บางการกลับมา ไม่ได้ต้องการเวลา ไม่ต้องมีการพิสูจน์ ไม่ต้องรอให้เรื่องราวค่อย ๆ ถูกเล่าซ้ำใหม่อีกครั้ง แค่ “โมเมนต์เดียว” ก็เพียงพอให้ทุกอย่างกลับมามีความหมายอีกครั้ง
และบางครั้ง มันไม่ใช่เรื่องของสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ แต่มันคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นไปแล้ว และยังอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน…
เหมือนกับการรียูเนี่ยนของ BIG ASS วงดนตรีร็อกระดับตำนานของไทย ที่แค่ชื่อของ ‘แด๊กซ์-เอกรัตน์’ ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของยุคหนึ่ง เสียงเพลงของวันนั้น และความรู้สึกที่เคยมี ก็ไหลกลับมาโดยไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ
ในโลกฟุตบอล ก็มีเรื่องราวแบบนั้นเหมือนกัน และหนึ่งในโมเมนต์ที่ชัดเจนที่สุด คือการกลับมาของเธียร์รี่ อองรี กับทัพปืนใหญ่ อาร์เซน่อลในปี 2012
อองรีในวัยที่ผ่านจุดพีคไปแล้ว กลับมาสู่บ้านหลังเดิมแบบยืมตัวระยะสั้น มันไม่ใช่ดีลที่ใครคาดหวังแชมป์ ไม่ใช่การกลับมาเพื่อสร้างอนาคต แต่มันคือ “การกลับมาเพื่อเติมเต็มบางอย่าง”
เพียงไม่กี่วันหลังการกลับมาอองรีก็ได้กลับไปยืนอยู่ในสนามที่เขาคุ้นเคยที่สุดอีกครั้งอย่างเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในเกมเอฟเอ คัพ รอบที่ 3 กับลีดส์ ยูไนเต็ด เขาลงสนามในฐานะตัวสำรอง และมีจังหวะหนึ่ง บอลไหลเข้ามาในเขตโทษ อองรีจับหนึ่งจังหวะ ก่อนแปด้วยความนิ่งที่แฟนบอลคุ้นเคย บอลค่อย ๆ ไหลผ่านผู้รักษาประตูเข้าไป
มันไม่ใช่ประตูที่หวือหวา ไม่ใช่ลูกยิงที่ต้องเปิดดูซ้ำสิบรอบเพื่อวิเคราะห์ แต่มันคือจังหวะที่ทำให้ทั้งสนามหยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงเฮออกมาพร้อมกัน เพราะทุกคนในสนามรู้ทันทีว่า นี่คือภาพเดิม นี่คืออองรีคนเดิม คนที่เคยทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสนามแห่งนี้
ตั้งแต่นั้นมา อองรีพูดถึงประตูนี้อยู่เสมอว่าเป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดของเขากับทัพปืนใหญ่
"คุณรู้ไหม จริง ๆ แล้วผมไม่ได้คิดว่าจะได้กลับมา ไม่ได้คิดว่าจะได้ลงเล่นด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องทำประตู แต่สุดท้ายทุกอย่างมันก็เกิดขึ้น และมันเป็นความรู้สึกที่อธิบายยากจริง ๆ"
ประตูนั้นไม่ได้เปลี่ยนแค่สกอร์ในเกมนี้ แต่มันดึงบางอย่างที่เคยอยู่ในความทรงจำของทุกคนกลับมาอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง มันเหมือนเวลาย้อนกลับไปช่วงที่สนามแห่งนี้เคยมีเขาอยู่ทุกสัปดาห์ จังหวะเดิม ความนิ่งแบบเดิม ความรู้สึกแบบเดิม ทุกอย่างกลับมาครบถ้วนโดยไม่ต้องอธิบาย
ค่ำคืนนั้นเธียร์รี่ อองรีไม่ได้ถูกจดจำในฐานะคนทำประตูชัยเท่านั้น แต่เขาทำให้ “ช่วงเวลาหนึ่งของอาร์เซน่อล” ที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งในสนามแห่งเดิม
มันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกไหม แต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้ทุกคนรู้ว่า สิ่งที่เขาเคยสร้างไว้ ไม่เคยเลือนหายไปไหน
ความรู้สึกแบบเดียวกัน กำลังเกิดขึ้นอีกครั้งกับวง BIG ASS ถูกพูดถึงพร้อมกับการกลับมาของ ‘แด๊กซ์-เอกรัตน์’ ที่รวมตัวกับเพื่อน ๆ ในรอบ 15 ปี มันไม่ต้องมีคำอธิบาย ไม่ต้องเล่าว่าครั้งหนึ่งวงนี้เคยยิ่งใหญ่แค่ไหน
บางการกลับมาอาจไม่ได้ยาวนาน แต่แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้เห็นมันเกิดขึ้นจริงอีกครั้ง ก็เพียงพอแล้ว ที่จะย้ำให้รู้ว่า สิ่งนั้น…ไม่เคยหายไปไหนเลย…