กอล์ฟแอลพีจีเอ "ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ" รายการใหญ่ ส่งท้ายปี 2025 พาร์ 72 ชิงเงินรางวัลรวม 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (357.3 ล้านบาท) ที่ ทีบูรอน กอล์ฟ คลับ ในริตซ์ คาร์ลทัน กอล์ฟ รีสอร์ต รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน การแข่งขันวันสุดท้าย "โปรจีน" อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟสาวไทย มือ 1 ของโลก และแชมป์เก่าปีที่แล้ว ซึ่งจบรอบ 3 ทำได้ 22 อันเดอร์พาร์ ทิ้งห่าง เนลลี่ คอร์ด้า อดีตมือ 1 ของโลกชาวอเมริกัน และ "โปรเมียว" ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ร่วม 6 สโตรก
ปรากฎว่าในรอบสุดท้าย "โปรจีน" วัย 22 ปี เก็บเพิ่มอีก 4 อันเดอร์พาร์ จาก 5 เบอร์ดี้ 1 โบกี้ สกอร์รวมเป็น 26 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์ไปครอง และถือเป็นการคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันพร้อมรับเงินรางวัล 4,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 130 ล้านบาท และถือเป็นนักกอล์ฟคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้ 2 สมัยติด ต่อจากโค จิน ยอง อดีตมือ 1 โลกชาวเกาหลีใต้ ซึ่งทำไว้เมื่อปี 2020-2021 นอกจากนี้ ยังเป็นการคว้าแชมป์รายการที่ 4 ในปีนี้ และเป็นแชมป์แชมป์แอลพีจีเอ รายการที่ 7 ในอาชีพ
หลังจบรายการนี้ "โปรจีน" ยังการันตีคว้ารางวัลใหญ่ 2 รางวัลของปี 2025 คือ นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี โดยเป็นโปรสาวไทยคนที่ 2 ที่ได้รางวัลนี้ ต่อจาก "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือ 1 โลก ที่เคยทำได้ 2 สมัย เมื่อปี 2016 และ 2018 รวมถึงได้รางวัล "แวร์ โทรฟี่" หรือ สกอร์เฉลี่ยต่ำสุด โดยรายวัลนี้ "โปรจีน" ได้เป็นครั้้งที่ 2 ต่อจากปี 2023 ซึ่งในปีนี้ทำสกอร์ได้ 68.681 ทำลายสถิติเดิมของ แอนนิก้า ซอเรนสแตม ที่ 68.696 ในปี 2002 โดยในรอบ 75 ปี มีนักกอล์ฟเพียง 2 คนเท่านั้นที่ทำคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 69 ตลอดฤดูกาล และ "โปรจีน" ถือเป็นคนที่ 3
ส่วนอันดับ 2 "โปรเมียว" ปาจรีย์ "โปรเมียว" ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ที่วันสุดท้าย เก็บเพิ่ม 6 อันเดอร์พาร์ จากการทำ 7 เบอร์ดี้ เสีย 1 โบกี้ สกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ โดยมี ส่วนเนลลี่ คอร์ด้า มือ 2 โลกชาวอเมริกัน จบอันดับ 3 สกอร์รวม 20 อันเดอร์พาร์
ส่วนผลงานโปรสาวไทยรายอื่นๆ "โปรเหมียว" ปภังกร ธวัชธนกิจ จบอันดับ 7 ร่วม สกอร์ 14 อันเดอร์พาร์ "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล อันดับ 33 ร่วม สกอร์ 9 อันเดอร์พาร์ 2และ "โปรพราว" ชเนตตี วรรณแสน อันดับ 60 สกอร์ 6 โอเวอร์พาร์