พอดูเกมนัดเมื่อคืนระหว่างทัพปืนใหญ่และทัพปีศาจแดง…มันเริ่มเป็นคำถามที่ยากจะปฏิเสธขึ้นเรื่อยๆ ว่าก้างชิ้นโตที่สุดที่จะขวางกั้นความสำเร็จของอาร์เซน่อล อาจไม่ใช่ความแข็งแกร่งของคู่แข่งทีมไหน แต่มันคือ "กำแพงความกดดัน" ของพวกเขาเองซะมากกว่าหรือเปล่า?
ถ้าอาร์เซน่อลไปไม่ถึงฝั่งฝันในการคว้าแชมป์ อย่างแรกที่อาจจะต้องหันมามองก่อนเป็นอันดับแรก ก็คือตัวพวกเขาเอง
ซึ่งอ่านมาถึงตรงนี้ แฟนปืนบางส่วนอาจเกิดการตั้งคำถามว่า ทำไมถึงบอกว่าอาร์เซน่อลทำตัวเอง? เอาจริง ๆ มันน่าแปลกใจที่ทีมซึ่งเพิ่งบุกไปถล่มอินเตอร์ มิลาน 3-1 ถึงซาน ซิโร่ ในถ้วยใหญ่ยุโรปเมื่อกลางสัปดาห์ด้วยฟอร์มระดับเวิลด์คลาส กลับกลายเป็นคนละทีมเมื่อลงเล่นในพรีเมียร์ลีก
ซึ่งช่วงหลังมานี้ดูเหมือนจะมีอาร์เซน่อลอยู่สองร่าง คือร่างที่สง่างามและมั่นใจในฟุตบอลถ้วย กับร่างที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลในเกมลีก
ทั้งเกมที่เจอลิเวอร์พูล, ฟอเรสต์ จนมาถึงยูไนเต็ด อาร์เซน่อลเล่นเหมือนทีมที่แบกความคาดหวังไว้จนเต็มบ่า ว่ากันตรง ๆ แมนฯ ยูไนเต็ดบุกมาเอมิเรตส์ในฐานะมวยรองด้วยซ้ำ แต่พวกเขากลับเล่นด้วยความอิสระ เหมือนทีมที่ "ไม่มีอะไรจะเสีย" มาเจอกับทีมที่เต็มไปด้วยความกดดัน เพราะกลัวจะเสียอะไรบางอย่างไป อะไรทำนองนั้น
แม้ลูกนิ่งจะยังเป็นทีเด็ดที่พึ่งพาได้เสมอ แต่ในเกมรุกแบบโอเพ่นเพลย์ อาร์เซน่อลกลับขาดความไหลลื่นอย่างเห็นได้ชัด นักเตะตัวหลักที่เคยไว้ใจได้อย่าง บูกาโย่ ซาก้า หรือ มาร์ติน โอเดการ์ด ต่างนัดกันฟอร์มตก และเล่นต่ำกว่ามาตรฐานที่เคยทำไว้
กลายเป็นว่าช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลปืนใหญ่เริ่มจะประสาทกินและกุมขมับไปตาม ๆ กัน นักเตะในสนามก็ดูจะลนลานตามไปด้วย วังวนของความวิตกกังวลมันดูดเอาเสียงเชียร์และความมีชีวิตชีวาออกไปจากสนามจนหมด
มันเหมือนกับว่าพวกเขาโดนความทรงจำที่เคยโดน แมนฯ ซิตี้ ปาดหน้าคว้าแชมป์ในปีก่อน ๆ มันเริ่มกลับมาหลอกหลอน และประวัติศาสตร์ก็บอกเราเสมอว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถ้าคุณเปิดช่องให้เขาเมื่อไหร่ เขาพร้อมจะซิวแชมป์ไปทันที
ตอนนี้ยังแค่เดือนมกราคม ถ้าอาร์เซน่อลยังดูสั่นคลอนขนาดนี้ แล้วเมื่อเข้าสู่ช่วงตัดสินในเดือนมีนาคมหรือเมษายนที่ความกดดันจะยิ่งมากกว่านี้ พวกเขาจะรับมือไหวไหม?
ปีนี้อาร์เซน่อลมีขุมกำลังดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา พวกเขาไม่มีข้ออ้างเรื่องตัวเจ็บหรือโชคชะตาเหมือนปีก่อน ๆ อีกแล้ว ถ้าสุดท้ายอาร์เซน่อลพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ อาร์เตต้าและลูกทีมคงไม่ต้องมองหาใครอื่นให้เสียเวลา แค่หันกลับมามองตัวเองในกระจก... ก็น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้ว
ว่าปัญหาคืออะไร มันคือการแบกรับความกดดันไม่ไหว อะไรแบบนั้น ซึ่งถ้าหากพวกเขาอยากจะก้าวไปเป็นทีมที่ได้แชมป์ ก็ต้องพยายามพากันฝ่าฟันปัญหานี้ไปให้ได้