ ที่ให้การช่วยเหลือและเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อน