แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่งนิวส์ สื่อท้องถิ่นของแมนเชสเตอร์ ออกมาเปิดเผยว่า เจ้าของร่วมแมนฯ ยูไนเต็ด ทั้ง เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ และตระกูลเกลเซอร์ ควรจะพยายามหาเหตุผลที่จะไม่ให้ไมเคิล คาร์ริค รับตำแหน่งนี้แบบฟูลไทม์มากกว่า?
การค้นหาผู้จัดการทีมคนใหม่ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีชื่อดังหลายคนอยู่ในรายชื่อเป้าหมาย แต่จะยังไม่มีการตัดสินใจจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูกาล
โดย คาร์ริค ได้แต่ตั้งตารอในช่วงฤดูร้อนนี้ด้วยความตื่นเต้นว่าจะเกิดอะไรกับตัวเองเมื่อถึงตอนนั้น
เป็นที่ทราบกันดีว่า คาร์ริค ไม่ได้ถูกดึงตัวมาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะความเก่งด้านแท็กติกแต่เป็นเพราะความสัมพันธ์อันดีกับสโมสรและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความหมายของการลงเล่นในสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ซึ่งสั่งสมมาตลอด 12 ปีในฐานะผู้เล่น ความหวังก็คือเขาจะช่วยเสริมด้านขวัญกำลังใจและทำให้ทีมมีความมั่นคงยิ่งขึ้น รวมไปถึงการซื้อเวลาให้ยูไนเต็ดได้หาผู้เล่นตัวจริงที่เหมาะสม
ด้าน Transfer Insider รายการพอดแคสต์ของ Football Insider ฉบับล่าสุด เผยว่าด้วยฟอร์มการเล่นของปีศาจแดงภายใต้การทำทีมของ คาร์ริค นับตั้งแต่เข้ามาแทนที่รูเบน อโมริม ที่ไม่แพ้ติดกัน 7 นัดในลีก โดยเป็นการชนะ 6 นัด เสมอ 1 นัด ซึ่งในจำนวนนี้เก็บคลีนชีตได้ถึง 3 นัด ซึ่งจากผลงานตรงนี้ทำให้ คาร์ริค ที่คุมทีม 10 เกมไม่แพ้เลย (รวมครั้งแรก 3 นัด ชนะ 2 เสมอ 1) เป็นตัวเต็งที่จะได้รับตำแหน่งนี้ แม้ว่าในตอนแรกทีมมีแผนที่จะดึงผู้จัดการชื่อดังเข้ามาก็ตาม ซึ่ง คาร์ริค ก็เริ่มเป็นที่จับตามองของบอร์ดผู้บริหารระดับสูงของทีม จากวิธีการทำทีมด้วยการเล่นที่สนุกซึ่งทั้งนักเตะและแฟนบอลต่างสะท้อนผ่านความชื่นชอบออกมาในสนาม
ส่วน มิค บราวน์ อดีตหัวหน้าแมวมองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์กับ Football Insider ว่ากุนซือวัย 44 ปี มีโอกาสมากขึ้นที่จะได้รับตำแหน่งนี้แต่การตัดสินใจจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูกาล
ซึ่งหาก คาร์ริค สามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่ง แบบนี้ต่อไป และพาทีม ยูไนเต็ด ติดลมบนในท็อปโฟร์ หรือแม้แต่ท็อปทรีเมื่อจบฤดูกาล ซึ่งจุดนี้จะทำให้ คาร์ริค อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบอย่างมาก
"แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังมองหาผู้จัดการทีมระดับท็อปที่มีฝีมือยอดเยี่ยมเข้ามาคุมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้"
"แต่การตามหาผู้จัดการทีมคนใหม่ของพวกเขากลับยิ่งซับซ้อนขึ้นทุกสัปดาห์เนื่องจากความสำเร็จของไมเคิล คาร์ริค"
“ดังนั้น มันน่าสนใจที่จะได้เห็นว่าฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป แมนฯ ยูไนเต็ดกำลังทำผลงานได้ดีมากภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค และคุณอาจจะพูดได้ว่าตอนนี้เขาเป็นผู้กุมบังเหียนอยู่”
ขณะที่ สปอร์ตส์ อิลลัสเต็ด ( SI ) นิตยสารกีฬาของอเมริกา ให้อีกหนึ่งเหตุผลว่า หากจะมองมุมกลับกัน ข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับในเรื่องของ คาร์ริค คือประสบการณ์ที่ค่อนข้างน้อย ซึ่งการที่ผลงานดีในตอนนี้เป็นเรื่องดี แต่ คาร์ริค จะรับมืออย่างไรเมื่อสถานการณ์พลิกผัน? การตอบสนองต่อความยากลำบากในระดับสูงสุดนั้นเป็นสิ่งที่มักต้องเรียนรู้กันมาหลายปี ไม่ใช่แค่สองฤดูกาลครึ่งในลีกรองกับการคุม มิดเดิลสโบรห์ 136 นัด
ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า อีก 10 นัดที่เหลือ คาร์ริค จะสามารถพาทีมติดกลุ่มทำผลงานได้กลับไปเล่นพื้นที่ยุโรปหรือไม่ และ จบฤดูกาล จะได้รับความไว้วางใจอยู่กับทีมมากน้อยแค่ไหน?