รูเบน อโมริม กำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด กับระบบ 3-4-2-1 ที่ยังไม่ตอบโจทย์ นับตั้งแต่กุนซือชาวโปรตุกีส เข้ามาคุมทีมเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2024 โดยในฤดูกาลใหม่ แม้ อโมริม จะได้รับการสนับสนุนในการดึงแข้งใหม่ในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์ก็ตาม แต่ฟอร์มของ "ปีศาจแดง" ยังไม่กระเตื้องขึ้น มีเพียง 4 แต้ม จาก 4 นัดในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ยับเยินในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ให้กับ ทีม "เรือใบสีฟ้า"
หากแมนฯ ยูไนเต็ด มีการปลด อโมริม พร้อมยอมจ่ายค่าฉีกสัญญา 11.9 ล้านปอนด์ ไปดูกันว่าหากกุนซือคนใหม่เข้ามานั้น จะมีแข้งคนใดที่อาจถูกมองว่าเป็นส่วนเกินกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
1. พาทริค ดอร์กู
นักเตะทีมชาติเดนมาร์ก ที่เคยเล่นวิงแบ็กให้กับ ลีลล์ และเหมาะสมกับ แผนการเล่น 3-4-2-1 ที่ แมนยู กับค่าตัว 29.1 ล้านปอนด์ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม และก็สร้างความประทับใจ ให้ยูไนเต็ด กับการเปลี่ยนเกมรับมาเป็นรุกทางฝั่งซ้าย ซึ่งหากการมาของ ผู้จัดการทีมคนใหม่ ทีมอาจกลับไปใช้แผนแนวรับ 4 คนเหมือนเดิม และบทบาทของ ดอร์กู ที่ไม่เหมาะกับการดวลตัวต่อตัว และยังประสบปัญหาการเล่นริมเส้นในเวทีพรีเมียร์ลีก คงจะไม่มีความสำคัญอีกต่อไป
2.ลุค ชอว์
เป็นผู้เล่นที่อยู่ทีมมายาวนานที่สุด หลังย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาในช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมา ชอว์ ผ่านการเล่นภายใต้ผู้จัดการทีมถาวร 5 คนและกุนซือชั่วคราว 1 คน แข้งวัย 30 ปี เคยพิสูจน์ว่าเป็นแบ็กซ้ายดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกในยุคที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คุมทัพ แต่ปัจจุบันดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษ ได้รับบทบาทเป็นเซ็นเตอร์ฝั่งซ้ายในแนวรับ 3 คน ของอโมริม เนื่องจาก ลิซานโดร มาร์ติเนซ ยังเจ็บ ...หากการมาของผู้จัดการทีมคนใหม่และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นจะทำให้ ชอว์ มีอนาคตที่ไม่แน่นอนในโอลด์ แทรฟฟอร์ด
3.แฮร์รี่ แม็กไกวร์
ในขณะที่นักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดหลายคนต้องดิ้นรนเพื่อปรับตัวเข้ากับแผนการเล่นที่แตกต่างภายใต้การคุมทีมของอโมริม แต่ แม็กไกวร์กลับเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด ก่อนหน้านี้ เซ็นเตอร์แบ็กวัย 32 ปี ทำผลงานได้ดีในระบบเดียวกันให้กับทีมชาติอังกฤษ โดยช่วยให้ทีม "สิงโตคำรมม " ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2018 และรอบชิงยูโร 2020 เวลานี้ แม็กไกวร์ เหลือสัญญาปีสุดท้าย กับการรับค่าเหนื่อย 190,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งการต้องแย่ง 2 ตำแห่งในพื้นที่เซ็นเตอร์ ที่มีทั้ง เลนี่ โยโร่, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ และ เอเด้น เฮเว่น น่าจะเป็นเรื่องที่ยากรวมถึง ซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ ก็อยากจะลดค่าจ้างของอดีตแข้งเลสเตอร์ ลงด้วยเช่นกัน
4.เมสัน เมาท์
แม้ว่าจะต้องทนทุกข์กับอาการบาดเจ็บหลังย้ายมาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด แต่เมาท์ก็ยังคงได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจาก อโมริม อดีตแข้งเชลซี รายนี้ถูกออกแบบให้เล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 ทางฝั่งซ้ายในระบบ 3-4-2-1 โดยเจ้าตัวเคยเล่นตำแหน่งเดียวกันภายใต้การคุมทีมของโทมัส ทูเคิล ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยในฤดูกาล 2025-2026 เมาท์ ได้โอกาสเป็นตัวจริง 3 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บอีกครั้งในเกมกับเบิร์นลีย์ ...การที่กุนซือคนใหม่จะเข้ามา พื้นที่หมายเลข 10 น่าจะมีเพียงคนเดียวและกัปตันทีมอย่างบรูโน่ แฟร์นันด์ส ก็อยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่าดาวเตะวัย 26 ปี ที่พลาดการลงเล่นมากกว่า 50 เกมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเพราะอาการบาดเจ็บ อย่างไม่ต้องสงสัย
5.โจชัว เซิร์กเซ่
เป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาครั้งสุดท้ายของยุคเอริก เทน ฮาก โดยย้ายจากโบโลญญามาด้วยค่าตัว 36.5 ล้านปอนด์ ช่วงซัมเมอร์ปี 2024 แข้งทีมชาติเนเธอร์แลนด์ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองว่าทำผลงานได้ดีเท่าไหร่นัดที่โอลด์แทรฟฟอร์ด โดยทำไปเพียง 7 ประตูจากการลงสนาม 52 นัดในทุกรายการ
...ในยุคของ อโมริม ด้าน เซิร์กเซ่ เล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 หลังกองหน้าเป็นหลัก และสร้างความประทับใจด้วยการเล่นเชื่อมโยงกับเทคนิคส่วนตัว
นอกจาก เมสัน เมาท์แล้ว แข้งวัย 24 ปีรายนี้คงพบว่าตัวเองอยู่ลำดับรองจากกัปตัน บรูโน่ หากแมนฯ ยูไนเต็ด กลับไปใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 ภายใต้ ผู้จัดการทีมคนใหม่ ที่ผ่านมา เซิร์กเซ่ ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับหลายทีมในเซเรีย อา ซึ่งยูไนเต็ด ก็อาจมองหากองหน้าดั้งเดิมที่เวลานี้ตัวเลือกคือ เบนจามิน เซสโก้