วงการกีฬาไทย 2568 ได้ประกาศความเป็น "ปีแห่งมหกรรมกีฬาชาติและระดับโลก" ทั้งในฐานะการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับสากล และในฐานะนักกีฬาที่สร้างผลงานสุดยอดเยี่ยมจนได้รับการยกย่องและยอมรับจากนานาชาติ นอกจากในเชิงความภาคภูมิใจแล้ว สำหรับปีนี้กีฬาไทย มีประเด็นต่างๆ มากมายให้ได้พูดถึงกัน
ปรากฏการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตทั้งด้านผลงานนักกีฬาและกระแสความนิยม มาติดตามว่า "ปรากฏการณ์กีฬาไทย" มีเรื่องราวอะไรบ้าง
ปรากฏการณ์ "วอลเลย์บอลหญิงฟีเวอร์" ศึกชิงแชมป์โลก 2025
วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ปลุกกระแสความคึกคักให้กับวงการลูกยางไปทั่วโลก
รายการนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม - 7 กันยายน 2568 โดยมี 32 ชาติเข้าร่วม จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วแบบสวยงาม อิตาลี ดีกรีแชมป์โอลิมปิก 2024 และ แชมป์เนชั่นส์ ลีก 2025 ครองเบอร์หนึ่งโลก คว้าแชมป์ไปครอง ส่วน ตุรกี รองแชมป์ และ บราซิล คว้าอันดับ 3
หากจะมอบอีกหนึ่งรางวัลสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ คงต้องมอบ "มง" ให้กับ "ประเทศไทย" ในฐานะเจ้าภาพ รวมทั้ง "วอลเลย์บอลบอลหญิงทีมชาติไทย" มาติดตามกันว่าเกิด "ปรากฏการณ์" น่าสนใจอะไรบ้าง
ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 เป็นการแข่งขันครั้งที่ 20 นับตั้งแต่ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกย้อนกลับไปเมื่อ 73 ปีที่แล้ว และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ศึกชิงแชมป์โลก จัดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย "ประเทศไทย" เป็นชาติที่ 3 ในเอเชียที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ต่อจาก ญี่ปุ่น และ จีน
สรุปผลงานวอลเลย์บอลหญิงไทย ศึกชิงแชมป์โลก 2025
นักตบลูกยางสาวไทย จบอันดับ 13 ของศึกชิงแชมป์โลก 2025 โดยก่อนหน้านี้ ทีมไทยเคยจบอันดับนี้มาแล้ว 4 ครั้ง เมื่อปี 1998, 2010, 2018 และ 2022 ซึ่งเป็นอันดับดีที่สุดที่เคยทำได้ในรายการนี้ จึงเป็นการจบอันดับ 13 ครั้งที่ 5 ของทีมชาติไทย
FIVB ยกย่อง "ไทย" เจ้าภาพจัดดีที่สุดในประวัติศาสตร์
หลังการแข่งขันลูกยางชิงแชมป์โลก ดำเนินไปด้วยความสนุกตื่นเต้น ฟาบิโอ อาเซเวโด ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ หรือ FIVB ออกปากชื่นชมว่าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา และถือเป็นตลาดสำคัญอันดับต้นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ชมและการมีส่วนร่วมของแฟนกีฬา
จากความสำเร็จในรายการนี้ FIVB เดินหน้าผลักดันให้ ไทย รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชั่นส์ ลีก 2026 สัปดาห์ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
รางวัลเชิดชูเกียรติ
นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย และ ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ รองประธานกิติมศักดิ์ตลอดชีพของสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย ได้รับเกียรติสูงสุดจาก สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ มอบ "FIVB Grand Cross Award" รางวัลเชิดชูเกียรติสำหรับ
บุคคลระดับสูงในวงการลูกยางโลก
เสียงตอบรับจากแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยและทั่วโลก
นอกจากกระแสตอบรับจากแฟนวอลเลย์บอลชาวไทย ที่เดินทางมาติดตามชมแบบติดขอบสนามทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และ นครราชสีมา โดยเฉพาะยิ่งเมื่อการชิงชัยขยับเข้ามาถึงรอบสุดท้าย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ที่นั่งเต็มทุกพื้นที่ แฟนกีฬาส่งเสียงเชียร์ทุกชาติที่เข้าร่วมทำศึก สร้างความโดดเด่นอย่างไม่เหมือนชาติใดในโลก จนแฟนลูกยางทั่วโลกต่างยกนิ้วให้ในเอกลักษณ์นี้
เสียงตอบรับจากนักกีฬาวอลเลย์บอลที่เข้าร่วมการแข่งขัน
การต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนกีฬาไทยทั้งเสียงเชียร์จากในสนาม หรือ การมอบสิ่งของให้กับนักวอลเลย์บอลที่ชื่นชอบ สร้างรอยยิ้มและความประทับใจเป็นอย่างมากให้กับนักกีฬาที่เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันจนต้องโพสต์ลงโซเซียลมีเดียเป็นไวรัลไปทั่วโลก
ยอดการติดตามรับชมในสนาม
โดยอ้างอิงจาก Match Reports ของ FIVB ระบุ ยอดรวมผู้ชมตลอดรายการ จำนวน 188,167 คน จากการแข่งขันทั้งหมด 64 นัด (เฉลี่ย 2,940 คนต่อเกม) ส่วนนัดที่มีผู้ชมสูงสุด คือ รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง อิตาลี พบ ตุรกี ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก มีจำนวนผู้ชมประมาณ 5,719 คน
สำหรับปีหน้ายังมีให้แฟนลูกยางไทยได้ตามกันต่อกับวอลเลย์บอลหญิงเนชั่นส์ ลีก 2026 และรายการสำคัญอย่าง ชิงแชมป์เอเชีย 2026 หากทีมใดคว้าแชมป์จะคว้าสิทธิ์ลุยศึกโอลิมปิก แอลเอ 2028 ทันที
ปรากฏการณ์ "หมอนทองวิทยา" รถขนฝันขวัญใจมหาชน
หากพูดถึง โรงเรียนหมอนทองวิทยา ที่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีจำนวนนักเรียนไม่ถึง 300 คน ในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีใครรู้จัก ที่สำคัญโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงในวงการฟุตบอลระดับประเทศเทียบเท่า "มหาอำนาจลูกหนัง" ขาสั้นโรงเรียนอื่้นๆ
หมอนทองวิทยา ภายใต้การคุมทีมของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ ในวัยเกษียณผู้ที่เคยปลุกปั้นทีมโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี (เข้าชิงรายการนี้ 5 ปีติดต่อกัน 2014, 2015, 2016, 2017, 2018 และคว้าแชมป์ 3 ครั้ง ในปี 2015, 2017, 2018) โดยมี "เต" วรากร ช่างเขียนดี เจ้าของฉายา "วิตินญ่าแห่งแปดริ้ว” แข้งหน้าหวานเป็นตัวชูโรง เดินทางมาแข่งด้วยรถขนฝัน (รถบรรทุกอีซูซุ NPR คันเก่า) ฝ่าฟันจาก 503 โรงเรียนในรอบคัดเลือกจนทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลนักเรียน 7 คน
"หมอนทองวิทยา" ได้รับการจับตาว่าเป็นทีม "ม้ามืด" และเริ่มเข้าไปอยู่ในใจแฟนบอล ตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการ "ล้มยักษ์" ชนะ อัสสัมชัญธนบุรี อดีตแชมป์ 3 สมัย 4-3 จากนั้นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย คว้าชัยเหนือ เทพศิรินทร์ อดีตแชมป์ 1 สมัย ไปด้วยสกอร์เฉียดฉิว 7-6 ก่อนที่ในรอบรองจะชนะอัสสัมชัญศรีราชา อดีตแชมป์ 2 สมัย ไปแบบสนุก 6-3
ทำให้ในรอบชิงชนะเลิศ ที่จะพบกับทีมโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยนาท ทีม "หมอนทองวิทยา" กลายเป็นกระแสไวรัลติดเทรนด์บนโซเชียล โดยก่อนเกมมีการพูดถึงและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง จนเกิดปรากฏการณ์ "หมอนทองวิทยาฟีเวอร์" ในวันชิงชนะเลิศ
คลื่นมหาชน หลั่งใหลเข้ามาชมที่สนามศุภชลาศัย จน "สนามแตก" แฟนบอลล้นเข้ามานั่งบนลู่วิ่งติดขอบสนาม ซึ่งเป็นภาพที่ไม่เคยเห็นในศึกฟุตบอลนักเรียนมานานหลายสิบปี อีกทั้งยังเป็นสะท้อนถึงความสนใจของแฟนกีฬาที่มีต่อทัวร์นาเมนต์นี้อย่างสูง จนทำให้การแข่งขันล่าช้ากว่ากำหนด
แม้ หมอนทองวิทยา จะพ่ายแพ้ให้กับทีม อบจ.ชัยนาท 1-2 ก็ตาม แต่ผลงานการทะลุเข้าสู่รอบชิงนี้ก็สร้างความประทับใจให้กับคนทั้งประเทศ ทำให้เหล่าบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ ได้นำเงินเข้าอัดฉีดสนับสนุย เพื่อเป็นการต่อยอดความฝันและอนาคตของแข้งหมอนทองวิทยา นอกจากนี้ยังได้รับเชิญไปออกสื่อต่างๆ เตะบอลกระชับมิตรโชว์ และร่วมแสดงภาพยนตร์ ชนิดที่คิวยาวเหยียด
จากปรากฏการณ์ "หมอนทองวิทยา" ถือเป็นสิ่งพิสูจน์ในเรื่องของความหวังร่วมกัน ความฝันที่ยิ่งใหญ่สามารถเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ และก้าวไปสู่จุดหมาย พร้อมด้วยการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนทั่วประเทศ ให้กล้าที่จะฝันและศรัทธา แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องทรัพยากรก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นการจุดประกายและกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนหันมาสนับสนุนฟุตบอลเยาวชนอย่างจริงจังมากขึ้น
ปรากฏการณ์ "ซีเกมส์ 2025" ผลงานและสถิตินักกีฬาไทย-ประเด็นดราม่า
การเป็นเจ้าภาพของไทยในรอบ 18 ปี
การแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 หรือ Sea Games 2025 ถือเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพในรอบ 18 ปี ของประเทศไทย โดยครั้งล่าสุดในฐานะเจ้าภาพคือปี 2007 (ซีเกมส์ ครั้งที่ 24) ที่จังหวัดนครราชสีมา
ครองเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ พร้อม "ทำลายสถิติตลอดกาล"
ทัพนักกีฬาไทยทำได้ 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน 112 เหรียญทองแดง เป็นเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 14 นับเป็นการทวงบัลลังก์เจ้าเหรียญทองกลับคืนมาได้ในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ซีเกมส์ 2015 ที่สิงคโปร์ พร้อมกับทำลายสถิติคว้าเหรียญทองมากที่สุดในซีเกมส์ของเวียดนามที่เคยทำไว้ 205 เหรียญทอง ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่เวียดนาม เมื่อปี 2022 กลายเป็นสถิติใหม่ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ซีเกมส์ ตั้งแต่มีการเริ่มจัดการแข่งขันมา (รวมยุคกีฬาแหลมทองด้วย)
เหรียญทองประวัติศาสตร์
พสกนิกรชาวไทยปลื้มปิติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระปรีชาสามารถนำทีมเรือใบไทยคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในประเภทเรือคีลโบ๊ท SSL47 ซึ่งเป็นเรือรุ่นใหม่ที่เพิ่งบรรจุครั้งแรก
"บิว" ภูริพล บุญสอน ประกาศความเป็น "เจ้าลมกรดแห่งอาเซียน"
ลมกรดความหวังไทย กวาด 3 เหรียญทอง จากวิ่ง 100 เมตร / วิ่ง 200 เมตร และ วิ่งผลัด 4x100 เมตร พร้อมทำลายสถิติซีเกมส์และสถิติประเทศไทยในทุกรายการ
ไฮไลท์สำคัญกลายเป็นนักวิ่งคนแรกจากภูมิภาคอาเซียนที่สามารถวิ่งทำเวลาได้ต่ำกว่า 10 วินาที โดยสถิตินี้เกิดขึ้น วิ่ง 100 เมตร ชาย รอบคัดเลือก ทำได้ 9.94 วินาที และตัวเลขนี้ยังเป็นสถิติใหม่ของเอเชียในรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี อีกด้วย
นอกจากนี้ ทัพกรีฑาไทย ครองตำแหน่ง "เจ้าอาเซียน" เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยรายการนี้คว้าได้ 13 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง รวม 30 เหรียญ
"ยกน้ำหนัก" ผลงานโดดเด่นคว้าเหรียญรางวัลครบทุกรุ่น - ทำลายสถิติโลก
จอมพลังไทย ในซีเกมส์ครั้งนี้ลงแข่งขันครบ 14 รุ่น คว้าเหรียญรางวัลครบทุกคน รวม 9 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง
เหรียญทอง รุ่น 60 กิโลกรัม ชาย "ฟ่าง" ธีรพงศ์ ศิลาชัย ทำลายสถิติโลก ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ยกได้ 173 กก. (สถิติเดิม 172 กก.) และ รุ่น 71 กิโลกรัม ชาย "เวฟ" วีรพล วิชุมา ทำลายสถิติโลกของตัวเองที่เคยทำไว้ ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ยกได้ 195 กก. (สถิติเดิม 194 กก. และน้ำหนักรวม 347 กก. จากเดิม 346 กก.)
วอลเลย์บอลหญิง-ชาย ประกาศแชมป์อาเซียน
วอลเลย์บอลหญิงไทย เอาชนะ เวียดนาม 3-2 เซต ผงาดคว้าเหรียญทองซีเกมส์มาครองเป็นสมัยที่ 17 และป้องกันแชมป์สมัย 15 ติดต่อกัน ส่วน วอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย สร้างผลงานไม่น้อยหน้าทีมหญิงเช่นกันหลังเฉือนชนะ อินโดนีเซีย แชมป์เก่า 3-2 เซต คว้าเหรียญทองสมัยที่ 9 มาครองได้สำเร็จ และยังเป็นแชมป์รายการนี้ในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่ทำได้ในซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย
"เหตุการณ์ดราม่า" ในฐานะเจ้าภาพ
แม้ว่า "ซีเกมส์ 2025" ทัพกีฬาไทย จะทำผลงานและสร้างสถิติในหลายชนิดกีฬา แต่ความ "ดราม่า" กลับเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาของการจัดแข่งขันและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องความพร้อมและระบบการจัดการ อาทิ
- กัมพูชาตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขัน
- ไฟสนามราชมังคลากีฬาสถานดับระหว่างการแข่งขันฟุตบอล
- ระบบเสียงพังจนนักกีฬาต้องร้องเพลงชาติกันเอง
- นาฬิกาจับเวลาดับตอน "บิว ภูริพล" เข้าเส้นชัย
- มีการใช้ธงชาติผิด
- เหตุทุจริตในกีฬาอีสปอร์ต / ไม่เห็นด้วยคำตัดสินกีฬามวย
ปรากฏการณ์ "โปรจีน" อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟเบอร์หนึ่ง กับสถิติที่สวิงทั่วโลกต่างซูฮก
แอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2025 กลายเป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จที่สุดนับตั้งแต่เทิร์นโปร ของนักกอล์ฟสาวไทย คว้าแชมป์ได้มากที่สุดตั้งแต่เข้าร่วม LPGA Tour รวม 3 รายการ
ผลงานการคว้าแชมป์ในปี 2025 (รวม 4 รายการ)
- ซาอุดี เลดี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล Saudi Ladies Internationalเป็นแชมป์ในฝั่ง Ladies European Tour (LET) ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์
- มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น Mizuho Americas Open แชมป์ LPGA Tour รายการแรกของปี เดือนพฤษภาคม
- บิวอิค แอลพีจีเอ เซี่ยงไฮ้ Buick LPGA Shanghai ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน
- ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ CME Group Tour Championship ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา รายการปิดท้ายฤดูกาล
สำหรับรายการ "ซีเอ็มอี" โปรสาวไทย สามารถป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน และถือเป็นนักกอล์ฟคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้ 2 สมัยติด ต่อจากโค จิน ยอง อดีตมือ 1 โลกชาวเกาหลีใต้ ทำไว้เมื่อปี 2020-2021
ทั้งสถิติสกอร์เฉลี่ยต่ำสุดในประวัติศาสตร์ 75 ปีของทัวร์ 68.681 ทำลายสถิติเดิมที่ตำนานสวิง อันนิก้า ซอเรนสตัม จากสวีเดน ทำไว้ 68.696 เมื่อปี 2002 ลงได้ นอกจากนี้ ยังเป็นการคว้าแชมป์รายการที่ 4 ในปีนี้ และเป็นแชมป์แชมป์แอลพีจีเอ รายการที่ 7 ในอาชีพ
จากการร่วมแข่งขัน 20 รายการในปีนี้ "โปรจีน" ผ่านตัดตัว 19 รายการ จบท็อป 10 ถึง 14 รายการ และเป็นอันดับท็อป 5 ถึง 12 รายการ
รางวัลเกียรติยศแห่งปี 2025
รางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี (LPGA Tour Player of the Year) เป็นครั้งแรกในอาชีพ และเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่สอง ต่อจาก “เม” เอรียา จุฑานุกาล ที่เคยทำได้ในปี 2018
รางวัลสกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดแห่งปี "แวร์ โทรฟี่"(Vare Trophy) ด้วยสกอร์เฉลี่ย 68.68 ซึ่งถือเป็นสกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์แอลพีจีเอ นับเป็นครั้งที่สองที่เธอคว้ารางวัลนี้ ต่อจากปี 2023
Money Title: อันดับ 1 เงินรางวัลสะสมสูงสุดของปี (Official Money List) โดยปีนี้ทำเงินรางวัลไปกว่า 7,578,330 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 260 ล้านบาท) มากที่สุดในทัวร์ ทำสถิติเงินรางวัลสูงสุดต่อ 1 ฤดูกาล ทำลายสถิติเดิมที่ตัวเองทำไว้เมื่อปีที่แล้ว 6,059,309 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 196.9 ล้านบาท) ลงได้
หลังจบฤดูกาลแข่งขัน แอลพีจีเอ โรเล็กซ์ เวิลด์ กอล์ฟ แรงกิ้ง ประกาศอันดับโลก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดย "โปรจีน" อาฒยา ฐิติกุล มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 13.69 คะแนน เก็บคะแนนสะสมโลกเพิ่มเป็น 506 แต้ม ครองอันดับ 1 โลก ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 17 ติดต่อกัน ทิ้งห่างจากอันดับ 2 เนลลี่ คอร์ดา เนลลี่ คอร์ด้า อดีตมือ 1 ของโลกชาวอเมริกัน อยู่ 5.03 คะแนน มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 312 คะแนน ส่วนอันดับ 3 ของโลก มิยู ยามาชิตะ โปรจากญี่ปุ่น แต้มเฉลี่ย 6.23 คะแนน มีแต้มรวม 355 คะแนน
ด้วยวัยเพียง 22 ปี "โปรจีน"ได้รับการยอมรับจากสื่อต่างชาติว่าเป็นนักกอล์ฟที่มีความสม่ำเสมอที่สุดในโลก ณ ตอนนี้
สำหรับแอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2026 จะเปิดฉากด้วยรายการ ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์ ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 29 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2569
ปรากฏการณ์ "หยู" บัลลังก์ ทับทิมแดง "โชว์พลังเตะ ผงาดบนเวทีโลก"
สำหรับปี 2568 ถือเป็นปีทองของ "หยู" บัลลังก์ ทับทิมแดง จอมเตะวัย 20 ปี เจ้าของความสูง 190 เซ็นติเมตร กลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาเทควันโดชายที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของไทยในยุคปัจจุบัน และผงาดบนเวทีระดับโลก
เริ่มกันที่ผลงานแรก "หยู" บัลลังก์ คว้าเหรียญทอง รายการ เบลเยียม โอเพ่น 2025 (Belgian Open 2025) ในรุ่น 68 กก.ชาย ช่วงเดือนมีนาคม ต่อด้วยคว้าเหรียญทองเทควันโด กีฬามหาวิทยาลัยโลก 2025 (World University Games 2025) และเป็นเหรียญทองแรกให้ทัพไทยในรายการนี้ ที่ประเทศเยอรมนี ช่วงเดือนกรกฏาคม
ความร้อนแรงยังไม่หยุดต่อด้วยการคว้าเหรียญทอง เทควันโด เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รายการ Muju Taekwondo 2025 World Taekwondo Grand Prix Challenge ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในรุ่น 68 กก.ชาย เมื่อเดือนสิงหาคม
ดูเหมือนว่าบันไดก้าวสู่ระดับโลกของจอมเตะไทย จะมาอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้วเมื่อเจ้าตัวประกาศศักดิ์ดาความยิ่งใหญ่ของรุ่นนี้ด้วยการผงาดคว้าแชมป์โลก รุ่น 68 กิโลกรัม ด้วยการเอาชนะ ยูฮยอน ซอง จากเกาหลีใต้ 2-0 ยก ในศึกเทควันโดชิงแชมป์โลก 2025 ที่เมืองอู๋ซี สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 6 ของไทย และเป็นนักกีฬาชายคนที่ 2ต่อจาก "โค้ชแม็ก" ชัชวาล ขาวละออ ที่เคยคว้าแชมป์โลก ปี 2011
ทำเนียบแชมป์โลก
ปี 2025 บัลลังก์ ทับทิมแดง รุ่น 68 กก.ชาย
ปี 2019 พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ รุ่น 49 กก.หญิง / พรรณนภา หาญสุจินต์ รุ่น 57 กก.หญิง
ปี 2015 พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ 46 กก.หญิง
ปี 2013 ชนาธิป ซ้อนขำ รุ่น 49 กก.หญิง
ปี 2011 ชัชวาล ขาวละออ รุ่น 54 กก.ชาย / รังสิยา นิสัยสม รุ่น 62 กก.หญิง
ปิดท้ายสิ้นปีกับมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ "หยู" บัลลังก์ ลงชิงชัยรายการนี้เป็นครั้งแรก พร้อมพกดีกรีเจ้าของแชมป์โลกของรุ่น 68 กก.ชาย คนล่าสุด ลงสังเวียนเป็นฝ่ายต้อน นูแซร์ ลาโอ จากฟิลิปปินส์ 2-0 ยก คว้าเหรียญทองมาครองได้เป็นสมัยแรก และครองความเป็นเบอร์หนึ่งในย่านอาเซียนอย่างเป็นทางการ
หลายคนจับตามองผลงานของ "หยู" บัลลังก์ อย่างใกล้ชิด พร้อมยกให้จอมเตะหนุ่มไทย คือทายาทสืบทอดความสำเร็จในวงการเทควันโดระดับโลกต่อจาก "เทนนิส" พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ สุดยอดนักเทควันโดหญิงไทย ที่กวาดความสำเร็จมามากมาย
ปี 2568 กลายเป็นปีทองของ "หยู" บัลลังก์ แต่เชื่อว่ายังไม่เป็นที่สุดของจอมเตะหนุ่มไทยอย่างแน่นอน
แต่มองได้ว่าเป็นก้าวย่างอีกระดับหนึ่งในการมุ่งหน้าสู่เหรียญทองอันยิ่งใหญ่ที่สุดของการเป็นนักกีฬา นั้นคือ เหรียญทองโอลิมปิก และนี่คือเป้าหมายที่เจ้าตัววางเอาไว้
ปัจจุบัน "หยู" บัลลังก์ ทับทิมแดง ถูกยกให้เป็นตัวเต็งในรุ่น 68 กก.ของโลก และเป็นความหวังสูงสุดของไทยในเส้นทางสู่โอลิมปิกเกมส์ 2028 หรือ แอลเอ 2028