แว็งซ็องต์ กอมปานี เปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองจากผู้จัดการทีมที่เพิ่งตกชั้นกับเบิร์นลีย์ในฤดูกาลก่อน มาเป็นหนึ่งในโค้ชที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในยุโรปได้อย่างไร?
วันนี้ บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของเขา กลายเป็นทีมเดียวในยุโรปที่ยังไม่แพ้ใคร ชนะ 10 จาก 11 นัดในบุนเดสลีกา และยิงไปถึง 62 ประตูจาก 17 เกมในทุกรายการ ตัวเลขชัดเจน แต่เรื่องราวเบื้องหลังยิ่งน่าสนใจยิ่งกว่า
ความจริงจังเกินเบอร์ของเขาเคยเกือบทำให้พลาดเดินทางกับทีมไปแข่งสโมสรโลกช่วงซัมเมอร์ เพราะต้องไปสแกนเจ็บก่อนขึ้นเครื่อง โชคดีที่ยังบินได้พอดี
เจ้าตัวเคยเล่าว่า นี่แหละคือเหตุผลที่เขาเลิกเล่นบอลอาชีพ เพราะตัวเองดันจริงจังเกินไป แล้วก็โดนเตือนบ่อย แต่เขาเชื่อว่า การลงไปทำพลาดให้ลูกทีมเห็นด้วยตาตัวเอง จะช่วย “ลดกำแพง” ระหว่างโค้ชกับนักเตะ ทำให้ทุกคนเข้าหาเขาแบบสบายใจขึ้น
ทีมงานของเขาก็เป็นแบบเดียวกัน ฟลอริเบิร์ต เอ็นกาลูลา ผู้ช่วยซึ่งเป็นเพื่อนเก่าสมัยอะคาเดมี่อันเดอร์เลชท์ จะค่อย ๆ ให้คำแนะนำเชิงแท็กติกกับผู้เล่นเป็นรายบุคคล ทำให้ทุกอย่างเข้าที่
ย้อนกลับไปตอนบาเยิร์นแต่งตั้งกอมปานี หลายคนมองว่านี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ เพราะเขาเพิ่งตกชั้นกับเบิร์นลีย์ ต่างจากตัวเลือกอื่นที่มีโปรไฟล์หรูหรา แต่ แม็กซ์ เอเบิร์ล ผู้อำนวยการกีฬา ติดตามผลงานเขามาตลอดหนึ่งปี
และเชื่อมั่นในสไตล์ฟุตบอลของกอมปานี แม้กระทั่งตอนทีมตกชั้น เอเบิร์ลกลับมองว่า “การไม่เปลี่ยนสไตล์คือสิ่งดี” เพราะมันสะท้อนว่าเขามีหลักการชัดเจน
โดยเอเบิร์ลพยายามติดต่อกอมปานีหลายครั้ง ทุกครั้งคุยกันหลายชั่วโมง จนสุดท้ายต้องบินไปแมนเชสเตอร์เพื่อพูดคุยแบบตัวต่อตัว โดยได้รับคำสั่งจากอูลี่ เฮอเนส ประธานกิตติมศักดิ์ว่า “ห้ามออกจากบ้านเขาจนกว่าจะได้คำตอบ”
หลังคุยกันยาว 6 ชั่วโมง กอมปานีขอไปถามครอบครัว เอเบิร์ลเลยต้องนอนค้างบนโซฟาในบ้าน และยอมรับว่า “อูลี่สั่งผมไว้แบบนั้นจริง ๆ” ในที่สุดดีลก็สำเร็จ บาเยิร์นต้องจ่ายค่าชดเชยถึง 10.2 ล้านปอนด์
หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือ กอมปานีจะต้องได้พา "Big Ro" หรือ โรดีเซ่ มูนิเยนเก้ มาด้วย บุคคลที่เป็นทั้งเพื่อนสนิท ผู้ช่วย และ “กำลังใจ” หลักของเขาตั้งแต่เป็นนักเตะ โดยมีข่าวว่า Big Ro เคยทำบริษัทบอดี้การ์ดแบบงานลับมาก่อน เบิร์นลีย์ยังได้ค่าชดเชยหกหลักเพราะรู้ดีว่า ถ้าไม่มี Big Ro กอมปานีไม่มาบาเยิร์นฯแน่นอน
หน้าที่ของ Big Ro คือการสร้างความสามัคคีในทีม คุยกับนักเตะแบบเป็นกันเอง และทำให้บรรยากาศในสนามซ้อมผ่อนคลาย เขาเคยเอาโดรนมาถ่ายซ้อม แถมยิงลูกเข้ามุมสามเหลี่ยมหลังซ้อมจนทุกคนฮือฮามาแล้ว
ด้านแท็กติก บาเยิร์นของกอมปานีเป็นฟุตบอลเกมรุกที่ไหลลื่นจนเหมือนสตรีทฟุตบอลในพื้นที่สุดท้าย เขาให้อิสระกับแฮร์รี่ เคนแบบเต็มที่ เคนเองยังบอกว่า “นี่เป็นครั้งที่ผมสนุกกับฟุตบอลที่สุด” เพราะมีบทบาททั้งตอนมีบอลและไม่มีบอลมากกว่าที่เคย
กอมปานีคุมนักเตะเข้ม โดยเฉพาะกองหน้า เขาต้องการให้เคนช่วยไล่เพรสและเล่นเกมรับในระบบแมน-ทู-แมน เขายังใช้เวลาวิเคราะห์วิดีโอร่วมกับเคนถึง 40 นาที พร้อมจูนรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น การหันตัวรับบอลให้ลื่นขึ้น
ทีมงานของเขาก็เฉียบไม่แพ้กัน อารอน แดงค์ส ผู้เชี่ยวชาญลูกตั้งเตะคืออาวุธลับ ผลงานก็เห็นชัด เช่นประตูของดาโยต์ อูปาเมกาโนที่มาจากสูตรซ้อมโดยตรง
ความทุ่มเทของกอมปานีทำให้บาเยิร์นกลับมามีพลังงานเชิงบวกอีกครั้ง อูลี่ เฮอเนส บอกว่า เมื่อก่อนแฟนบอลมักอยากให้เกมจบเร็ว แต่ตอนนี้ทุกคนอยากดูต่อเพราะฟุตบอลมันสนุกจริง ๆ “นักเตะก็สนุก แฟนก็สนุก”
ท้ายที่สุด กอมปานีพิสูจน์แล้วว่า ความเชื่อมั่นในปรัชญา ความทุ่มเท และความจริงใจคือกุญแจสำคัญในการปลุกบาเยิร์นให้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง และดูเหมือนว่าเขาจะมีสิทธิ์เป็นกุนซือคนแรกนับจากยุคเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่จะทำงานครบสองซีซั่นแบบเต็ม ๆ ได้เสียที แฟนเสือใต้คงมีความสุขกันอีกยาวนานแน่นอน