สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ยืนยันว่ากำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงกฎล้ำหน้า ซึ่งการอภิปรายเรื่องนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นหลังจากที่จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ต่อสาธารณะในการประชุมสุดยอดกีฬาระดับโลกที่ดูไบ โดยสาระสำคัญของกฎล้ำหน้าใหม่นี้ กำหนดให้ผู้เล่นเกมรุกจะต้องอยู่เลยกองหลังตัวสุดท้ายไปชนิดทั้งตัวถึงจะถูกเป่าว่าล้ำหน้า แต่หากยังมีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายทับหรือเสมอกับกองหลังอยู่จะถือว่า "ไม่ล้ำหน้า"
โดยกฎล้ำหน้าใหม่'นี้เรียกอีกอย่างว่า "กฎเวนเกอร์" เพราะเป็นการผลักดันโดย อาร์แซน เวนเกอร์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาฟุตบอลของฟีฟ่า
"เรากำลังทบทวนกฎกติกาการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง และตั้งคำถามว่าฟุตบอลจะมีความดุดันและน่าดึงดูดใจมากขึ้นได้อย่างไร โดยเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ขององค์กรที่จะยกระดับการแข่งขันโดยไม่ลดทอนความยุติธรรม" อินฟานติโน่ เผย
การเปลี่ยนแปลงใหม่นี้ จะเป็นการเบี่ยงเบนอย่างชัดเจนจากการตีความในปัจจุบัน ซึ่งการตัดสินใจเพียงเล็กน้อย มักตัดสินจากหัวไหล่หรือเข่า ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการตัดสินล้ำหน้าได้ เป้าหมายคือการลดการตัดสินที่ละเอียดอ่อนมากเกินไปซึ่งก่อให้เกิดข้อถกเถียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้ VAR
อย่างไรก็ตามวาระดังกล่าวจะถูกนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ ( IFAB) ในวันที่ 20 มกราคมนี้ และจะมีการโหวตในที่ประชุมใหญ่เดือนกุมภาพันธ์ ต่อไป ซึ่งหากกฎการล้ำหน้าใหม่นี้ผ่านการอนุมัติ มีโอกาสสูงที่จะเริ่มบังคับใช้จริงในฤดูกาล 2026-2027 หลังจากได้ผ่านการทดลองใช้ในทัวร์นาเมนต์เยาวชนที่ อิตาลี และ สวีเดน