ไขข้อสงสัย! ทำไมต้องกระโดดเสิร์ฟลูกวอลเลย์บอล ดีกว่าเสิร์ฟแบบอื่นยังไง?
สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มติดตามกีฬาวอลเลย์บอล อาจสังเกตเห็นว่ามีนักกีฬาหลายคนเลือกใช้เทคนิค "กระโดดเสิร์ฟ" แทนการเสิร์ฟแบบธรรมดา จนเกิดคำถามขึ้นมาว่า... ทำไมต้องกระโดดเสิร์ฟ? เทคนิคนี้ดีกว่าวิธีอื่นจริงหรือ? แล้วแบบไหนรับลูกได้ยากกว่ากัน?
บทความนี้ PPTV จะพาไปหาคำตอบพร้อมอธิบายให้เข้าใจง่ายว่า การเสิร์ฟลูกวอลเลย์บอลมีกี่แบบ และการกระโดดเสิร์ฟนั้นมีข้อดีอย่างไร
ทำไมจึงกลายเป็นเทคนิคยอดนิยมที่หลายคนเลือกใช้ โดยเฉพาะวงการวอลเลย์บอลไทยที่ผลักดันการเสิร์ฟแบบกระโดดมาอย่างต่อเนื่อง
เสิร์ฟแบบกระโดด (Jump Serve) คืออะไร?
การเสิร์ฟแบบกระโดด คือเทคนิคการเสิร์ฟลูกวอลเลย์บอลรูปแบบหนึ่ง ที่ผู้เสิร์ฟจะทำการโยนบอลขึ้นสูงเหนือศีรษะ แล้วกระโดดตบลูกเสิร์ฟกลางอากาศ ซึ่งลักษณะของลูกวอลเลย์บอลที่ถูกเสิร์ฟด้วยเทคนิคนี้จะมีความเร็ว แรง วิถีของลูกจะเป็นลักษณะลูกพุ่งเป็นมุมกด ทำให้ฝ่ายตรงข้ามรับมือได้ยาก
การเสิร์ฟลูกในกีฬาวอลเลย์บอลถือเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดรูปแบบเกมในเซตนั้น ๆ เลยทีเดียว ซึ่งการกระโดดเสิร์ฟลูกวอลเลย์บอลเป็นอีกเทคนิคการเสิร์ฟที่ทรงพลัง และช่วยเพิ่มโอกาสทำแต้มมากขึ้น แต่ทั้งนี้การกระโดดเสิร์ฟไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้เล่นต้องมีทั้งพละกำลัง ความแม่นยำ และการฝึกฝนที่ต่อเนื่อง หากกระโดดเสิร์ฟพลาด เช่น เสิร์ฟออกนอกสนามหรือไม่ข้ามตาข่าย ก็อาจเสียคะแนนให้ฝ่ายตรงข้ามไปได้ง่าย ๆ เช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงเหมาะกับนักวอลเลย์บอลมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มข้น
การเสิร์ฟวอลเลย์บอลมีทั้งหมดกี่แบบ ?
การเสิร์ฟลูกวอลเลย์บอลพื้นฐานมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ คือการเสิร์ฟลูกมือล่าง (Underhand Serve) และการเสิร์ฟลูกมือบน (Overhand Serve) ทั้งนี้การเสิร์ฟลูกวอลเลย์บอลยังมีรูปแบบย่อย ๆ โดยอิงพื้นฐานจากรูปแบบการเสิร์ฟหลักที่ทำให้วิถีบอลเปลี่ยนไป และเหมาะกับการนำไปใช้ในสถานการณ์ที่ต่างกัน เช่น
- การเสิร์ฟลูกมือล่าง (Underhand Serve) เป็นวิธีการเสิร์ฟลูกวอลเลย์บอลแบบง่าย โดยใช้มือข้างหนึ่งถือบอล แล้วเหวี่ยงแขนอีกข้างในลักษณะเหวี่ยงลูกตุ้ม เพื่อตีบอลไปยังฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมือที่ตีลูกสามารถแบมือหรือกำมือก็ได้ วิถีลูกเสิร์ฟแบบนี้มักจะคาดเดาทิศทางได้ง่าย จึงเหมาะกับผู้เล่นเบื้องต้น หรือผู้ที่ต้องการถนอมแรง
- การเสิร์ฟลูกมือบน (Overhand Serve) เป็นการเสิร์ฟขั้นพื้นฐาน โดยโยนลูกขึ้นเหนือศีรษะแล้วเหวี่ยงแขนจากหลังศีรษะเพื่อตีลูกอย่างเต็มแรง การเสิร์ฟด้วยเทคนิคนี้จะทำให้ลูกพุ่งแรงขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถควบคุมทิศทางลูกได้ง่าย เหมาะกับการเล่นทุกรูปแบบ
- การกระโดดเสิร์ฟ (Jump Serve) เป็นการตีลูกบนอากาศโดยใช้พละกำลังจากแรงกระโดด ทำให้ลูกพุ่งแรง ชัน และรับได้ยาก เหมาะกับการโจมตีเพื่อเก็บแต้มอย่างรวดเร็ว หรือต้องการกดดันผู้เล่นรับเสิร์ฟของฝ่ายตรงข้าม
- การเสิร์ฟลูกลอย (Float Serve) เป็นการตีลูกบนอากาศโดยใช้ฝ่ามือปะทะแบบแบน ๆ เพื่อไม่ให้ลูกหมุน ทำให้ลูกลอยและตกแบบคาดเดาทิศทางได้ยาก เหมาะกับการโจมตีคู่แข่งที่ไม่สามารถอ่านการเคลื่อนที่ของลูกเสิร์ฟได้
- การเสิร์ฟแบบท็อปสปิน (Topspin Serve) เป็นการตีลูกบนอากาศ โดยการเหวี่ยงแขนและสะบัดข้อมือเพื่อสร้างแรงหมุนให้กับบอล ทำให้ลูกบอลหมุนด้วยความเร็ว ในขณะที่ผู้เล่นยังสามารถคุมวิถีของลูกได้ดี เหมาะกับการเสิร์ฟที่ต้องการความแรงแต่ยังคุมลูกได้ โดยเฉพาะการกำหนดเป้าหมายไปยังพื้นสนามของฝ่ายตรงข้าม
เสิร์ฟแบบกระโดดกับเสิร์ฟแบบธรรมดา อันไหนรับยากกว่ากัน ?
หากคุณติดตามการแข่งขันวอลเลย์บอลโลกมาบ้าง มักจะเห็นผู้เล่นเสิร์ฟในลักษณะกระโดดเสิร์ฟ และอาจสงสัยว่าทำไมต้องกระโดดเสิร์ฟ? คำตอบก็คือ การกระโดดเสิร์ฟเป็นวิธีเสิร์ฟลูกที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีกลับได้ยาก ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
- ความเร็วของลูก : การกระโดดเสิร์ฟจะอาศัยทั้งแรงเหวี่ยงแขนและแรงกระโดด ทำให้ลูกพุ่งด้วยความเร็วสูง จนผู้เล่นฝ่ายรับมีเวลาตัดสินใจน้อยมาก กลับกันกับการเสิร์ฟแบบธรรมดาที่ให้ความเร็วที่น้อยกว่า ทำให้ฝ่ายตรงข้ามมีเวลาในการตั้งรับมากขึ้น
- วิถีและมุมตกของลูก : การกระโดดเสิร์ฟลูกมักพุ่งเป็นมุมกดลง หรือมีรอบหมุนมาก ทำให้ลูกตกอย่างรวดเร็ว รับยาก ในขณะที่การเสิร์ฟทั่วไปจะมีวิถีโค้งที่คาดเดาจุดตกได้ง่ายกว่า
- การคาดเดาทิศทาง : นักกีฬามักใช้การกระโดดเสิร์ฟเพื่อเจาะจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม เช่น มุมสนาม หรือโซนที่รับไม่ถนัด ทำให้มีโอกาสทำแต้มสูง ขณะที่การเสิร์ฟธรรมดา แม้จะวางเป้าหมายได้ แต่ฝ่ายรับมักมีเวลาปรับตัวมากกว่า
เมื่อพิจารณาทั้งความเร็ว มุมตก และความยากในการคาดเดา จะเห็นได้ว่าการกระโดดเสิร์ฟมีศักยภาพในการสร้างความได้เปรียบอย่างมากในเกมการแข่งขัน ดังนั้น หากนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทยสามารถพัฒนาทักษะกระโดดเสิร์ฟได้ดี ก็อาจเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ ที่ช่วยให้การเจอกับคู่ต่อสู้ที่ได้เปรียบด้านร่างกายกลายเป็นเกมที่สูสีมากขึ้น
นักวอลเลย์บอลที่ลงแข่งนิยมใช้เทคนิคแบบไหน?
การกระโดดเสิร์ฟ ถือเป็นหนึ่งในเทคนิคยอดนิยมของการแข่งขันวอลเลย์บอลระดับสูง เพราะเป็นวิธีที่สามารถสร้างโอกาสทำ “เอซ” หรือแต้มจากการเสิร์ฟได้มากที่สุด เนื่องจากลูกเสิร์ฟมีทั้งความเร็ว แรง และมุมตกที่ทำให้ฝ่ายรับรับมือได้ยาก
อย่างไรก็ตาม การกระโดดเสิร์ฟไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะต้องอาศัยทั้งพละกำลัง ความแม่นยำ และการควบคุมจังหวะที่ดี หากทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาจกลายเป็นโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งเกมรุกได้ง่าย หรือแม้แต่เสียแต้มจากการเสิร์ฟพลาด
ด้วยเหตุนี้ นักกีฬามืออาชีพจึงมักเลือกเทคนิคการเสิร์ฟให้เหมาะกับสถานการณ์ เช่น ใช้กระโดดเสิร์ฟเพื่อกดดันในช่วงสำคัญ หรือเปลี่ยนเป็นการเสิร์ฟลูกลอยเพื่อสร้างความปั่นป่วนในการรับบอลของคู่ต่อสู้ ทั้งหมดนี้เพื่อให้ทีมได้เปรียบตั้งแต่เริ่มต้นเกม
ทำไมต้องกระโดดเสิร์ฟลูกวอลเลย์บอล? เลือกเทคนิคเสิร์ฟ เพื่อคุมเกมตั้งแต่แต้มแรก
สรุปว่าทำไมต้องกระโดดเสิร์ฟลูกวอลเลย์บอล? เพราะการกระโดดเสิร์ฟเป็นเทคนิคที่ทรงพลังและช่วยสร้างความได้เปรียบตั้งแต่เริ่มเกม ด้วยความเร็ว แรง และวิถีลูกที่คาดเดายาก ทำให้ฝ่ายตรงข้ามรับมือได้ลำบาก อย่างไรก็ตาม การเสิร์ฟลักษณะนี้ต้องอาศัยทักษะและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เล่นสามารถควบคุมทิศทาง ความแรง และเพิ่มโอกาสทำแต้มได้มากขึ้น ทั้งนี้ ผู้เล่นควรจะเลือกใช้เทคนิคให้เหมาะกับสถานการณ์ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของเกม ลดความเสี่ยงในการเสียแต้ม และสร้างแรงกดดันต่อคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ร่วมส่งเสียงเชียร์นักตบสาวไทย ในศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2026 โดยสามารถติดตามและเช็กโปรแกรมวอลเลย์บอล พร้อมรับชมถ่ายทอดสดวอลเลย์บอลครบทุกแมตช์ ทาง PPTV HD 36 ทั้งทางออนไลน์และแอปพลิเคชัน