หลังจากที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไอคอนฟุตบอลของโลก ไม่มีชื่อลงเล่นให้กับ อัล นาสเซอร์ ในนัดล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งในตอนแรกจากข่าวที่ออกมาเป็นในทางที่ อดีตแข้งแมนยู และ เรอัล มาดริด ต้องการพักเท่านั้น แต่สุดท้ายกลายเป็นว่ามันคือการประท้วงโดยเจตนาของซูเปอร์สตาร์รายนี้กับผู้บริหารของสโมสร
สาเหตุหลักที่ทำให้เจ้าของบัลลงดอร์ 5 สมัย ไม่พอใจก็คือ
ความไม่เท่าเทียมกันในการเสริมทัพผู้เล่น มีรายงานจาก A Bola สื่อของโปรตุเกสว่า โรนัลโด้ "โกรธจัด" ที่อัล นาสเซอร์ ไม่ได้มีการเสริมทัพในตลาดซื้อขายฤดูหนาวอย่างที่ควรจะเป็น โดยเซ็นสัญญากับเพียงฮายเดียร์ อับดุลคารีม มิดฟิลด์ชาวอิรักวัย 21 ปีเท่านั้น ในขณะที่คู่แข่ง อย่าง อัล ฮิลาล ได้ คาริม เบนเซมา ซูเปอร์สตาร์ จากอัล อิตติฮัด มาเสริมในเกมรุก
นอกจากนี้ โรนัลโด้ ยังเชื่อว่ากองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ Public Investment Fund (PIF) ซึ่งข้ามาถือหุ้นสโมสรฟุตบอล "บิ๊กโฟร์" 75% "บิ๊กโฟร์" ของซาอุดีอาระเบียในปี 2023 คือ อัล ฮิลาล, อัล อิติฮัด, อัล อาห์ลี และอัล นาสเซอร์ กำลังแสดงการปฏิบัติมากเป็นพิเศษต่ออัล ฮิลาล เพื่อให้มั่นใจว่าทีมจะรั้งอยู่ในอันดับต้นๆ ต่อไปของลีก
ขณะเดียวกันยังมีรายงานระบุว่าแข้งวัย 41 ปี ไม่พอใจที่ โฆเซ่ เซเมโด ซีอีโอของทีม และซิเมา คูตินโญ่ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา ซึ่งเป็น 2 คนสนิท โรนัลโด้ ถูกบอร์ดบริหาร ระงับอำนาจการตัดสินใจ ไปเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ โรนัลโด้ กำลังรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง และตัวเขาเองควรได้รับ " ความเคารพมากกว่านี้"
ส่งผลให้ในเกมลีกล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในเกมที่ อัล นาสเซอร์ เฉือนชนะ อัล ริยาดไป 1-0 โรนัลโด้ ไม่มีชื่ออยู่ในทีม โดยรายงานในเวลาต่อมาเผยว่าเจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บ หรือร่างกายไม่ได้ไม่ฟิตแต่อย่างใด ซึ่งนั่นทำให้ปมระหว่าง โรนัลโด้ กับต้นสังกัดถูกแฟนบอลทั่วโลกจับจ้องเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก
หลังจากนี้ต้องดูกันต่อไปว่า โรนัลโด้ จะกลับมาลงสนามในนัดต่อไปที่ทีมจะพบกับ อัล อิตติฮัด ในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์นี้หรือไม่ หากสถานการณ์ยังคงคลุมเครือ การคาดเดาเกี่ยวกับการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งอาจทำให้กัปตันทีมชาติโปรตุเกส หันไปเล่นในเมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ (MLS) หรือหวนกลับไปค้าแข้งในยุโรป เป็นการทิ้งทวน
ที่สำคัญทางโรนัลโด้ ในฐานะทูตของฟุตบอลโลก 2034 ผู้ปลุกกระแสดซาอุดีโปรลีก ให้เป็นที่รู้จักจนถึงทุกวันนี้สามารถใช้เงื่อนไขฉีกสัญญาที่มีมูลค่า 50 ล้านยูโร ในช่วงฤดูร้อนนี้ได้เช่นกัน แม้ว่าสัญญาฉบับปัจจุบันจะหมดในปี 2027 ก็ตาม