โคจรมาพบกันอีกครั้งระหว่างทัพช้างศึกหนุ่ม ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ที่ทำสถิติคว้าแชมป์เหรียญทองซีเกมส์ไปถึง 16 สมัย พบกันทีมชาติเวียดนามที่เคยคว้าแชมป์ได้ 3 สมัย แน่นอนในเรื่องของฟุตบอลทั้งสองชาตินี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเจอกันกี่รอบก็เรียกได้เลยว่าเดือดแทบทุกรอบ…แล้วเมื่อก่อนมันเดือดแค่ไหน หรือจุดเริ่มต้นความเดือดของสองทีมนี้มันเริ่มจากอะไร เดี๋ยวเราจะพาไปไล่เรียงไทม์ไลน์กัน
เริ่มกันที่ 20 หลังจากการรวมประเทศเวียดนามในปี 1975 ทั้งสองทีมได้เผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกในกีฬา ซีเกมส์ 1995 ที่จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยในรอบแบ่งกลุ่ม ไทยเอาชนะไปได้ก่อน 3-1
ก่อนที่ทั้งคู่จะโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งในนัดชิงเหรียญทอง และผลการแข่งขันก็ไม่ต่างกัน ไทยถล่มเอาชนะเวียดนาม 4-0 โดยได้สองประตูจาก “ธชตวัน ศรีปาน” และอีกสองประตูจาก “เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์”
ต่อมาในการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนครั้งแรกเมื่อปี 1996 ทั้งสองทีมต้องมาเจอกันในรอบรองชนะเลิศอีกครั้ง และเป็น เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ คนเดิมที่สร้างความเจ็บปวดให้เวียดนาม ด้วยการเหมาคนเดียวสองประตู พาทีมชาติไทยชนะ 4-2 และเดินหน้าคว้าแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเมนต์ได้สำเร็จ
สองปีถัดมา โชคชะตาก็พาทั้งสองทีมกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในรอบเดียวกัน แต่คราวนี้เป็นเวียดนามที่ได้ล้างแค้น ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 23,000 คน ที่กรุงฮานอย โดย เหงียน ฮอง ซน
หนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของเวียดนาม เป็นผู้ทำประตูช่วยให้ทีมชนะไทยแบบขาดลอย 3-0 เขี่ยแชมป์เก่าตกรอบไปอย่างเจ็บแสบ
ความเป็นอริระหว่างเวียดนามกับไทยยกระดับขึ้นไปอีกขั้นในช่วงทศวรรษ 2000 เมื่อทั้งสองทีมต้องเจอกันในแมตช์สำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะบนเวทีชิงแชมป์อาเซียน ซึ่งแทบจะกลายเป็นเวทีประจำของคู่นี้ไปแล้ว
การพบกันครั้งแรกหลังเข้าสู่ยุคใหม่เกิดขึ้นในรอบรองชนะเลิศ ปี 2002 ที่กรุงจาการ์ตา และเป็นฝั่งไทยที่ถล่มเวียดนามไปแบบขาดลอย 4-0 จากนั้นเรื่องราวการเจอกันในรอบตัดเชือกก็ยังดำเนินต่อไปในปี 2007
แม้เกมที่กรุงเทพฯ จะจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 แต่ชัยชนะ 2-0 ของทัพช้างศึกในเกมก่อนหน้านั้น ก็เพียงพอให้ไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง โดยทิ้งเวียดนามไว้ข้างหลัง
จากนั้นก็มาถึงหนึ่งในไฟนอลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์อาเซียนคัพ นัดชิงชนะเลิศปี 2008 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เวียดนามและไทยได้โคจรมาพบกันในรอบชิงโดยตรง แม้ไทยจะดูเหนือกว่า
จากการเอาชนะเวียดนาม 2-0 ในรอบแบ่งกลุ่มก่อนหน้านั้น แต่ทีมดาวทองในตอนนั้นเต็มไปด้วยความกระหาย พวกเขาต้องการแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ทัพดาวทองทำให้แฟนบอลกว่า 50,000 คนที่ราชมังคลากีฬาสถานต้องเงียบกริบ เมื่อเวียดนามบุกชนะไทย 2-1 ในนัดแรกของรอบชิง ส่วนเกมเลกสองที่ฮานอย ธีรศิลป์ แดงดา ดาวรุ่งวัย 20 ปีในเวลานั้น ยิงประตูในนาทีที่ 21 ช่วยให้ไทยไล่ตีเสมอสกอร์รวม
แต่ในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 94 เล คอง วินห์ กลายเป็นฮีโร่อีกครั้ง เมื่อยิงประตูตีเสมอในเกมนั้น จุดชนวนการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ และประตูนี้ก็ยังถูกจดจำว่าเป็นหนึ่งในประตูที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเวียดนาม เวียดนามคว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 3-2 และมีแฟนบอลนับพันออกมาเฉลิมฉลองกันตามท้องถนน นี่คือแชมป์อาเซียนครั้งแรกของพวกเขาอย่างแท้จริง
มาถึงซีเกมส์หนนี้ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ หากไปย้อนดูเฉพาะสถิติการพบกันในฟุตบอลชายซีเกมส์ นับตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ทีมอายุไม่เกิน 23 ปีในปี 2001 ไทยและเวียดนาม เคยพบกันใน รอบชิงชนะเลิศมาแล้ว 3 ครั้ง โดยไทยทำได้ดีกว่าเล็กน้อย ชนะ 2 ครั้ง ส่วนเวียดนามชนะ 1 ครั้ง เรียกได้ว่าสูสีมาก ๆ สำหรับคู่นี้
สำหรับหนทางที่ผ่านมา ทัพช้างศึกทีมชาติไทย เอาชนะติมอร์-เลสเต,สิงคโปร์ และมาเลเซียมาก่อนผ่านเข้ามาสู่รอบชิงชนะเลิศ ส่วนทางด้านทัพดาวทอง ทีมชาติเวียดนาม ผ่านมาด้วยการเอาชนะทีมชาติลาว, ทีมชาติมาเลเซีย และทีมชาติฟิลิปปินส์ ก่อนจะผ่านมาในรอบชิงชนะเลิศในค่ำวันนี้
ต้องรอดูกันต่อไปว่าไม้เบื่อไม้เมาในวงการฟุตบอลอาเซียนของทั้งสองทีมในวันนี้ จะจบลงด้วยการเก็บชัยไปของทางฝั่งไหน แต่น่าสนุกแน่นอนสำหรับแมตช์นี้