โธมัส แฟร้งค์ กุนซือชาวเดนมาร์ก เกมนี้ต้องเสีย เจด สเปนซ์ ที่เจ็บไปอีกครั้ง รวมไปถึง มิกกี้ ฟาน เดอ เฟน ก็ยังกลับมาไม่ได้ และ เปโดร ปอร์โร่ เจ็บยาว ด้าน คอเนอร์ กัลลาเกอร์ และโดมินิก โซลันกี้ กลับมาเป็นตัวจริง
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปนิช ปรับแมน ซิตี้ 3 จุดจากเกมชนะ กาลาตาซาลาย เมื่อกลางสัปดาห์ โดย มาร์ค เกฮี และ อ็องตวน เซเมนโย่ ที่เล่นไม่ได้ในเกมยุโรปกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง เช่นเดียวกับ โรดรี้ เอร์นานเดซ ที่พลาดลงเล่นเกมเดียวกันเนื่องจากติดโทษแบน กลับมาสตาร์ตทั้งหมด
นาทีที่ 2 กูเยลโม่ วิคาริโอ ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ อ็องตวน เซเมนโย่ ก่อนจะตามมาตะครุบไว้ได้อีกครั้ง
นาทีที่ 11 แบร์นาร์โด้ ซิลวา ไปแย่งบอลมาจาก เดสตินี่ อูโดกี ลูกมาเข้าทาง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ จ่ายไปให้ รายาน แชร์กี ยิงด้วยขวาให้ แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0
เกมผ่าน 20 นาที แมนฯ ซิตี้ ครองบอลได้มากถึง 93% โดยสเปอร์ส นั้นลงไปรับเพื่อหาจังหวะสวนกลับ
นาที 23 นาที รายาน แชร์กี ลุยเข้าไปในกรอบก่อนได้ยิงแต่โดนปลายมือ กูเยลโม่ วิคาริโอ ปัดหลุดเสาสองออกไป
เกมผ่าน 35 นาที สเปอร์ส พอมีโอกาสตอบโต้บ้าง แต่จังหวะสุดท้าย โดมินิก โซลันกี้ ยังหาบอลไม่เจอ
นาทีที่ 44 แบร์นาร์โด้ ซิลวา สไลด์ไหลให้ อ็องตวน เซเมนโย่ ยิงด้วยซ้ายให้ แมนฯ ซิตี้ นำ 2-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
กลับมาครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 50 สเปอร์ส ยังไม่ได้ประตูตีไข่แตก เดสตินี่ อูโดกี ได้กดด้วยซ้ายเต็มๆ แต่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ยังปัดออกไปได้
นาทีที่ 53 ชาวี ซิโมนส์ จ่ายให้ โดมินิก โซลันกี้ ที่หลุดกัปดักล้ำหน้า มายิงให้สเปอร์ส ไล่เป็น 1-2 โดยลูกนี้ VAR ยืนยันไม่เป็นลูกล้ำหน้า
หลังจากสเปอร์ส ทวงประตูคืนมาได้ ก็พยายามบุกใส่ นาทีที่ 66 ชาวี ซิโมนส์ จ่ายให้ โดมินิก โซลันกี้ อีกครั้งแต่บอลลึกไปเข้าซอง จานลุยจิ ดอนนารุมม่า รับไว้ได้
นาทีที่ 70 คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ไปชิงบอลมาได้จากจังหวะที่ มาร์ค เกฮี โหม่งสั้น ก่อนจะเปิดมาให้ โดมินิก โซลันกี้ สกอร์เปี้ยนคิกลูกหลังด้วยขวาเข้าไป ให้สเปอร์ส ตีเสมอ 2-2 ลูกนี้ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า บินปัดได้ปลายมือเท่านั้น
นาทีที่ 74 สเปอร์ส ยังไม่ได้ประตูพลิกนำ เมื่อ วิลสัน โอโดแบร์ ตัวสำรองยิงไปติดเซฟ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า
นาทีที่ 75 จานลุยจิ ดอนนารุมม่า มาปัดลูกยิงของ ชาวี ซิโมนส์ เอาไว้ได้ทำให้ ซิตี้ ยังไม่ตามหลัง
นาทีที่ 84 ทิจจานี่ ไรน์เดอร์ส พุ่งตอร์ปิโด โหม่ง แต่บอลหลุดเสาออกไป
ช่วงทดเจ็บ 9 นาที แมนฯ ซิตี้ พยายามเร่งเกมเพื่อหวังเอาประตูชัย
จบเกมนี้ แมนฯ ซิตี้ มีเพิ่มเป็น 47 แต้ม ยังอยู่อันดับ 2 ตามหลังอาร์เซน่อล จ่าฝูงช่องว่างห่างถึง 6 คะแนน ส่วน สเปอร์ส มี 29 แต้ม อยู่อันดับ 14
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
สเปอร์ส (3-4-2-1) : กูเยลโม่ วิคาริโอ - ชูเอา ปาลินญ่า, คริสเตียน โรเมโร่, ราดู ดรากูซิน - อาร์ชี่ เกรย์, อีฟส์ บิสซูม่า, คอเนอร์ กัลลาเกอร์, เดสตินี่ อูโดกี - ชาวี ซิโมนส์,คอเนอร์ กัลลาเกอร์ - โดมินิก โซลันกี้
แมนฯ ซิตี้ (4-1-4-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า - มาเตอุส นูเนส, อับดูโกดีร์ คูซานอฟ, มาร์ค เกฮี, รายาน ไอต์-นูรี- โรดรี้ เอร์นานเดซ - รายาน แชร์กี, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, นิโก้ โอเรลลี่, อ็องตวน เซเมนโย่ - เออร์ลิ่ง ฮาลันด์