ถ้าพูดถึงปัญหาที่แฟนลิเวอร์พูลพูดถึงกันบ่อยที่สุดในฤดูกาลนี้ หนึ่งในนั้นต้องเป็นเรื่อง “ปัญหาลูกตั้งเตะ” เพราะไม่ว่าจะเจอทีมไหน ภาพเดิมก็เกิดซ้ำ ๆ คือการเสียประตูจากลูกนิ่งอยู่เรื่อย ๆ
เกมกับวูล์ฟฯก็เหมือนกัน ลิเวอร์พูลชนะก็จริง แต่ก็ยังโดนจากลูกตั้งเตะอีกครั้ง จังหวะที่อลิสซอนเซฟลูกแรกได้ แต่บอลดันมาเข้าทางซานติอาโก้ บูเอโน่ ยิงซ้ำเข้าไป ปัญหาคือมันไม่ใช่ครั้งแรก และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ถ้ามองจากตัวเลขจะยิ่งเห็นชัด ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลเสียประตูจากลูกตั้งเตะรวมจุดโทษไปแล้วมากกว่าครึ่งของประตูทั้งหมดที่เสีย และถ้านับเฉพาะลูกตั้งเตะจริง ๆ พวกเขาเสียไปถึง 12 ประตู ซึ่งถือว่าสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งของลีก
ในขณะที่ฝั่งเกมรุกกลับตรงกันข้าม ลิเวอร์พูลทำประตูจากลูกนิ่งได้น้อยมาก แทบจะอยู่ท้ายตารางในแง่ประสิทธิภาพ หมายความว่าทีมเสียเปรียบทั้งรุกและรับในจังหวะแบบนี้
คำถามคือ แล้วมันเกิดจากอะไร?
ตอนอาร์เน่อ ชล็อต เข้ามาคุมทีม เขาเคยพยายามหาคนที่เชี่ยวชาญเรื่องลูกตั้งเตะโดยเฉพาะเข้ามาช่วยตรงนี้ แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ จึงให้แอรอน บริกส์ ซึ่งเดิมเป็นโค้ชพัฒนานักเตะ มารับหน้าที่ตรงนี้แทน โดยมีทีมวิเคราะห์คนอื่น ๆ ช่วยซัพพอร์ต
รูปแบบการยืนจริง ๆ ไม่ได้แย่ เพราะใช้ทั้งการยืนโซนผสมกับการประกบตัว ซึ่งเป็นระบบเดียวกับฤดูกาลก่อนที่ลิเวอร์พูลแทบไม่เสียประตูจากลูกตั้งเตะเลยด้วยซ้ำ
ปัญหาจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่จังหวะแรก แต่อยู่ที่จังหวะต่อเนื่องหลังจากนั้นมากกว่า
อาร์เน่อ ชล็อต เคยพูดไว้หลังเกมเสมอลีดส์ว่า มันไม่ใช่เรื่องแท็กติก เพราะใช้แบบเดิมมาตลอด แต่สิ่งที่ต่างคือทีมกลับเสียประตูจากมันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้าดูตามสถิติ ลิเวอร์พูลควรเสียประตูจากลูกนิ่งประมาณ 4 ลูกเท่านั้น แต่ความจริงกลับเสียเกือบสองเท่า ซึ่งสะท้อนถึงเรื่องสมาธิ การตัดสินใจ และการยืนตำแหน่งในเสี้ยววินาทีสำคัญ
เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ก็พูดชัดหลังเกมกับวูล์ฟส์ว่า ทุกคนต้องรับผิดชอบ เพราะแม้จะกันจังหวะแรกได้ แต่พอถึงจังหวะสอง ทีมกลับเสียตำแหน่งกันง่ายเกินไป
หลายประตูที่เสีย เกิดจากการที่ผู้เล่นหยุดนิ่งหรืออ่านเกมช้ากว่าคู่แข่ง อย่างเกมกับสเปอร์สที่ปล่อยให้ริชาร์ลิซอนยิงง่าย ๆ หรือเกมกับนิวคาสเซิลที่ไม่มีใครตามประกบจนโดนซ้ำ
แม้ลิเวอร์พูลจะมีนักเตะตัวใหญ่หลายคน แต่ความจริงแล้ว คนที่โหม่งดีจริง ๆ มีแค่ฟาน ไดจ์คกับโกนาเต้เท่านั้น พอสองคนนี้โดนบังหรือถูกดึงออกจากพื้นที่ คนอื่นก็รับมือไม่ทัน ปัญหามันเลยอยู่ตรงนี้
อีกจุดที่น่าห่วงคือหลายครั้งทีมดันเกมบุกสูงเกินไป ทั้งที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย ฟูลแบ็กดันสูง กองกลางขยับขึ้น แต่ลืมไปว่าลูกตั้งเตะยังไม่จบ ทำให้โดนสวนกลับง่าย ๆ
รวมถึงจังหวะหลังเปลี่ยนตัว ที่ผู้เล่นบางคนยังจัดตำแหน่งไม่ลงตัว แต่เกมกลับเดินต่อทันที และนั่นก็เปิดโอกาสให้คู่แข่งเล่นงานได้
อาร์เน่อ ชล็อตยอมรับว่าทีมยังต้องปรับอีกเยอะ แต่เขาก็พยายามมองด้านบวก อย่างน้อยลิเวอร์พูลยังเก็บชัยชนะได้ แม้จะมีข้อผิดพลาดให้เห็น
แต่ถ้าทีมยังอยากลุ้นแชมป์แบบจริงจัง การปล่อยให้เสียประตูจากลูกตั้งเตะซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ คงไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับได้ในระยะยาว
เพราะความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่การยิงประตูให้มาก แต่อยู่ที่การไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดเล็ก ๆ กลายเป็นแผลใหญ่ที่ทำร้ายทีมซ้ำแล้วซ้ำอีก