Top-Songkran69 Top-Songkran69

"Bad Bunny" กับโชว์ใน ซูเปอร์ โบว์ล ที่มากกว่าแค่ความบันเทิง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ประวัติศาสตร์บทใหม่! Bad Bunny บุกซูเปอร์โบว์ล โชว์พลังละตินฟาดดราม่าการเมือง พิสูจน์ว่าฟุตบอลและดนตรีคือพื้นที่ของทุกคน

การปรากฏตัวของ Bad Bunny บนเวที Super Bowl LX เมื่อเช้าที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิง แต่มันคือหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์วัฒนธรรมในสหรัฐฯ เพราะนี่คือครั้งแรกที่ศิลปินผู้ใช้ภาษาสเปนเป็นหลักได้ยึดครองพื้นที่บนเวทีการแข่งขันกีฬาที่มีคนดูมากที่สุดในประเทศ 

ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองที่คุกรุ่นสุดขีด โดย Benito Antonio Martínez Ocasio หรือ Bad Bunny ในวัย 31 ปี ก้าวขึ้นสู่เวทีที่สนามลีวายส์ สเตเดี้ยม ในชุดสีขาวสะอาดตาพร้อมเสื้อเจอร์ซีย์หมายเลข 64 ปักชื่อนามสกุลจริง "Ocasio" 

แบด บันนี่ Reuters/Mike Blake
แบด บันนี่

ของเขา เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า "ดนตรี" และ "ตัวตน" ของชาวเปอร์โตริโกนั้นทรงพลังแค่ไหน 

การแสดงเริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางฉากที่จำลองบรรยากาศบ้านเกิดมาไว้บนสนามหญ้า ทั้งต้นปาล์ม ไร่อ้อย และพืชพรรณนานาชนิดในเปอร์โตริโก โดยเขาเปิดตัวด้วยเพลงฮิตปี 2022 อย่าง "Tití Me Preguntó" พร้อมเดินผ่านกลุ่มนักแสดงที่สวมบทบาทเป็นชาวไร่อ้อยในชุดหมวกสานแบบดั้งเดิม พ่อค้าขายมะพร้าว และรถขายน้ำแข็งใส (Piragua) ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์ของรากเหง้าที่เขาภาคภูมิใจ 

ก่อนจะต่อด้วยเพลงจากอัลบั้มล่าสุด "Debí Tirar Más Fotos" ที่เพิ่งคว้ารางวัลอัลบั้มแห่งปีจากเวทีแกรมมี่ปี 2026 มาหมาดๆ ทั้งเพลง "EoO", "DTMF" และ "NUEVAYoL" ที่เชิดชูกลุ่มคนเปอร์โตริโกพลัดถิ่นในนิวยอร์ก

ความพิเศษของโชว์นี้ยังอยู่ที่แขกรับเชิญระดับโลกที่มาเซอร์ไพรส์แฟนๆ ทั้ง เลดี้ กาก้า ที่นำเพลง "Die With a Smile" มาเรียบเรียงใหม่ในจังหวะแบบละติน รวมถึงรุ่นพี่ในตำนานอย่าง Ricky Martin ที่ร่วมร้องเพลง "LO QUE LE PASÓ A HAWAii" ซึ่งมีเนื้อหาเสียดสีการเข้ามากว้านซื้อที่ดินของเศรษฐีชาวอเมริกันจนทำให้คนท้องถิ่นอยู่ไม่ได้ 

แต่ไฮไลต์ที่ทรงพลังที่สุดคือช่วงท้ายของการแสดง เมื่อ Bad Bunny ปีนขึ้นไปบนยอดเสาไฟฟ้า ซึ่งเป็นการสื่อถึงความอดทนของชาวเกาะเปอร์โตริโกที่ต้องเผชิญกับปัญหาไฟฟ้าดับซ้ำซากมานานหลายปีจากความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการรับมือภัยพิบัติ 

เขาจบท้ายโชว์ด้วยการเดินออกไปพร้อมกับธงชาติสหรัฐฯ ธงเปอร์โตริโก และธงของบรรดาประเทศแถบอเมริกา ท่ามกลางข้อความบนหน้าจอยักษ์ที่เขียนว่า "สิ่งเดียวที่ทรงพลังยิ่งกว่าความเกลียดชังคือความรัก"

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความประทับใจของแฟนเพลงทั่วโลก ฝั่งการเมืองอเมริกันกลับลุกเป็นไฟ โดยเฉพาะประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโซเชียลมีเดียว่านี่คือโชว์ช่วงพักครึ่งที่ "เลวร้ายที่สุดตลอดกาล" โดยอ้างว่าฟังไม่รู้เรื่องแม้แต่คำเดียวและท่าเต้นดูน่ารังเกียจสำหรับเด็กๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ Trump ก็เคยออกมาโจมตีการเลือกศิลปินของ NFL ว่าเป็นการ "หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชัง" 

เพราะไม่พอใจที่วง Green Day ซึ่งเป็นศัตรูทางการเมืองของเขามาร่วมแสดงด้วย การปะทะกันทางฝีปากครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนบนเวทีแกรมมี่ Bad Bunny ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่ฟาดกลับ

นโยบายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเผ็ดร้อนว่า "ไล่ ICE (หน่วยตรวจคนเข้าเมือง) ออกไปซะ พวกเราไม่ใช่คนเถื่อน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เอเลี่ยน แต่เราคือมนุษย์ และเราคืออเมริกัน" 

ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงสถานะที่ก้ำกึ่งของชาวเปอร์โตริโกที่ถือสัญชาติอเมริกันโดยกำเนิด แต่กลับมักถูกปฏิบัติเหมือนคนต่างด้าวเพียงเพราะพวกเขาพูดภาษาสเปน

สุดท้ายแล้วไม่ว่าเสียงวิจารณ์จะแตกออกเป็นสองฝ่ายแค่ไหน แต่ความสำเร็จของ Bad Bunny ในการเป็นทูตวัฒนธรรมละตินและนักสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนบนเวทีที่มีคนดูหลักร้อยล้านคน ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่า "นักร้อง" ไปสู่การเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
 

Bottom-Songkran69 Bottom-Songkran69

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ