หลังจาก โธมัส ทูเคิ่ล ประกาศรายชื่อ 35 ขุนพลทรีไลออนส์ ลุยแมตช์ทีมชาติช่วงอุ่นเครื่องปลายเดือนมีนาคม ที่จะพบ อุรุกวัย และ ญี่ปุ่น ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมกุนซือชาวเยอรมัน ถึงเรียกผู้เล่นมากถึง 35 คน โดยเหตุผลของเฮดโค้ช วัย 52 ปี คือกำลังมองหาโอกาสใช้ประโยชน์จากช่วงพักเบรกทีมชาติในเดือนมีนาคม เพื่อค้นหานักเตะเข้ามาเพิ่มเติมก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ อังกฤษ ทำผลงานได้อย่างไร้ที่ติในรอบคัดเลือก ด้วยการชนะ 8 นัดรวดและไม่เสียประตูเลย แม้แต่นัดเดียว
ทูเคิ่ล ต้องการแบ่งทีมเป็นสองแคมป์ เพื่้อทดลองตัวผู้เล่นหน้าใหม่และผู้เล่นสำรองให้ได้พิสูจน์ฝีมือ และบริหารความเสี่ยงผู้เล่นรวมไปถึงความสดของนักเตะหลักในช่วงปลายฤดูกาล ก่อนตัดตัวเหลือ 26 คนสุดท้ายสำหรับฟุตบอลโลก 2026 ช่วงกลางปี
การแบ่งแคมป์ กลุ่มแรกจะซ้อมและเล่นในเกมแรก ทำให้เป็นโอกาสที่กุนซือและสต๊าฟที่จะได้เห็นฟอร์มนักเตะที่ยังไม่เคยใช้งานจริง และเพิ่มการแข่งขันชิงพื้นที่ในทีมชุดใหญ่ขณะที่นักเตะหลักหลายคนมีความล้าจากฤดูกาลที่ยาวนาน การเรียกผู้เล่นจำนวนมากช่วยให้สลับหมุนเวียนได้โดยไม่กระทบความเข้มข้นของการซ้อม เตรียมความพร้อมสู่บอลโลก 2026 เป็นการเช็กความฟิตและความเข้าใจเกมของนักเตะทั้งหมด ก่อนตัดรายชื่อสุดท้าย
นอกจากนี้ ทูเคิ่ล ยังต้องการใช้เกมกระชับมิตรกับอุรุกวัยและญี่ปุ่นเพื่อทดลองใช้รูปแบบและแผนการเล่นที่แตกต่างกัน โดยทั้ง 2 นัดจะเล่นที่เวมบลี่ย์ ในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม และเกมที่ 2 วันที่ 31 มีนาคม
แผนของ ทูเคิ่ล รวมถึงผู้เล่นชุดแรก 24 คนสำหรับแมตช์กับอุรุกวัย ซึ่งรวมถึงจู๊ด เบลลิ่งแฮม แม้ว่ากองกลางรายนี้จะไม่สามารถลงเล่นได้เนื่องจากกำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ
ซึ่งหลังจบแมตช์นี้ ผู้จัดการทีมจะตัดผู้เล่นหลายคนออกจากทีม และเรียกตัวผู้เล่นชื่อดัง 11 คนเข้ามาเสริมทีม ซึ่งรวมถึงเดแคลน ไรซ์, บูคาโย่ ซาก้า และ แฮร์รี่ เคน ที่จะพร้อมลงเล่นในแมตช์พบญี่ปุ่น
ทำให้นัดที่ 2 จะมีผู้เล่นพร้อมลงสนามได้สูงสุด 23 คน ทำให้ ทูเคิ่ล จึงต้องการรักษาการแข่งขันของผู้เล่นภายในทีมไว้จนถึงนาทีสุดท้าย
รายชื่อทีมชาติอังกฤษ
ผู้รักษาประตู
ดีน เฮนเดอร์สัน (คริสตัล พาเลซ)
จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน)
แอร่อน แรมส์เดล (เซาธ์แฮมป์ตัน)
เจสัน สตีล (ไบรท์ตัน)
เจมส์ แทรฟฟอร์ด (แมนฯ ซิตี้)
กองหลัง
แดน เบิร์น (นิวคาสเซิ่ล)
มาร์ค เกฮี (แมนฯ ซิตี้)
ลูอิส ฮอลล์ (นิวคาสเซิ่ล)
เอซรี คอนซ่า (แอสตัน วิลล่า)
ทีโน่ ลิฟราเมนโต้ (นิวคาสเซิ่ล)
แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)
นิโก้ โอ'ไรลีย์ (แมนฯ ซิตี้)
เบน ไวท์ (อาร์เซน่อล)
เจด สเปนซ์ (สเปอร์ส)
จอห์น สโตนส์ (แมนฯ ซิตี้)
ฟิคาโย่ โทโมรี (เอซี มิลาน)
กองกลาง
เอลเลียต แอนเดอร์สัน (ฟอเรสต์)
จู๊ด เบลลิงแฮม (เรอัล มาดริด)
เจมส์ การ์เนอร์ (เอฟเวอร์ตัน)
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เบรนท์ฟอร์ด)
ค็อบบี้ เมนู (แมนฯ ยูไนเต็ด)
โคล พาลเมอร์ (เชลซี)
เดแคลน ไรซ์ (อาร์เซน่อล)
มอร์แกน โรเจอร์ส (แอสตัน วิลล่า)
อดัม วอร์ตัน (คริสตัล พาเลซ )
กองหน้า
ยาร์ร็อด โบเว่น (เวสต์แฮม)
โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (ลีดส์)
ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ (นิวคาสเซิ่ล)
ฟิล โฟเด้น (แมนฯ ซิตี้)
แอนโทนี กอร์ดอน (นิวคาสเซิ่ล )
แฮร์รี่ เคน (บาเยิร์น มิวนิค)
โนนี่ มาดูเอเก้ (อาร์เซน่อล)
มาร์คัส แรชฟอร์ด (บาร์เซโลน่า)
บูกาโย่ ซาก้า (อาร์เซน่อล)
โดมินิค โซลันกี้ (สเปอร์ส)
สำหรับทีมชาติอังกฤษ เตรียมลงอุ่นเครื่องเกมเหย้าทั้ง 2 นัด โดยพบ อุรุกวัย วันที่ 27 มี.ค. เวลา 02.45 น. และ ญี่ปุ่น ในดึกวันที่ 31 มี.ค. เวลา 01.45 น.