จากการที่ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนพฤษภาคมกับกระแสเสนอให้ศึกฟุตบอลโลก 2030 ซึ่งเป็นปีของการครบรอบ 100 ปีทัวร์นาเมนต์นี้ (จัดครั้งแรก ปี 1930) ได้มีการขยายทีมในรอบสุดท้ายจาก 48 เป็น 64 ทีม โดยจานนี่ อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ได้บอกถึงไอเดียของเสนอของ อเลฮานโดร โดมิงเกซ ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (คอนเมโบล) กับการเฉลิมฉลองกับรายการฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ล่าสุด อินฟานติโน่ ได้พบกับ โดมิงเกซ รวมถึงผู้นำสหพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ 3 ชาติ อาร์เจนตินา ,ปารากวัย และ อุรุกวัย ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อหารือเกี่ยวกับการขยายจำนวนทีมในฟุตบอลโลกชายปี 2030 เป็น 64 ทีม ที่จะมีเจ้าภาพ 6 ชาติกระจายอยู่ใน 3 ทวีป (โมร็อกโก, โปรตุเกส สเปน เจ้าภาพนัดฉลอง 100 ปีฟุตบอลโลกอาร์เจนตินา,ปารากวัย, อุรุกวัย)
ซึ่งหากจะมีทีมเพิ่มขึ้นจริงน่าจะทำให้ทั้ง 10 ประเทศสมาชิกคอนเมโบล ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันรายการใหญ่ขึ้นเวเนซุเอลาเป็นประเทศเดียวที่ไม่เคยผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก
"เราเชื่อมั่นในฟุตบอลโลกปี 2030 ที่จะสร้างประวัติศาสตร์!" โดมิงเกซกล่าวในโพสต์โซเชียลมีเดียหลังการประชุม
"ขอขอบคุณท่านประธาน อินฟานติโน่ ที่ให้การต้อนรับและร่วมเดินทางสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เราต้องการเรียกร้องความสามัคคี ความคิดสร้างสรรค์ และความเชื่อมั่นอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเมื่อฟุตบอลถูกแบ่งปันโดยทุกคน การเฉลิมฉลองก็จะเป็นสากลอย่างแท้จริง"
ทั้งนี้หากฟีฟ่าอนุมัติการเคลื่อนไหวดังกล่าว จะทำให้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 128 นัด ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากรูปแบบการแข่งขัน 64 นัดที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 1998- 2022 เมื่อต้นปีนี้ อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานยูฟ่า กล่าวถึงการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 64 ทีมว่าเป็น "แนวคิดที่แย่มาก "
นอกจากนี้นักวิจารณ์ยังโต้แย้งว่าข้อเสนอ 64 ทีมนี้จะทำให้คุณภาพการเล่นลดลงรวมถึงลดคุณค่าของการคัดเลือกในทวีปต่างๆ เช่นกัน
อย่างไรก็ตามในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่มี สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา เป็นเจ้าภาพร่วมกัน จะเป็นครั้งแรกที่ขยายทีมรอบสุดท้ายจาก 32 เป็น 48 ทีม