เมื่อสิบปีก่อน มีฤดูกาลที่แฟนอาร์เซน่อลยังจำได้ดี เพราะมันคือปีที่พวกเขามีโอกาสในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่สุดท้ายกลับทำไม่สำเร็จ ทีแรกหลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่าทำไม บางคนนึกถึงเกมใหญ่ การดวลกับทีมลุ้นแชมป์โดยตรง หรือช่วงเวลาสำคัญปลายฤดูกาล ทว่าความจริงแล้วจุดตัดสินไม่ได้อยู่ที่เกมเหล่านั้นเลย
ฤดูกาลนั้น อาร์เซน่อลเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ ได้ทั้งเหย้าและเยือน แต่ทัพจิ้งจอกสยาม กลับเป็นฝ่ายชูถ้วยแชมป์ และจบฤดูกาลด้วยคะแนนทิ้งห่างถึง 10 แต้ม
เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพราะเลสเตอร์เก่งกว่าในเกมใหญ่ แต่เป็นเพราะพวกเขา “ไม่พลาด” ในเกมที่ควรเก็บสามแต้ม เลสเตอร์โกยคะแนนจากทีมระดับกลางและล่างของตารางได้อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่อาร์เซน่อลสะดุดแพ้ทีมอันดับกลางตารางแบบไม่น่าเชื่อหลายครั้ง
นี่คือบทเรียนสำคัญของการลุ้นแชมป์ลีกยาว 38 นัด คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกเกมใหญ่ แต่คุณแทบไม่มีพื้นที่ให้พลาดในเกมที่ต้องเจอกับทีมที่รองบ่อนกว่า คือต้องพยายามเก็บสามแต้มให้ได้ อะไรแบบนั้น
อีกจุดหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึงในทีมเลสเตอร์ชุดแชมป์ คือบทบาทของเลโอนาร์โด อูยัว เขาไม่ใช่กองหน้าระดับซูเปอร์สตาร์ และไม่ได้ยิงประตูใส่ทีมลุ้นแชมป์บ่อย ๆ แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีมากคือการจัดการกับทีมท้ายตาราง เขามักยิงประตูในเกมที่อึดอัด เกมที่คู่แข่งตั้งรับลึก หรือเกมที่ทีมต้องการแค่หนึ่งประตูเพื่อคว้าชัย
แต้มจากประตูเหล่านั้นค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นความได้เปรียบในตารางคะแนน และเมื่อฤดูกาลจบลง คะแนนเหล่านี้เองที่กลายเป็นตัวตัดสินแชมป์
บทบาทในลักษณะนี้กำลังสะท้อนให้เห็นอีกครั้งในตัวของวิคตอร์ โยเคเรส กองหน้าที่อาจไม่ได้โดดเด่นที่สุดในเกมใหญ่ แต่มีคุณค่าอย่างมากในเกมที่ทีมจำเป็นต้องชนะให้ได้
การย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยค่าตัวสูง ทำให้ความคาดหวังต่อโยเคเรสพุ่งขึ้นทันที หลายคนหวังว่าจะได้เห็นกองหน้าที่เปลี่ยนเกมใหญ่ได้ในทันที
แต่ฤดูกาลแรกของเขากับอาร์เซน่อลไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป บางเกมเขาดูช้า จังหวะแรกไม่เนียน การเคลื่อนที่ยังไม่เข้ากับเพื่อนร่วมทีม โดยเฉพาะเวลาเจอกับทีมระดับท็อป เขาแทบไม่มีอิทธิพลต่อเกมอย่างที่แฟนบอลคาดหวัง…
อย่างไรก็ตาม หากมองให้ลึกกว่านั้น โยเคเรสคือคนที่ยิงประตูสำคัญใส่ทีมครึ่งล่างของตารางอย่างต่อเนื่อง เขาอาจไม่ใช่ตัวตัดสินเกมบิ๊กแมตช์ แต่เขามักเป็นคนทำประตูในเกมที่อาร์เซนอล “ต้องชนะให้ได้” และเกมประเภทนี้เองที่มักถูกมองข้าม เช่น เขายิงได้ในเกมเจอเบิร์นลีย์, ลีดส์, ฟอเรสต์ ฯลฯ
ถ้ามองย้อนดูหลายฤดูกาลที่ผ่านมา จะเห็นภาพเดิมเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในพรีเมียร์ลีก เวลา 2 ทีมลุ้นแชมป์เจอกันเอง ผลการแข่งขันมักไม่ได้ทิ้งห่างกันมาก บางนัดจบเสมอ บางนัดผลัดกันแพ้ชนะ คะแนนจึงไม่ได้หนีกันแบบชัดเจนจากเกมใหญ่เหล่านี้
สิ่งที่ทำให้ทีมหนึ่งได้แชมป์ แต่อีกทีมจบแค่รองแชมป์ มักอยู่ที่เกมกับทีมระดับกลางหรือล่างมากกว่า ทีมแชมป์ตัวจริงแทบไม่พลาดในบ้านเวลาเจอทีมอันดับ 14 หรือ 15 และสามารถเปลี่ยนเกมที่ดูอึดอัดให้กลายเป็นสามแต้มได้ ขณะที่ทีมที่พลาดแชมป์ มักมีแต้มหลุดมือในเกมที่ควรควบคุมได้
ฟุตบอลลีกไม่เหมือนทัวร์นาเมนต์แบบแพ้คัดออก ที่คุณต้องโค่นทีมที่เก่งที่สุดให้ได้เพื่อไปต่อ ระบบลีกคือการเก็บคะแนนสะสมยาวทั้งฤดูกาล คุณอาจไม่ได้ชนะเกมใหญ่ทุกนัดก็ได้ แต่ถ้าคุณเฉียบคมและสม่ำเสมอกับทีมครึ่งล่างของตาราง โอกาสลุ้นแชมป์จะยังอยู่ในมือเสมอ
ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ทีมเล็กมีแท็กติกชัดเจน มีวินัยเกมรับ และเตรียมตัวมาดี การจะเก็บสามแต้มจากพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป นั่นยิ่งทำให้ความสม่ำเสมอในเกมแบบนี้มีความหมายมากกว่าที่หลายคนคิด
โยเคเรสอาจไม่ได้เป็นกองหน้าที่เล่นแล้วสวยงามทุกครั้ง เขาอาจไม่ได้ทำให้แฟนบอลลุกขึ้นปรบมือด้วยท่าทางพลิ้วไหว แต่เขาทำในสิ่งที่สำคัญที่สุดของฟุตบอลลีก นั่นคือเปลี่ยนโอกาสเล็ก ๆ ให้กลายเป็นสามแต้ม
พรีเมียร์ลีกไม่เคยให้คะแนนกับความสวยงาม มันให้คะแนนกับผลลัพธ์ และในฤดูกาลที่ทุกแต้มมีค่า ความสามารถในการจัดการ “เกมเล็ก” อาจสำคัญกว่าการชนะเกมใหญ่เสียอีก
หากอาร์เซน่อลจะไปถึงแชมป์จริง ๆ บทบาทของกองหน้าที่ถูกมองว่าเป็นแค่ตัวเก็บงานกับทีมระดับล่าง อาจกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุดของทั้งฤดูกาลก็ได้