ในฤดูกาล 2023/24 เอ็นโซ่ มาเรสก้า พาเลสเตอร์ซิตี้ชนะถึง 31 นัดในแชมเปี้ยนชิพและแพ้ 11 นัด ซึ่งหนึ่งในเกมที่เขาแพ้ คือแพ้ให้กับฮัลล์ ซิตี้ ของ เลียม โรซิเนียร์ แบบหวุดหวิด 1-0 และคนที่ยิงประตูชัยในวันนั้น คือ เลียม ดีแลป…
ตอนนั้นคงไม่มีใครคิดว่า เกมธรรมดาในลีกรองอังกฤษนัดหนึ่ง จะกลายมาเป็นจุดเชื่อมโยงถึงเชลซีในอนาคต เพราะวันนี้ โรซิเนียร์ คือคนที่เชลซีเลือกให้เข้ามารับไม้ต่อจากมาเรสก้า พร้อมสัญญายาวถึงปี 2032 เซ็นกันยาว ๆ 6 ปี
คำว่า “คนคุ้นเคย” คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เชลซีตัดสินใจเลือกเขา แต่ไม่ใช่แค่เพราะเขารู้จักนักเตะอย่างดีแลป หรือบรรดาดาวรุ่งที่วนเวียนอยู่ในเครือ บลูโคฯ อย่าง อันเดรย์ ซานโตส, มามาดู ซาร์, ไมค์ เพนเดอร์ส, เคนดรี้ ปาเอซ หรือแม้แต่ เอ็มมานูเอล เอเมก้า ที่กำลังจะย้ายมาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้
เล่าย้อนก่อนว่า…ความคุ้นเคยของโรซิเนียร์กับเชลซี เริ่มต้นมาตั้งแต่ยังเป็นนักเตะที่ฮัลล์ ซิตี้ เขาใช้เวลานั่งคุย วิเคราะห์เกม และถกไอเดียฟุตบอลกับนักวิเคราะห์หนุ่มคนหนึ่งชื่อ ลอเรนซ์ สจ๊วร์ต ซึ่งวันนี้คือหนึ่งในผู้อำนวยการกีฬาของเชลซี
ต่อมาในช่วงที่เขาเป็นนักเตะและโค้ชที่ไบรท์ตัน เขาก็ได้รู้จักกับ พอล วินสแตนลีย์ ผู้อำนวยการกีฬาอีกคนของเชลซี รวมถึง แซม จิวเวลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายสรรหานักเตะระดับโลก
และในช่วงที่เขาคุมสตราสบูร์ก โรซิเนียร์มีการติดต่อกับทีมงานระดับบนของเชลซีแทบทุกวัน ทั้งสจ๊วร์ต, วินสแตนลีย์, จิวเวลล์, โจ ชีลด์ส หัวหน้าฝ่ายสเกาต์ และ เดฟ ฟัลโลว์ส ผู้อำนวยการพัฒนาฟุตบอลคนใหม่
ถึงขั้นมีคนแซวกันว่า ฝ่ายการเงินของเชลซีอาจไม่ต้องถามเลขบัญชีเขาด้วยซ้ำ เพราะพวกเขารู้จักและคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ความคุ้นเคยทางแนวคิดฟุตบอล
ฤดูกาล 2024/25 เชลซีสร้างสถิติเป็นทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ด้วยอายุเฉลี่ยตัวจริงแค่ 24 ปี กับอีก 36 วัน
ขณะที่สตราสบูร์กของโรซิเนียร์ หนักกว่านั้นอีก อายุเฉลี่ยแค่ 21 ปี กับอีก 287 วัน น้อยที่สุดในบรรดาลีกระดับท็อปของยุโรป
และในฤดูกาล 2025/26 ทีมของเขายิ่งเด็กลงไปอีก แม้จะมี เบน ชิลเวลล์ วัย 29 ปี ลงสนามเป็นตัวจริงอยู่บ่อยครั้งก็ตาม
แน่นอนว่ามีแฟนบอลบางส่วนมองว่านี่คือการเอาคนเคย ๆ เข้ามาทำงาน เป็นพวกพ้องเดียวกัน แต่คนในเชลซีอาจมองต่างออกไป พวกเขาเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้ว
จะช่วยให้การทำงานไหลลื่น โรซิเนียร์เข้าใจระบบของ BlueCo เข้าใจฝ่ายบริหารอย่างท็อด โบห์ลี่ และ เบห์ดัด เอ็กบาลี รู้ว่าคนรอบตัวทำงานแบบไหน และไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
ที่สตราสบูร์ก โรซีเนียร์เชื่อว่าการสร้างความสัมพันธ์ คือรากฐานของวัฒนธรรมทีมที่ดี และเมื่อมาถึงเชลซี เขาแทบไม่ใช่คนนอกเลยด้วยซ้ำ
การที่เชลซีเลือกโค้ชวัย 41 ปี พร้อมมอบสัญญายาวถึง 6 ปีครึ่ง แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเชื่อมั่นในตัวเขามากแค่ไหน ทั้งที่รู้ดีว่าภาพลักษณ์
เรื่องนี้อาจสร้างความไม่พอใจให้แฟนบอลสตราสบูร์ก ซึ่งกลุ่มอุลตร้ายังประท้วงเงียบ 15 นาทีทุกนัดอยู่แล้ว
เวย์น รูนีย์ ซึ่งเคยร่วมงานกับโรซิเนียร์ที่ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เคยบอกว่า เขาเป็นหนึ่งในโค้ชที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยเจอ
โรซิเนียร์เป็นคนรุ่นใหม่ พูดเก่ง มีความทะเยอทะยาน เก่งแท็คติก แต่ก็ยอมรับว่าตัวเองยังไม่ใช่โค้ชที่สมบูรณ์แบบ และเขารู้ตัวดีว่ายังต้องพิสูจน์อีกมาก
สิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญ คือใช้การแถลงข่าวเพื่อ “อธิบายฟุตบอล” ให้แฟนบอลเข้าใจว่า ทำไมถึงเลือกเล่นแบบนี้ ทำไมถึงเปลี่ยนตัวแบบนั้น เพราะเขาเชื่อว่าแฟนบอลควรเข้าใจเกมไปพร้อมกับทีม
ในห้องแต่งตัวเชลซี เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ ทั้ง โคล พาลเมอร์, มอยเซส ไกเซโด้, รีซ เจมส์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ
โรซิเนียร์มีความเชื่อที่ว่า ถ้าเขาให้เกียรตินักเตะ นักเตะก็จะให้เกียรติเขากลับมา และตลอดเวลาที่คุมสตราสบูร์ก เขาไม่เคยปรับเงินนักเตะเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ความใจดี ไม่ได้แปลว่าอ่อนข้อ
กรณีของ เอ็มมานูเอล เอเมก้า กัปตันทีมวัย 22 ปี คือบทพิสูจน์ เมื่อเจ้าตัวให้สัมภาษณ์พลาดหลายครั้ง รวมถึงพูดว่าเคยคิดว่าสตราสบูร์กอยู่ในเยอรมนี
โรซิเนียร์เรียกคุยยาว อธิบายว่าคำพูดเหล่านั้นส่งผลเสียอย่างไร และบทบาทผู้นำไม่ได้อยู่แค่ในสนาม
สุดท้าย สโมสรตัดสินใจแบนเขาหนึ่งนัด สตราสบูร์กแพ้ 0-1 แต่โรซิเนียร์เชื่อว่า การตัดเวลาลงสนาม คือบทเรียนที่แรงกว่าค่าปรับเงินใด ๆ
แรงบันดาลใจด้านภาวะผู้นำของโรซีเนียร์คือ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ ไบรอัน คลัฟฟ์ โค้ชที่ปกป้องลูกทีมเสมอ
เมื่อแฟนบอลสตราสบูร์กโจมตีเอเมก้า หลังเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับเชลซี โรซิเนียร์ออกมาปกป้องลูกทีมทันที
แถมเขายังเคย เขียนจดหมายเปิดผนึกใน The Guardian เรียกร้องความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนให้คนผิวดำในปี 2020
บทความนั้นพิสูจน์ว่า โรซิเนียร์ไม่ใช่แค่โค้ช แต่เป็นคนที่มีความคิด มีจุดยืน และกล้าพูดในประเด็นใหญ่ของสังคม
และนี่คือเหตุผลที่เชลซีเชื่อว่า พวกเขาไม่ได้แค่ได้โค้ชที่เก่งแท็คติก แต่ได้ผู้นำที่สามารถสร้าง “วัฒนธรรมทีม” ซึ่งอาจกลายเป็นรากฐานสำคัญของเชลซีในระยะยาว
นี่ก็เป็นอีกมุมที่เป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเป็น “เลียม โรซิเนียร์” แต่อย่างไรก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า คนเคย ๆ แบบโรซีเนียร์จะพาทัพสิงห์บลูส์บินไปได้สูงแค่ไหนในฟุตบอลที่โหดหินอย่างพรีเมียร์ลีก