Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

ย้อนรอยดราม่า “โควตาต่างชาติเกิน” ในศึกไทยลีก "ท่าเรือ" ไม่ใช่เคสแรก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ความผิดพลาดเรื่องโควตาต่างชาติ เปลี่ยนผลการแข่งขัน และกลายเป็นบทเรียนสำคัญของฟุตบอลไทยที่ยังถูกพูดถึงจนวันนี้

หลังจากเป็นประเด็นร้อนในเกมที่ขุนพลสิงห์เจ้าท่า การท่าเรือ เอฟซี ปิดรังเหย้าเอาชนะทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ไป 2-0 ในศึกช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ทว่าประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ผลสกอร์แต่อย่างใด แต่มันเกิดขึ้นหลังจบเกมนี้ต่างหาก 

โดยในหลังจบเกม คู่แข่งอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ทำการยื่นฟ้องทางการท่าเรือ ยูไนเต็ดทันที ามกฎข้อ 3.12 ทีมใดนำนักกีฬาฟุตบอลที่ไม่มีสิทธิ์ลงทำการแข่งขันในนัดนั้น ส่งรายชื่อลงทำการแข่งขัน 

การท่าเรือ เอฟซี ในเกมเปิดบ้านชนะทรู แบงค็อก การท่าเรือ เอฟซี Port FC
การท่าเรือ เอฟซี ในเกมเปิดบ้านชนะทรู แบงค็อก

หรือลงสนามแข่งขันเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการการแข่งขัน ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้

ซึ่งทางการท่าเรือ เอฟซี มีผู้เล่นโควตาต่างชาติ อยู่ในสนามพร้อมกัน 6 คน ดังนี้ เรบิน ซูลาก้า,กาก้า เมนเดส, ลูคัส โตคันตินส์, โนโบรุ ชิมูระ, บรายาน เปเรีย (ตัวสำรอง), มาเธอุส ลินส์ (ตัวสำรอง) ซึ่งตามระเบียบของฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอล รายการ ช้าง เอฟเอ คัพ กรณีสโมสรในระดับเดียวกัน พบกัน ให้ยึดการส่งผู้เล่นต่างชาติ ลงสนาม 

ตามกฎระเบียบของลีกดังกล่าว ทำให้เกมระหว่าง การท่าเรือ เอฟซี พบกับ ทรู แบงค็อกฯ ทั้งสองสโมสร สามารถส่งผู้เล่นต่างชาติลงสนาม ได้จำนวน 5+2 คน คือ ผู้เล่นโควตาต่างชาติทุกสัญชาติ 5 ราย และ ผู้เล่นโควตาอาเซียน 2 ราย แต่ในนาทีที่ 79 เป็นต้นไป สโมสร การท่าเรือฯ กลับส่งผู้เล่นโควตาผู้เล่นต่างชาติลงสนามเกินกำหนด ทำให้มีโอกาสถูกปรับแพ้

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเคสแบบนี้เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ในปี 2015 เกมระหว่าง บีอีซี เทโร ศาสน ที่เปิดบ้านพ่ายให้กับ ทรู แบงค็อกฯ ไป 0-1 เกมนั้น คาลิฟา ซิสเซ่ มิดฟิลด์ฝรั่งเศสจอมแกร่งของทางทรู แบงค็อกฯ 

โดนใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดงออกจากสนามไปในนาทีที่ 56 ทำให้ทางบียูตอนนั้นเหลือนักเตะต่างชาติในสนาม 3 คน (เป็นเอเชีย 1 คน)

และพวกเขาก็จัดการส่ง โรเมียง กัสมี ในโควตาต่างชาติ ลงมาแทน เจย์ซี จอห์น ในโควตาเอเชีย ทำให้ในสนามมีต่างชาติ 4 คนเหมือนเดิม นับรวมคาลิฟา ซิสเซ่ที่โดนไล่ออกไปด้วย (โควต้าตอนนั้น 3+1) 

ซึ่งถือว่าผิดกฏ ซึ่งในระเบียบข้อบังคับของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกในตอนนั้น ข้อ 5.3 ระบุให้สิทธิ์ต่างชาติ 3+1 เอเชีย หากผู้เล่นคนใดถูกไล่ออก (ได้รับใบแดง) ผู้เล่นต่างชาติตามโควต้าต้องลดลงไปตามนั้น

จบเกมทางทัพมังกรไฟเลยจัดการยื่นฟ้องทันที ทางคณะกรรมการวินัยของไทยลีกตอนนั้น เลยมีมติให้ปรับผลการแข่งขัน ให้ทางแบงค็อก แพ้ บีอีซี เทโรฯ ไป 0-3 อย่างไรก็ดี ประเด็นความขัดแย้งในฤดูกาลนั้น เริ่มต้นจากความไม่พอใจของทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ต่อคำตัดสินที่ส่งผลโดยตรงต่อโซนหนีตกชั้น 

จนถึงขั้นออกมาแถลงข่าวร่วมกับอีก 3 สโมสรในกลุ่มท้ายตาราง เพื่อแสดงจุดยืนและตั้งคำถามต่อกระบวนการตัดสิน หลังจากบีอีซี เทโร ศาสน ถูกบันทึกว่าได้ 3 คะแนนจากเกมดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวถูกนำเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์ และคณะอนุกรรมการอุทธรณ์ของไทยลีก ได้พิจารณาใหม่ ก่อนมีมติให้กลับไปยึดผลการแข่งขันในสนาม ส่งผลให้ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายชนะ 1-0 ตามผลเดิม

ฝั่งบีอีซี เทโร ศาสน ที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินที่ถูกเปลี่ยนกลับ จึงเดินหน้าฟ้องร้องต่อศาลปกครอง พร้อมยื่นคำขอให้มีการไต่สวนเร่งด่วน แต่สุดท้ายศาลปกครองมีคำสั่งไม่รับคำร้อง เนื่องจากเอกสารไม่ครบถ้วน ทำให้คำตัดสินของคณะอนุกรรมการอุทธรณ์ฯ ยังคงมีผลตามเดิม

ส่งผลให้ภาพรวมของฤดูกาลนั้นจบลงด้วยการที่บีอีซี เทโร ศาสน ต้องตกชั้นตามอันดับในตารางคะแนน อย่างไรก็ดี พวกเขาดันได้ส้มหล่น เมื่อสระบุรี เอฟซี ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมที่รอดตกชั้นในปีนั้น ประสบปัญหาการเงินและตัดสินใจถอนทีมออกจากการแข่งขันในฤดูกาลถัดมา 

ส่งผลให้บีอีซี เทโร ศาสน ในฐานะทีมที่มีผลงานดีที่สุดในกลุ่มทีมตกชั้น ได้รับโอกาสกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ค่อนข้างวุ่นวายเลยทีเดียวสำหรับไทยลีกในปีนั้น 

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์อื่น ๆ เช่น ในแมตช์ ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด - นครราชสีมา เอฟซี กรณีนี้เกิดขึ้นจากการที่นครราชสีมา เอฟซี ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน หลังพบว่าร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด กระทำผิดระเบียบ ด้วยการส่งนักเตะต่างชาติล้นโควตาลงสนาม ในเกมที่นครราชสีมา เอฟซี บุกไปแพ้ 2-1 

หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ข้อสรุปชัดเจน โดยนายวิมล กาญจนะ ประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยืนยันว่า ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด ทำผิดกฎการแข่งขันจริง จึงมีมติให้แก้ไขผลการแข่งขัน จากเดิมที่ร้อยเอ็ดชนะ 2-1 เป็นแพ้ 0-2

สำหรับเหตุการณ์ในเกมดังกล่าว เป็นการแข่งขันดิวิชั่น 2 รอบแชมเปียนส์ลีก นัดแรก กลุ่มบี โดยในช่วงเริ่มต้นเกม ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด มีนักเตะต่างชาติอยู่ในสนาม 4 คน และในช่วงครึ่งหลังมีการเปลี่ยนตัวนักเตะต่างชาติเพิ่มอีก 2 คน 

ทำให้จำนวนนักเตะต่างชาติในสนามรวมเป็น 6 คน ซึ่งเกินกว่าที่กติกากำหนด และกลายเป็นที่มาของบทลงโทษในที่สุด
มาที่ในเกมเมื่อวานกันต่อ ทางฝั่งเฮดโค้ชของทัพสิงห์เจ้าท่าอย่าง อเล็กซานเดร กาม่า ก็ได้ออกมาโพสต์ทางโซเชียลมีเดียใจความว่า 

"วันนี้ผมทำผิดพลาดจนทำให้ทีมของเราถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันแม้จะชนะ 2-0 ในสนามก็ตาม ผมรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นและตระหนักดีถึงผลกระทบ ที่ความล้มเหลวนี้มีต่อทุกคนที่ไว้วางใจผม

ผมขอโทษอย่างจริงใจต่อผู้เล่นของฉัน แฟน ๆ ที่ยอดเยี่ยมของเรา และทุกคนที่สนับสนุนเรา ผมรู้ว่าทุกคนทำงานหนักแค่ไหน และผมเสียใจอย่างสุดซึ้งที่การตัดสินใจ การกระทำของฉันได้ทำลายทั้งหมดนี้

ผมถือว่าตอนนี้เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่สำคัญ และผมมุ่งมั่นที่จะไตร่ตรอง พัฒนา และทำงานเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ผมขอขอบคุณสำหรับความเข้าใจของทุกคน และหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไป จะได้รับความไว้วางใจจากทุกคนกลับมาอีกครั้ง"
 

Bottom-PL-HLW Bottom-PL-HLW

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

SPORTS CORNER

SPORTS CORNER

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ