เมื่ออายุ 21 ปี มาเตต้าได้รับโอกาสก้าวขึ้นสู่ ลีกเดอซ์ (Ligue 2) ของฝรั่งเศส และโชว์ฟอร์มได้ดีพอที่จะดึงสายตาของทีมในยุโรป จนเขาได้เซ็นสัญญากับ ไมนซ์ 05 ทีมในบุนเดสลีกาเยอรมัน
การย้ายไปเล่นต่างประเทศในอายุยังน้อยถือเป็นบททดสอบใหญ่ ทั้งความกดดันจากลีกระดับสูง และการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมใหม่ แต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อ…ต่อมา ในวัย 23 ปี มาเตต้าเริ่มเดินทางสู่ พรีเมียร์ลีก กับคริสตัล พาเลซ เขาต้องเจอกับเกมที่เร็วขึ้น และกดดันมากขึ้นในทุกสัปดาห์
หลายปีผ่าน… ความพยายามของเขาไม่สูญเปล่า ในที่สุดเมื่ออายุ 28 ปี มาเตต้าได้รับข่าวดีที่สุดในชีวิตนักฟุตบอล คือการติดทีมชาติฝรั่งเศสครั้งแรก นี่คือรางวัลของความอดทนและความตั้งใจตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเขา
และคืนที่ผ่านมา มาเตต้า ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้ทีมชาติฝรั่งเศสครั้งแรก และที่น่าทึ่งกว่านั้น เขายิงประตูได้ในเกมเดบิวต์
เขาคือภาพสะท้อนของ “กองหน้าตัวเป้า” ยุคใหม่อย่างแท้จริง มาเตต้าไม่ใช่แค่ศูนย์หน้าที่คอยรอบอลอยู่ในกรอบ แต่คือคนที่สามารถยืนชน ยืนบัง และสร้างพื้นที่ให้เพื่อนเล่นได้อย่างชาญฉลาด ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งและเทคนิคในการครองบอล ทำให้เขาสามารถพักบอลและสร้างจังหวะให้ทีมได้เติมเกมรุกขึ้นมาทันเวลา
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของมาเตต้า คือ “ความเฉียบคม” ในพื้นที่สุดท้าย เขาอ่านเกมขาด หาตำแหน่งยืนได้แม่นยำ และมีความมั่นใจในการจบสกอร์ ไม่ว่าจะด้วยเท้าหรือศีรษะ ทุกครั้งที่บอลเข้ากรอบเขตโทษ คือช่วงเวลาที่คู่แข่งต้องระวังที่สุด
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากกองหน้าทั่วไป คือ “หัวจิตหัวใจ” ของนักสู้ มาเตต้าไม่เคยหยุดวิ่ง ความทุ่มเทและความดุดันแบบนี้เอง ที่ทำให้เขากลายเป็นคนโปรดของแฟนบอล และเป็นฝันร้ายของแนวรับฝั่งตรงข้าม
เรื่องราวของเขาพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่มีอะไรสายเกินไปในการประสบความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะเริ่มช้าเพียงใด หรือเจอกับอุปสรรคมากแค่ไหน ความมุ่งมั่น ความสม่ำเสมอ และความเชื่อมั่นในตัวเองสามารถพาคุณไปถึงจุดสูงสุดได้เสมอ