นักเตะคนล่าสุดที่ถูกพุ่งเป้ากับการเป็น 007 คือ โฟลเรียน เวียตซ์ แข้งที่ลิเวอร์พูลจ่ายเงินสูงถึง 116 ล้านปอนด์ (ประมาณ 156.3 ล้านดอลลาร์ฯ) ซื้อตัวเขามาจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ เวียตซ์ยังยิงและแอสซิสต์ไม่ได้แม้แต่ลูกเดียวหลังจากผ่านไปแล้ว 7 นัดในเกมลีก โดยแหล่งข่าวที่ทำให้คำว่า ‘007’ เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นคือ Sky Sports Germany
ในเดือนสิงหาคม 2021 พวกเขาเคยโชว์กราฟิกที่ตัดต่อรูป เจดอน ซานโช่ ให้ใส่ชุดทักซิโด้แบบ เจมส์ บอนด์ พร้อมแท็ก ‘007’ เพื่อแซวผลงานของเจ้าตัวที่ยังว่างเปล่าช่วงเปิดตัวกับแมน ยูไนเต็ดหลังย้ายมาจากดอร์ทมุนด์ด้วยค่าตัว 73 ล้านปอนด์ในตอนนั้น
ผลงานส่วนตัวของซานโช่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่…ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นหลายคนที่เริ่มต้นด้วยการไม่ยิงหรือแอสซิสต์ในเจ็ดเกมแรก กลับกลายเป็นนักเตะดังในภายหลังก็มี
ยิ่งถ้าสมมติว่าในปี 1999 โลกโซเชียลมีเดียมันบูมแบบตอนนี้ เธียร์รี่ อองรี ย้ายมาอาร์เซน่อลจากยูเวนตุส ตอนนั้นเขาอายุ 21 ปี ซึ่งอายุน้อยกว่าโฟลเรียน เวียตซ์ ตอนนี้เพียงไม่กี่เดือน เขาก็อาจโดนถล่มในโลกออนไลน์เหมือนกัน เพราะเขาไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ได้เลยหลังจากผ่านไป 7 เกมแรกในลีก
แต่สุดท้ายเขากลายเป็นนักเตะระดับตำนานยิง 175 ประตูในพรีเมียร์ลีก บวกกับอีก 74 แอสซิสต์ และเป็นดาวซัลโวสูงสุดของอาร์เซน่อล
ถ้าลงไปดูรายชื่ออื่น ๆ ก็จะมี มาเธอุส คุนญ่า ที่ช่วงแรกก็อาจจะยังปรับตัวไม่ได้กับวูล์ฟส์ฯ หลังย้ายมาจากแอตเลติโก มาดริดในปี 2023 แต่เมื่อปรับตัวได้ เขาก็เติบโตจนเป็นตัวหลัก และตัวเขาเอง (คุนญ่า) ยังเคยพูดว่า “พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ดีที่สุดในโลก เลยยากกว่าและต้องใช้เวลาในการปรับตัว” แต่เมื่อปรับตัวได้ความมั่นใจก็ตามมา
เมื่อมีแข้งใหม่ ๆ ย้ายเข้ามาสู่พรีเมียร์ลีก การปรับตัวให้เข้ากับความเข้มข้นของลีกคือความท้าทายที่ผู้เล่นใหม่มักจะพูดถึง และตัวเลขสถิติก็ยืนยันเรื่องนี้
ข้อมูลจาก SkillCorner บอกว่าโดยเฉลี่ยแล้ว พรีเมียร์ลีกมักมีการวิ่งความเข้มข้นสูง (เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) มากกว่าลีกชั้นนำอื่น ๆ เช่น อิตาลี, สเปน หรือ เยอรมัน
นักเตะแต่ละคนต้องใช้เวลาการปรับตัวไม่เท่ากัน บางคนปรับตัวได้เร็ว เช่น เออร์ลิ่ง ฮาลันด์, ดิเอโก้ คอสต้า และเซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ยิงประตูเฉลี่ยเกินหนึ่งลูกต่อเกมในเจ็ดนัดแรก แล้วก็มีฟอร์มแรงอย่างต่อเนื่อง
ในทางกลับกันการปรับตัวและระเบิดฟอร์มได้เร็ว ก็ไม่ได้การันตีว่านักเตะพวกนั้นจะประสบความสำเร็จในระยะยาวเสมอไป เช่น ปาปิสส์ ซิสเซ่ (นิวคาสเซิ่ล), อาร์เมีย ซากี้ (วีแกน) หรือ มิชู (สวอนซี) ที่โชว์ฟอร์มดีในช่วงแรก แต่ไม่สามารถรักษาฟอร์มและยืนระยะได้
โดยสรุปแล้ว…เทรนด์การเรียกนักเตะว่า ‘007’ คือผลพวงจากการเอาโลกโซเชียลมีเดียเข้ามามีอิทธิพล เรามักตัดสินนักเตะเร็วเกินไปจากแค่ไม่กี่นัดแรกโดยไม่มองภาพรวม ไม่สนใจรายละเอียดว่าเขากำลังเจอกับอะไรบ้าง ทั้งการปรับตัวกับลีกใหม่ ประเทศใหม่ หรือแม้แต่วัฒนธรรมทีมที่ต่างไปทั้งหมด
นักเตะอย่างโฟลเรียน เวียตซ์ ก็ควรได้รับเวลาและความอดทนจากแฟนบอล มากกว่าการถูกตั้งฉายาแบบขำ ๆ ที่เกิดจากความสนุกชั่วคราว แต่ทำให้เขาถูกตัดสินเกินจริง อย่างน้อยถ้าหากให้เวลาเขามากกว่านี้ ฟอร์มเก่งของเขาสมัยอยู่บุนเดสลีกา อาจจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ก็เป็นได้