ไม่แน่ใจว่าแฟน ๆ พรีเมียร์ลีก หรือแฟนบอลของทัพสิงห์บลูส์เอง จะเริ่มสังเกตเห็นภาพหนึ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ก่อนเริ่มเกมและก่อนเริ่มครึ่งหลังได้หรือไม่ นั่นคือการที่นักเตะทั้งทีมเดินไปรวมตัวกันเป็นวงกลมตรงจุดกึ่งกลางสนาม บริเวณที่วางลูกฟุตบอลพอดี
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ ที่เหล่านักเตะใช้เพื่อปลุกใจทีมใช่ไหม? แต่บางทีมันกลับกลายเป็นสิ่งที่สร้างความหงุดหงิดให้กับทั้งคู่แข่ง แฟนบอลเจ้าถิ่น และแม้แต่นักวิจารณ์ฟุตบอลบางคนอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วกลยุทธ์นี้มันคืออะไรกันแน่ ไปติดตามพร้อมกัน
เล่าก่อนว่า…เดิมทีการรวมกลุ่มเป็นวงกลมของนักเตะก่อนเริ่มเกมไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด หลายทีมทำกันเป็นปกติ รวมถึงเชลซีเองก็เคยทำแบบนั้นมาก่อน แต่สิ่งที่แตกต่างคือพวกเขาเริ่มทำมัน ตรงกลางสนาม และทำก่อนเริ่มทั้งสองครึ่งเวลา
ซึ่งปกติในบางทีมจะทำแค่ช่วงก่อนเริ่มเกมเท่านั้น แต่ถ้ามองดี ๆ การกระทำเล็ก ๆ นี้อาจมีความหมายมากกว่าการปลุกใจกันก่อนเริ่มเกม
เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการ “ยึดพื้นที่สำคัญของเกม” จุดกึ่งกลางสนามคือจุดเริ่มต้นของการแข่งขัน และการไปยืนรวมตัวกันตรงนั้นก็เหมือนเป็นการบอกกลาย ๆ ว่า ทีมนี้พร้อมคุมเกมตั้งแต่วินาทีแรก
เฮดโค้ชของทีมอย่าง “เลียม โรซิเนียร์” ออกมายืนยันว่าไอเดียนี้ไม่ได้มาจากเขา แต่เป็นแนวคิดของนักเตะในทีมเอง ซึ่งเขากลับมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของทีม เขาเชื่อว่า ก่อนจะพูดถึงแท็กติก ระบบการเล่น หรือแผนการใด ๆ
สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีนักเตะที่พร้อมจะวิ่งและต่อสู้เพื่อกันและกัน และในสายตาของเขา เชลซีชุดนี้คือกลุ่มนักเตะที่สนิทกันมาก พวกเขาเข้ากันได้ดี ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และนั่นคือพื้นฐานสำคัญของทีมฟุตบอลที่แข็งแกร่ง
โดยไอเดียนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เชลซีต้องบุกไปเยือนแชมป์เก่ากัลโช่ เซเรีย อา อย่างนาโปลี เกมนั้นพวกเขาจำเป็นต้องชนะเพื่อการันตีการผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์แบบอัตโนมัติ และสุดท้ายเชลซีก็ทำได้สำเร็จด้วยชัยชนะ 3-2
ฟุตบอลมักเต็มไปด้วยความเชื่อและโชคลาง นักเตะหลายคนจึงคิดว่า หากการทำสิ่งนี้เคยนำโชคมาแล้ว ก็ควรทำมันต่อไป และเพียงสามวันหลังจากนั้น เชลซีก็พลิกสถานการณ์จากตามหลังสองประตูกลับมาชนะ 3-2 อีกครั้งในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยิ่งทำให้ไอเดียนี้ถูกใช้ต่อเนื่องเรื่อยมา
อย่างไรก็ตาม ในบางเกมไอดียนี้ก็เริ่มสร้างความหงุดหงิดให้คู่แข่ง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือเกมที่เชลซีบุกไปเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 4-1 ก่อนเริ่มครึ่งหลัง นักเตะเชลซีเดินไปรวมตัวเป็นวงกลางสนามตามปกติ
แต่ครั้งนี้นักเตะวิลล่าหลายคนดูไม่พอใจอย่างชัดเจน กองหน้าของทัพสิงห์ผงาดอย่างโอลี่ วัตกินส์ ถึงกับเดินไปประท้วงผู้ตัดสิน ถึงแม้อย่างนั้น นักเตะเชลซีกลับดูเหมือนไม่สนใจเสียงรบกวนรอบตัวเลย
กัปตันทีมอย่าง รีซ เจมส์ยังคงพยายามเรียกเพื่อนร่วมทีมให้ตั้งสมาธิ ขณะที่บางเกมรองกัปตันอย่างเอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ก็ทำหน้าที่พูดปลุกใจเพื่อนร่วมทีมภายในวง
ความไม่พอใจไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสนาม เพราะแม้แต่นักวิจารณ์ฟุตบอลบางคนก็ยังรู้สึกหงุดหงิด ตำนานลูกหนังอย่าง สตีฟ แม็คมานามาน ที่ทำหน้าที่คอมเมนเตเตอร์ ถึงกับพูดระหว่างถ่ายทอดสดว่าเขามองว่ามัน
เป็นหนึ่งในไอเดียแปลก ๆ ที่เกิดจากความพยายามหาความได้เปรียบทางจิตวิทยาในฟุตบอลยุคใหม่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เสียงวิจารณ์เหล่านี้อาจยิ่งสะท้อนว่าไอเดียนี้ของทัพสิงห์บลูส์กำลังสร้างผลกระทบบางอย่างจริง ๆ
ในแง่ผลงาน นับตั้งแต่เชลซีเริ่มใช้การรวมตัวเป็นวงกลมกลางสนามแบบนี้ พวกเขาลงเล่นไป 10 นัด ชนะ 6 เสมอ 2 และแพ้ 2 ซึ่งถือว่าไม่เลวเลย แม้จะยังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยมก็ตาม
และในเกมกับวิลล่าที่กลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างชัดเจนของความมุ่งมั่นของทีม แม้เชลซีจะโดนนำก่อนจากประตูของดักลาส ลุยซ์ แต่พวกเขาก็กลับมาได้ด้วยแฮตทริกของชูเอา เปโดรและอีกหนึ่งประตูจากโคล พาลเมอร์ จนกลับมาชนะ 4-1
หลังจากนี้สิ่งที่เชลซีทำกลางสนามอาจต้องเจอบททดสอบที่หนักขึ้น เมื่อพวกเขามีโปรแกรมไปเยือนปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศกดดันจากแฟนบอลเจ้าถิ่นอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม วงกลมเล็ก ๆ กลางสนามของทัพสิงห์บลูส์นี้อาจไม่ได้เป็นแท็กติกที่รับประกันชัยชนะ แต่มันสะท้อนสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของฟุตบอล นั่นคือความเป็นหนึ่งเดียวของทีม เพราะในเกมระดับสูงที่หลายทีมมีคุณภาพใกล้เคียงกัน
ความแตกต่างบางครั้งอาจไม่ได้อยู่ที่แผนการเล่นที่ซับซ้อน แต่อยู่ที่ความเชื่อมั่นและความพร้อมที่จะสู้ไปด้วยกันของนักเตะทั้ง 11 คนในสนาม และสำหรับเชลซีในตอนนี้ การรวมตัวกันกลางสนามก็อาจกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรู้สึกแบบนั้นไปแล้ว…