บทเรียนเดิม? ทำไม "ลิเวอร์พูล" มักเสียประตูจากลูกตั้งเตะ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปัญหาลูกตั้งเตะยังหลอกหลอนทัพหงส์แดง แม้ผลแข่งจะออกมาดี แต่รอยรั่วก็ยังชัด?

ถ้าพูดถึงปัญหาที่แฟนลิเวอร์พูลพูดถึงกันบ่อยที่สุดในฤดูกาลนี้ หนึ่งในนั้นต้องเป็นเรื่อง “ปัญหาลูกตั้งเตะ” เพราะไม่ว่าจะเจอทีมไหน ภาพเดิมก็เกิดซ้ำ ๆ คือการเสียประตูจากลูกนิ่งอยู่เรื่อย ๆ

เกมกับวูล์ฟฯก็เหมือนกัน ลิเวอร์พูลชนะก็จริง แต่ก็ยังโดนจากลูกตั้งเตะอีกครั้ง จังหวะที่อลิสซอนเซฟลูกแรกได้ แต่บอลดันมาเข้าทางซานติอาโก้ บูเอโน่ ยิงซ้ำเข้าไป ปัญหาคือมันไม่ใช่ครั้งแรก และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังลิเวอร์พูล Reuters/Phil Noble
เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังลิเวอร์พูล
เพราะนี่คือเกมที่สองติดต่อกันแล้วที่ลิเวอร์พูลนำห่างถึงสองประตู แต่สุดท้ายก็ยังปล่อยให้คู่แข่งกลับมามีลุ้นจากลูกนิ่ง

ถ้ามองจากตัวเลขจะยิ่งเห็นชัด ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลเสียประตูจากลูกตั้งเตะรวมจุดโทษไปแล้วมากกว่าครึ่งของประตูทั้งหมดที่เสีย และถ้านับเฉพาะลูกตั้งเตะจริง ๆ พวกเขาเสียไปถึง 12 ประตู ซึ่งถือว่าสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งของลีก

ในขณะที่ฝั่งเกมรุกกลับตรงกันข้าม ลิเวอร์พูลทำประตูจากลูกนิ่งได้น้อยมาก แทบจะอยู่ท้ายตารางในแง่ประสิทธิภาพ หมายความว่าทีมเสียเปรียบทั้งรุกและรับในจังหวะแบบนี้

คำถามคือ แล้วมันเกิดจากอะไร?

ตอนอาร์เน่อ ชล็อต เข้ามาคุมทีม เขาเคยพยายามหาคนที่เชี่ยวชาญเรื่องลูกตั้งเตะโดยเฉพาะเข้ามาช่วยตรงนี้ แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ จึงให้แอรอน บริกส์ ซึ่งเดิมเป็นโค้ชพัฒนานักเตะ มารับหน้าที่ตรงนี้แทน โดยมีทีมวิเคราะห์คนอื่น ๆ ช่วยซัพพอร์ต

รูปแบบการยืนจริง ๆ ไม่ได้แย่ เพราะใช้ทั้งการยืนโซนผสมกับการประกบตัว ซึ่งเป็นระบบเดียวกับฤดูกาลก่อนที่ลิเวอร์พูลแทบไม่เสียประตูจากลูกตั้งเตะเลยด้วยซ้ำ

ปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่จังหวะแรก แต่อยู่ที่จังหวะต่อเนื่องหลังจากนั้นมากกว่า

อาร์เน่อ ชล็อต เคยพูดไว้หลังเกมเสมอลีดส์ว่า มันไม่ใช่เรื่องแท็กติก เพราะใช้แบบเดิมมาตลอด แต่สิ่งที่ต่างคือทีมกลับเสียประตูจากมันมากขึ้นเรื่อย ๆ

ถ้าดูตามสถิติ ลิเวอร์พูลควรเสียประตูจากลูกนิ่งประมาณ 4 ลูกเท่านั้น แต่ความจริงกลับเสียเกือบสองเท่า ซึ่งสะท้อนถึงเรื่องสมาธิ การตัดสินใจ และการยืนตำแหน่งในเสี้ยววินาทีสำคัญ

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ก็พูดชัดหลังเกมกับวูล์ฟส์ว่า ทุกคนต้องรับผิดชอบ เพราะแม้จะกันจังหวะแรกได้ แต่พอถึงจังหวะสอง ทีมกลับเสียตำแหน่งกันง่ายเกินไป

หลายประตูที่เสีย เกิดจากการที่ผู้เล่นหยุดนิ่งหรืออ่านเกมช้ากว่าคู่แข่ง อย่างเกมกับสเปอร์สที่ปล่อยให้ริชาร์ลิซอนยิงง่าย ๆ หรือเกมกับนิวคาสเซิลที่ไม่มีใครตามประกบจนโดนซ้ำ

แม้ลิเวอร์พูลจะมีนักเตะตัวใหญ่หลายคน แต่ความจริงแล้ว คนที่โหม่งดีจริง ๆ มีแค่ฟาน ไดจ์คกับโกนาเต้เท่านั้น พอสองคนนี้โดนบังหรือถูกดึงออกจากพื้นที่ คนอื่นก็รับมือไม่ทัน ปัญหามันเลยอยู่ตรงนี้

อีกจุดที่น่าห่วงคือหลายครั้งทีมดันเกมบุกสูงเกินไป ทั้งที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย ฟูลแบ็กดันสูง กองกลางขยับขึ้น แต่ลืมไปว่าลูกตั้งเตะยังไม่จบ ทำให้โดนสวนกลับง่าย ๆ

รวมถึงจังหวะหลังเปลี่ยนตัว ที่ผู้เล่นบางคนยังจัดตำแหน่งไม่ลงตัว แต่เกมกลับเดินต่อทันที และนั่นก็เปิดโอกาสให้คู่แข่งเล่นงานได้
อาร์เน่อ ชล็อตยอมรับว่าทีมยังต้องปรับอีกเยอะ แต่เขาก็พยายามมองด้านบวก อย่างน้อยลิเวอร์พูลยังเก็บชัยชนะได้ แม้จะมีข้อผิดพลาดให้เห็น

แต่ถ้าทีมยังอยากลุ้นแชมป์แบบจริงจัง การปล่อยให้เสียประตูจากลูกตั้งเตะซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ คงไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้ในระยะยาว
เพราะความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่การยิงประตูให้มาก แต่อยู่ที่การไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดเล็ก ๆ กลายเป็นแผลใหญ่ที่ทำร้ายทีมซ้ำแล้วซ้ำอีก
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ