การแข่งขันที่ควรจบลงแบบธรรมดา กลับกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่สุดที่วงการฟุตบอลโบลิเวียเคยประสบมาในเกมเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ระหว่าง เรอัล โอรูโร พบ บลูมมิ่ง เกมนี้ เสมอกัน 2-2 ในเลกที่ 2 รอบก่อนรองชนะเลิศ โกปา โบลิเวีย รวมผล 2 นัด บลูมมิ่ง ผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 4-3 แต่การผ่านเข้ารอบครั้งนี้ กลับกลายเป็นชนวน เหตุให้เกิด การทะเลาะ วิวาทกัน อย่างดุเดือด ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าตกใจทั้งการทำร้ายร่างกายทุกรูปแบบตำรวจใช้สเปรย์พริกไทย เข้าสกัด ผู้เล่น และโค้ชถูกไล่ออกจากสนามรวม 17 คน
ความขัดแย้งปะทุขึ้นในไม่กี่วินาทีหลังเสียงนกหวีดเป่าหมดเวลา เมื่อผู้เล่นของ เรอัล โอรูโร มองว่าการฉลองของบลูมมิ่งเป็นการยั่วยุและวิ่งเข้าไปโต้เถียง ส่งผลให้ดูดผู้เล่นจากทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว รวมถึงเมาริซิโอ โซเรีย โค้ชของบลูมมิ่ง ซึ่งไปพยายามแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกันเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นอีก
อย่างไรก็ตามความตึงเครียดได้ลดลงไปเพียงไม่กี่นาทีก่อนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทครั้งที่ 2 ที่มีการออกหมัดผลักและไล่ล่าผู้เล่น ผู้ช่วย และทีมงานโค้ช ของทั้งคู่ก็เป็นไปอย่างชุลมุน ทำให้ตำรวจเข้ามาพร้อมกับโล่เพื่อปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุแต่ความรุนแรงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ถูกบังคับให้ใช้สเปรย์พริกไทยเพื่อสลายการชุมนุมกล้องจับภาพนักเตะเรอัลโอรูโรเตะกระเด็น นักเตะทั้งสองทีมถูกผลักล้มลงบนพื้น และสมาชิกหลายคนบนม้านั่งสำรองกำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด
เวลานี้ฝ่ายวินัยของสหพันธ์ฟุตบอลโบลิเวียกำลังรอรายงานขั้นสุดท้ายของผู้ตัดสินเพื่อพิจารณาบทลงโทษที่อาจถือเป็นตัวอย่างได้ เนื่องมาจากความร้ายแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและความชัดเจนของภาพที่เผยแพร่ผ่านการถ่ายทอดสดไปแล้ว
17 ใบแดง ในนาที 90+11
บลูมมิ่ง 10 ใบแดง : กาเบรียล บัลเบร์เด้, ริเชต์ โกเมซ, ฟรังโก้ พอสส์, เซซาร์ โรเมโร่, เฮคเตอร์ ซัวเรซ, โรแบร์โต้ คาร์ลอส เมลการ์, เซซาร์ เมนาโช่, โค้ช : เมาริซิโอ โซเรีย, ดร.เฮนรี่ ซีส์ และ โฮเซ่ ลุยส์ วากา ผู้ช่วยโค้ช
เรอัล โอรูโร 7 ใบแดง : ราอูล โกเมซ, ฮูลิโอ บีล่า, เยร์โก บาเยโฮส, เอดูอาร์โด้ เอลวาเรซ, โค้ช : โรเบลโด้ และผู้ช่วย อิวาน ซาลินาส กับ รูเบน โปเกโชเก้