ถ้าพูดถึงคนที่เป็นหัวใจเกมรุกของเยอรมนีตอนนี้ เวียตซ์คือคำตอบที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในวันที่ทีมชาติเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังยุคของนักเตะระดับตำนานค่อย ๆ ปิดฉากลง เขากลายเป็นคนที่ทำให้ทุกอย่างดูนิ่งขึ้น เป็นทั้งจุดเริ่มต้นของจังหวะเกม และคนที่สร้างความแตกต่างได้ในจังหวะเดียว
ย้อนไปในแมตช์ที่เยอรมนีต้องเจอกับสวิตเซอร์แลนด์ ที่ผลสุดท้ายเป็นทัพอินทรีเหล็กชนะไป 4-3 เวียตซ์แทบจะเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว…
เขามีส่วนกับทั้ง 4 ประตูของทีม จ่ายให้เพื่อน 2 ลูก และยิงเองอีก 2 เป็นฟอร์มที่เจ้าตัวบอกเองว่า น่าจะดีที่สุดตั้งแต่ติดทีมชาติ
และมันยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก เพราะมันเกิดขึ้นในช่วงที่เยอรมนีกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ หลังจบยูโร 2024 ทีมต้องเสียแกนหลักชุดเดิมไปพร้อมกัน ทั้ง มานูเอล นอยเออร์, โทนี่ โครส, อิลคาย กุนโดกัน และ โธมัส มุลเลอร์
นักเตะกลุ่มนี้คือแกนหลักที่ทำให้เยอรมนีเป็นทีมระดับท็อปมาตลอดหลายปี พอหายไปพร้อมกันแบบนี้ ทีมเลยยังอยู่ในช่วงปรับตัว และเหมือนกำลังหาจุดลงตัว ของตัวเองอยู่
เกมรับยังมีจังหวะพลาดให้เห็นเป็นระยะ แดนกลางก็ยังต้องลองจัดวางกันต่อไป หลายตำแหน่งยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจริง ๆ ทำให้ทีมของยูเลียน นาเกลส์มันน์ ต้องใช้เวลาพอสมควร
ทว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งหมด มีอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ เยอรมนีมี “ตัวทำเกม” คนใหม่แล้ว เวียตซ์อาจยังไม่มีโปรไฟล์หรือประสบการณ์ระดับรุ่นพี่ แต่สิ่งที่เขาแสดงออกมาในสนาม คือความสามารถที่ทีมสามารถพึ่งพาเขาได้จริง ๆ
เขาเริ่มกลายเป็นศูนย์กลางเกมรุก และในจังหวะสำคัญ เขาก็สามารถสร้างความแตกต่างได้ด้วยตัวเอง ซึ่งบางครั้งแฟนหงส์แดงอาจจะเกิดอาการสงสัยในใจเล็ก ๆ ว่าทำไมฟอร์มของเจ้าตัวกับทีมชาติถึงดีผิดหูผิดตากับตอนอยู่ทัพหงส์แดง
ฟอร์มของเวียตซ์กับลิเวอร์พูล มันไม่ถึงกับแย่ แต่มันก็ยังไม่ใช่ตัวเขาไม่เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด… ส่วนหนึ่งเพราะบทบาทในทีมยังเปลี่ยนไปมา บางเกมเขาต้องเล่นตรงกลาง เป็นเบอร์10 บางเกมออกข้าง บางทีก็ต้องทำทั้งสองอย่าง มันเลยเหมือนเขายัง “หาจุดลงตัว” ของตัวเองไม่เจอซะมากกว่า
อย่างไรก็ดีช่วงหลังมาก็ดูเหมือนว่าทางฝั่งเวียตซ์เอง จะเริ่มปรับตัวกับทัพหงส์แดงได้แล้ว เพราะช่วงต้นปีที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมกราคม เจ้าตัวทำประตูให้ทัพหงส์แดงไปแล้ว 5 ประตู
พอกลับมาเล่นทีมชาติ ภาพมันชัดขึ้นทันที เขาดูเป็นตัวของตัวเองมากกว่า และมีอิทธิพลกับเกมมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนฟุตบอลโลกจะมาถึง เยอรมนีอาจยังมีคำถามอีกมาก ทั้งเรื่องโครงสร้างทีม ตัวผู้เล่น หรือความลงตัวในแต่ละตำแหน่ง
แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เริ่มไม่ใช่คำถามแล้ว เมื่อทีมต้องการใครสักคนมาสร้างความแตกต่าง คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นในวันนี้ คือ ฟลอเรียน เวียตซ์ และบางที นี่อาจไม่ใช่แค่คำตอบของปัจจุบัน แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของเยอรมนี ที่ทุกอย่างจะเริ่มต้นจากเขา