ถอด 10 บทเรียนที่ "อาร์แซน เวนเกอร์" เปลี่ยนพรีเมียร์ลีกไปตลอดกาล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

10 บทเรียนจากเวนเกอร์ ที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่อาร์เซน่อล แต่สอนพรีเมียร์ลีกทั้งลีกให้เข้าใจฟุตบอลแบบใหม่ไปตลอดกาล

ในวันที่อาร์แซน เวนเกอร์ ก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล แทบไม่มีใครในอังกฤษรู้จักเขา นักเตะบางคนมองเขาเหมือนครูสอนภูมิศาสตร์มากกว่ากุนซือฟุตบอล และยังตั้งคำถามว่า “ชายฝรั่งเศสคนนี้จะรู้อะไรเกี่ยวกับฟุตบอลอังกฤษได้แค่ไหน”

แต่เวลาผ่านไป เวนเกอร์ไม่เพียงเปลี่ยนอาร์เซน่อล เขายังเปลี่ยน วัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษทั้งระบบ ตั้งแต่สนามซ้อม ห้องแต่งตัว ไปจนถึงวิธีคิดของโค้ชและนักเตะ เขาได้เข้ามาเปลี่ยนอะไรบ้าง ไปไล่เรียงพร้อมกัน
 

 

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทัพปืนใหญ่ Reuters/Paul Childs
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทัพปืนใหญ่
- ฟุตบอลที่วัดกันด้วยเวลา

เวนเกอร์นำ “ความเป็นวิชาการ” เข้ามาสู่การซ้อม ทุกอย่างถูกกำหนดด้วยเวลา ซ้อมสั้น กระชับ และแม่นยำ ไม่ใช่การซ้อมหนักจนล้าแบบเดิม ๆ

เขาเชื่อว่าการเตรียมตัวที่ดี สำคัญพอ ๆ กับการลงแข่ง และรายละเอียดเล็กน้อย เช่น อุณหภูมิในรถบัส หรือความเงียบในช่วงพักครึ่ง ก็มีผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจนักเตะ

- ผัก ผลไม้ และการสอนให้ดูแลตัวเอง

ตอนเวนเกอร์เปลี่ยนเมนูอาหารในสโมสร นักเตะหลายคนไม่พอใจ โดยเฉพาะ เอียน ไรท์ ที่ทำหน้าบึ้งใส่บล็อคโคลี่ แต่ไม่นาน ทุกคนก็เริ่มปรับตัว วิตามินเสริมเข้ามาแทนอาหารไขมันสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ถูกห้าม แต่ถูกลดบทบาทลง

เวนเกอร์เคยอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น และได้เรียนรู้ว่าการกินอยู่ส่งผลต่อร่างกายแค่ไหน ตอนนั้นเขามองว่า นักเตะอังกฤษกินน้ำตาลและเนื้อมากเกินไป แต่ผักน้อยเกินไป

นอกจากอาหาร เวนเกอร์ยังนำการ “ยืดกล้ามเนื้ออย่างจริงจัง” เข้ามา ก่อนเกมแรกของเขา นักเตะต้องยืดกล้ามเนื้อในห้องบอลรูมของโรงแรมถึงครึ่งชั่วโมง แนวคิดนี้ช่วยยืดอายุการเล่นของแนวรับอาร์เซน่อล และกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของฟุตบอลอังกฤษ แม้แต่ทีมลีกรองก็ยังต้องปรับตาม

- สภาพแวดล้อมคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

ตอนแรก เวนเกอร์ตกใจเมื่อรู้ว่าสนามซ้อมอาร์เซน่อลต้องใช้ร่วมกับนักเรียน หลังเหตุไฟไหม้ห้องแต่งตัว เขาผลักดันให้สร้างศูนย์ฝึกซ้อมมูลค่า 12 ล้านปอนด์ โดยใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่ขนาดสนามที่ต้องเท่ากับสนามแข่งขันจริง ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฮวงจุ้ย มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาอย่างเต็มที่ 

และมีน้ำตกตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม อยู่ในระดับสายตาของนักเตะขณะออกกำลังกายในโรงยิม เวนเกอร์ยังเลือกช้อนส้อมและเก้าอี้ในโรงอาหารด้วยตนเองอีกด้วย สำหรับเขา สภาพแวดล้อมคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

- ความรู้คือเงินทุนที่สำคัญที่สุด

อาร์เซน่อลยุคเวนเกอร์ไม่ใช่ทีมที่ใช้เงินมากที่สุด แต่เขาใช้ “ความรู้” แทนเงิน ด้วยเครือข่ายแมวมองทั่วโลก

เวนเกอร์ดึงนักเตะอย่าง เธียร์รี่ อองรี (10.5 ล้านปอนด์), ปาทริค วิเอร่า (4 ล้านปอนด์), โคโล่ ตูเร่, เชสก์ ฟาเบรกาส เข้ามาในราคาที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ยอดเยี่ยม เขาชอบ “สร้าง” นักเตะ มากกว่า “ซื้อ” นักเตะที่เป็นซูเปอร์สตาร์มาก่อนแล้ว

แม้จะมีความผิดพลาดบ้าง แต่ตลอดทศวรรษ เวนเกอร์ใช้เงินน้อยกว่าหลายทีมใหญ่ และพิสูจน์ว่าฟุตบอลไม่จำเป็นต้องใช้เงินแพง ๆ เสมอไป
เปลี่ยนภาพจำโค้ชต่างชาติ

ตอนเวนเกอร์มาใหม่ ๆ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยถามว่า “เขารู้อะไรเกี่ยวกับฟุตบอลอังกฤษ ในเมื่อมาจากญี่ปุ่น?”
แต่เวนเกอร์คว้าแชมป์ลีกและเอฟเอคัพตั้งแต่ฤดูกาลแรกแบบเต็มตัว ดับคำสบประมาททั้งหมด และเปิดประตูให้โค้ชต่างชาติเข้ามามีบทบาทในพรีเมียร์ลีก

จากลีกที่เคยไม่เปิดรับคนต่างชาติ พรีเมียร์ลีกกลายเป็นเวทีของผู้จัดการทีมจากทั่วโลก

- ไม่ดื่ม ไม่สังสรรค์ จริงจังกับงาน

การดื่มหลังเกมคือธรรมเนียมฟุตบอลอังกฤษที่ผู้จัดการทีมรุ่นเก่าอย่าง เฟอร์กูสัน, เรดแนปป์ หรือซูเนสส์ ทำกันเป็นเรื่องปกติ แต่ อาร์แซน เวนเกอร์ เลือกปฏิเสธมาตลอด

เพราะเขาไม่เห็นประโยชน์ของการนั่งดื่มและพูดคุยกับคู่แข่ง หลังจากยังจมอยู่กับอารมณ์ของทีมตัวเอง
เฟอร์กูสันเคยวิจารณ์ว่า เวนเกอร์เป็นผู้จัดการทีมคนเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ไม่ร่วมธรรมเนียมนี้ และมองว่าเขาเป็นคนวางตัวห่างเหิน ซึ่งสะท้อนบุคลิกที่ไม่ยอมอ่อนข้อและไม่ใช่ผู้แพ้อย่างสง่างามนัก

คาแรกเตอร์แบบนี้เองที่ทำให้เวนเกอร์มีศัตรูหลายคน โดยเฉพาะการปะทะกับเฟอร์กูสันที่เข้มข้นทั้งในสนามและนอกสนาม การใช้คำพูดเฉียบคมและความมั่นใจในแนวคิดของตัวเอง 

ทำให้เวนเกอร์เป็นคนแรกที่กล้ายืนชนอำนาจของ “เฟอร์กี้” อย่างตรงไปตรงมา และนั่นคือเหตุผลที่ความบาดหมางของทั้งคู่ถูกจดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

- พาสปอร์ตไม่สำคัญ
เกมแรกของอาร์แซน เวนเกอร์กับอาร์เซน่อลในปี 1996 เต็มไปด้วยนักเตะอังกฤษเกือบทั้งทีม มีนักเตะต่างชาติจริง ๆ แค่คนเดียวคือ ปาทริค วิเอร่า แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบปี ทีมอาร์เซน่อลชุดบุกชนะเรอัล มาดริดที่เบร์นาเบวกลับไม่มีนักเตะอังกฤษแม้แต่คนเดียว

ชัยชนะครั้งนั้นไม่ได้รับคำชมในอังกฤษ กลับถูกตั้งคำถามว่าเป็น “ความสำเร็จของสโมสรอังกฤษจริงหรือไม่” เพราะขุมกำลังเต็มไปด้วยนักเตะจากฝรั่งเศสและยุโรป

เวนเกอร์ไม่เห็นด้วยกับเสียงวิจารณ์เหล่านั้น เขามองว่าปัญหาไม่เคยอยู่ที่สัญชาติ แต่อยู่ที่คุณภาพนักเตะ เขาเองก็ยอมรับตรง ๆ ว่า นักเตะอังกฤษหลายคนที่ซื้อมาไม่ได้ตอบโจทย์เท่ากับผู้เล่นต่างชาติ

หลักคิดของเวนเกอร์ชัดเจนเสมอ อาร์เซน่อลยึดถือคุณค่า ไม่ใช่สัญชาติ

ฤดูกาลนั้น ทีมมีนักเตะถึง 14 สัญชาติ ส่วนนักเตะอังกฤษแท้ ๆ เป็นเพียงตัวสำรองหรือดาวรุ่ง 

- เธียร์รี่ อองรี

ของขวัญชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งที่อาร์แซน เวนเกอร์มอบให้ฟุตบอลอังกฤษ คือหมายเลข 14 อย่างเธียร์รี่ อองรี 
อองรีเป็นนักเตะที่ได้รับการยอมรับเกือบเป็นเอกฉันท์ ทั้งจากคู่แข่งและแฟนบอลต่างถิ่น นักเตะระดับ เจอร์ราร์ด, ฟาน นิสเตลรอย

หรืออดีตนักเตะอย่าง ปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ ต่างยกย่องเขา เสียงปรบมือจากแฟนทีมคู่แข่งและรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีถึงสามครั้ง สะท้อนความยิ่งใหญ่ได้ชัดเจน

อองรียอมรับตรงไปตรงมาว่า เวนเกอร์คือคนที่ “เปลี่ยนชีวิตเขา” จากปีกธรรมดา กลายเป็นกองหน้าระดับโลก 

- ไม่อยู่ในแสง

ประโยค “ผมไม่เห็นจังหวะนั้น” กลายเป็นวลีติดปากในฟุตบอลอังกฤษไปแล้ว เวนเกอร์มักใช้มันเป็นเกราะป้องกันตัวเองและลูกทีมจากการวิจารณ์ แม้ช่วงแรกอาร์เซน่อลจะโดนใบแดงถึง 52 ใบใน 7 ฤดูกาลแรก 

แต่ต่อมาก็พัฒนาด้านแฟร์เพลย์ขึ้นอย่างชัดเจน การ “เลือกมอง” ของเวนเกอร์ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือกลไกปกป้องทีม และเขาก็พร้อมแสดงความเห็นเสมอเมื่อเป็นประโยชน์ต่ออาร์เซน่อล

ตัวตนที่แท้จริงของเวนเกอร์กลับเป็นปริศนา เขาไม่ชอบกล้อง ไม่ชอบแสงไฟ และแทบไม่เปิดเผยชีวิตส่วนตัว แฟนบอลจำนวนไม่น้อยยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีครอบครัว 

เวนเกอร์เคยพูดติดตลกว่า เขารู้จักทางไปแค่สามที่ ไฮบิวรี สนามซ้อม และบ้านของเขาเท่านั้น

- P38 W26 D12 L0

เวนเกอร์เคยพูดว่า การไม่แพ้ทั้งฤดูกาล “ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้” เขาทำในสิ่งที่ฟุตบอลยุคใหม่แทบไม่มีใครเชื่อว่าจะเกิดขึ้น
ฤดูกาล 2003/04 อาร์เซน่อลคว้าแชมป์ลีกแบบไร้พ่าย 38 นัด พร้อมสไตล์การเล่นที่แฟนบอลเรียกว่า “Wengerball” ฟุตบอลที่สวยงาม ลื่นไหล และกล้าครองบอล

แม้บางวันจะเปราะบางเมื่อเจอทีมที่ตั้งรับเป็นระบบ แต่เวนเกอร์ไม่เคยเปลี่ยนอุดมคติของตัวเอง

ตั้งแต่วันแรกที่เขาคุมทีม เวนเกอร์บอกแฟนบอลว่า “มาแล้วต้องมีความสุข” และสุดท้าย เขาก็ทำให้คำพูดนั้นเป็นจริง…

และนี่คือ 10 บทเรียนที่เวนเกอร์เปลี่ยนพรีเมียร์ลีกไปตลอดกาล ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้จัดการทีม แต่ในฐานะ “ครูฟุตบอล” ที่สอนทั้งนักเตะ โค้ช และทั้งลีก ให้มีแนวคิดที่ต่างไปจากเดิม
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ