เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือทัพเรือใบสีฟ้า เคยให้สัมภาษณ์ตอนถูกนักข่าวจาก BBC ถามถึงการชอบเสียประตูในนาทีบาปไว้ว่า “ผมมีเรื่องให้กังวลเยอะ แต่เรื่องนี้ (การเสียประตูในนาทีบาป) ไม่ใช่หนึ่งในนั้น”
แต่พอมาถึงเกมล่าสุดในศึกแชมเปียนส์ลีก คำตอบนั้นดูเหมือนจะต้องถูกทบทวนใหม่…
โดยเกมที่ผ่านมาแมนฯซิตี้ ออกไปเยือนโมนาโก และขึ้นนำได้ถึงสองครั้งจากเออร์ลิง ฮาลันด์ แต่ก็โดนตีเสมอกลับมาถึงสองหน
สุดท้ายจบเกมด้วยผลสกอร์ 2-2 โดนลูกตีเสมอในนาทีที่ 90 จากการยิงจุดโทษของเอริก ดายเออร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ
สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือรูปแบบการเสียประตูช่วงท้ายเกมของทัพเรือใบสีฟ้าที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ซิตี้เสียประตูไปแล้วทั้งหมด 8 ลูกในทุกรายการ และมักโดนยิงในช่วงนาทีท้ายของแต่ละครึ่งทั้งนั้น และนั่นมันสร้างความเสียหายชัดเจน มาไล่เรียงไทม์ไลน์กัน…
- 23 สิงหาคม แพ้สเปอร์ส 2-0 โดยเสียประตูก่อนหมดครึ่งแรกในช่วงทดเจ็บ
- 31 สิงหาคม แพ้ไบรท์ตัน 2-1 เพราะโดนยิงนาที 89
- 21 กันยายน เสมออาร์เซน่อล 1-1 เพราะโดนตีเสมอนาที 93
และล่าสุด 1 ตุลาคม เสมอโมนาโก 2-2 เพราะเสียจุดโทษนาที 90
พวกเขาทำแต้มหล่นไปแล้ว 3 คะแนนในพรีเมียร์ลีกจากการเสียประตูช่วงท้ายเกม และอีก 2 คะแนนในแชมเปียนส์ลีก ซึ่งถ้าไม่พลาดเกมพวกนี้ แมนฯซิตี้จะมีแต้มเท่าอาร์เซน่อลที่อยู่อันดับสองในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกไปแล้ว
นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ซิตี้พลาดโอกาสแก้สถิติย่ำแย่ในเกมเยือนของเกมยุโรป เพราะตอนนี้พวกเขาไม่ชนะเกมเยือนในแชมเปียนส์ลีกมา 5 นัดติดแล้ว และมันยังต่อเนื่องมาจากซีซั่นก่อนที่ทีมพลาดทั้งถ้วยใหญ่ และจบเพียงอันดับสามในลีกเท่านั้น
ในเกมล่าสุด การเสียจุดโทษก็มาจากจังหวะฟรีคิกที่เอริก ดายเออร์ พยายามพุ่งโหม่ง แต่ดันถูก นิโก้ กอนซาเลซ ตัวสำรองของแมนฯซิตี้ เตะเข้าที่หัว ซึ่งกว่าที่ดายเออร์จะได้ยิงต้องรอเกือบ 5 นาที เพราะกรรมการเช็ก VAR แต่สุดท้ายดายเออร์ก็ยิงไม่พลาด ยิงเข้าไปในนาทีที่ 90
เป็นอีกครั้งที่พวกเขาเสียประตูในนาทีบาป…เป๊ปจะแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่? ต้องรอติดตามต่อไป