จากแชมป์โลกสู่ความว่างเปล่า ชำแหละวิกฤตที่กลืนกิน "อิตาลี"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากแชมป์โลก 4 สมัย สู่วิกฤตที่พลาดบอลโลก 3 ครั้งติด อิตาลีกำลังเจออะไร? และทำไมความยิ่งใหญ่ถึงพังลงทั้งระบบ?

อิตาลีหรือทัพอัซซูรี่ คือหนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังของโลก เจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลกประดับบารมี 4 สมัย และเคยเป็นศูนย์กลางของฟุตบอลระดับโลก ยุคทองของ เซเรีย อา ที่มีทั้งมาราโดน่า ซีดาน และโรนัลโด้ R9 ต่างก็เคยมาวาดลวดลายบนผืนหญ้าของอิตาลี

แต่ในช่วงกว่า 10 ปีหลัง ภาพนั้นกลับสลายลงอย่างชัดเจน อิตาลีพลาดฟุตบอลโลก 3 ครั้งติด (2018, 2022 และล่าสุดในปี 2026) มันสะท้อนว่าปัญหา ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่คือ “โครงสร้างที่พังทั้งระบบ” เกิดอะไรขึ้นกับอิตาลี? ทำไมพวกเขาถึงตกต่ำได้ขนาดนี้? เราไปไล่เรียงพร้อมกัน

ทัพอัซซูรี่ กับการไม่ได้ไปฟุตบอลโลก 3 ครั้งติด Reuters/MATTEO CIAMBELLI
ทัพอัซซูรี่ กับการไม่ได้ไปฟุตบอลโลก 3 ครั้งติด

ปัญหาที่ถูกกลืนกินมานาน

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2010 วงการฟุตบอลอิตาลีเคยมีความพยายามครั้งสำคัญจากคนที่เข้าใจเกมอย่างลึกซึ้งที่สุดคนหนึ่งของประเทศ

‘โรแบร์โต้ บาจโจ้’ อดีตตำนานลูกหนังของอิตาลี เจ้าของฉายา “เปียทองคำ” ได้จัดทำรายงานเชิงโครงสร้างราว 900 หน้า เพื่อเสนอแนวทางปฏิรูปฟุตบอลทั้งระบบของประเทศ

เนื้อหาของรายงานไม่ได้พูดถึงแค่แท็กติกในสนาม แต่ครอบคลุมไปถึงรากฐานทั้งหมดของวงการฟุตบอลอิตาลี เช่น
โครงสร้างการพัฒนาเยาวชน, ระบบอคาเดมีของสโมสร, แนวทางการปั้นนักเตะระยะยาว และการปรับแนวคิดการสร้างผู้เล่นให้ทันฟุตบอลสมัยใหม่

พูดให้เห็นภาพ นี่ไม่ใช่แค่แผนพัฒนา แต่คือทิศทางของฟุตบอลอิตาลีทั้งประเทศในระยะยาว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับสวนทางกับความคาดหวังอย่างสิ้นเชิง 

รายงานฉบับนั้นถูกพูดถึงเพียงช่วงสั้น ๆ  ก่อนจะค่อย ๆ ถูกลดความสำคัญลง และแทบไม่ถูกนำไปใช้ในเชิงโครงสร้างจริงจังในระดับนโยบายของสหพันธ์หรือสโมสร

แม้จะมีการรับรู้ถึงปัญหา แต่การลงมือแก้ไขอย่างเป็นระบบกลับไม่เกิดขึ้นตามที่ควรจะเป็น

ฟุตบอลอิตาลีเก่งแท็กติก แต่ขาดจินตนาการ?

หนึ่งในภาพจำที่ติดอยู่กับฟุตบอลอิตาลีมาอย่างยาวนาน คือความเป็น “โรงเรียนแท็กติก” ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พวกเขาสามารถสร้างทีมที่มีระเบียบ วินัย และโครงสร้างเกมรับที่แข็งแกร่งจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของชาติ

ทัพอัซซูรี่ ถูกยกให้เป็นต้นแบบของความละเอียดในเกมรับมาตั้งแต่ยุคคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นการยืนตำแหน่ง การป้องกันพื้นที่ หรือการอ่านเกมล่วงหน้า ทุกอย่างถูกฝึกฝนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับเยาวชน

นักเตะอิตาลีมัก “เข้าใจเกม” ได้ดีเป็นพิเศษ พวกเขาเล่นอย่างมีวินัย ไม่หลุดตำแหน่งง่าย และมีความสามารถในการจัดระเบียบเกมรับที่สูงกว่าหลาย ๆ ทีม แต่ปัจจุบันพวกเขาไม่สามารถยึดติดกับแนวรับสไตล์ คาเตนัชโช่ (เกมรับอันแข็งแกร่ง) แบบเดิมได้อีกต่อไป

ในอีกมุมหนึ่งของความแข็งแกร่งนี้เอง กลับมีคำถามสำคัญที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นั่นคือ “อิตาลีเชี่ยวชาญในสิ่งที่ควบคุมได้ แต่เริ่มขาดความมหัศจรรย์ที่คาดเดาไม่ได้”

และเมื่อเรามองย้อนกลับไปในอดีต ฟุตบอลอิตาลีเคยมีนักเตะที่สามารถสร้างความมหัศจรรย์ได้ในแบบเฉพาะตัว แต่ในปัจจุบัน นักเตะที่มีความกล้าเลี้ยง กล้าเสี่ยง หรือมีความสร้างสรรค์เฉพาะตัวสูง กลับเริ่มหายากขึ้นเรื่อย ๆ

และนี่คือจุดที่ทำให้ฟุตบอลอิตาลีถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่าพวกเขากำลัง “ผลิตนักเตะที่สมบูรณ์แบบในเชิงระบบ” แต่กลับ “ขาดนักเตะที่เปลี่ยนเกมได้จริง” หรือเปล่า

วิกฤตการเงิน เมื่อ ‘เงิน’ คืออาวุธสำคัญที่อิตาลีไม่มี

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ฉุดรั้งฟุตบอลอิตาลีให้จมดิ่งลง คือเรื่องของ เงินทุน ความสำเร็จของฟุตบอลอิตาลีนั้นผูกติดกับความมั่งคั่งของประเทศ แต่เมื่อเศรษฐกิจซบเซา ฟุตบอลก็ซบเซาตามไปด้วยนั่นเอง

อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่ฟื้นตัวจาก วิกฤตการเงินโลกปี 2008 ได้ช้าที่สุด การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แทบไม่ขยับทำให้ตลาดฟุตบอลขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง

เจ้าของสโมสรฟุตบอลอิตาลีที่เคยร่ำรวยดั้งเดิม (เช่น ตระกูลโมรัตติ ของอินเตอร์ มิลาน หรือ แบร์ลุสโคนีของเอซี มิลาน) ไม่มีเงินทุนมหาศาล ที่จะอัดฉีดสโมสรได้อีกต่อไป 

พวกเขาถูกบีบให้ต้องขายทีมให้กับกลุ่มทุนต่างชาติที่เน้นการบริหารแบบรัดเข็มขัดและมองหาผลกำไร ต่างจากยุคก่อนที่เจ้าของยอมขาดทุนเพื่อความสำเร็จ

ในขณะเดียวกัน คู่แข่งอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้รับเม็ดเงินมหาศาลจากมหาเศรษฐีเจ้าของทีม (เช่น ชีค มันซูร์ ของแมนฯ ซิตี้ หรือกลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบียที่นิวคาสเซิล) ทำให้ อำนาจการซื้อ ของเซเรีย อา หายไป นักเตะระดับท็อปจึงเลิกฝันถึงการมาเล่นในอิตาลี และมองไปที่สเปนหรืออังกฤษแทน

ลีกที่ไม่เปิดโอกาสให้เด็กของตัวเอง

อีกหนึ่งปัญหาที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ และน่ากังวลไม่แพ้เรื่องไหน คือ “โอกาสของนักเตะเยาวชน” ในภาพรวมเซเรีย อา ยังคงเป็นลีกที่เต็มไปด้วยแท็กติกและประสบการณ์ แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันกลับเป็นหนึ่งในลีกใหญ่ที่ “ให้โอกาสนักเตะท้องถิ่นลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของสโมสรตัวเองน้อยมาก”

ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 5% เท่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นแค่สถิติธรรมดา แต่มันสะท้อนถึงโครงสร้างของทั้งลีกเพราะมันหมายความว่า นักเตะอิตาเลียนจำนวนมากแทบไม่มีพื้นที่ให้พัฒนา

เมื่อโอกาสในประเทศมีจำกัดทางเลือกของดาวรุ่งจึงเหลือไม่มาก บางคนต้องเลือกย้ายออกไปต่างประเทศตั้งแต่อายุน้อย เพื่อหาเวลาลงสนามและพัฒนาตัวเอง

ตัวอย่างเช่น ริคคาร์โด คาลาฟิออรี หรือ ซานโดร โตนาลี ขณะที่บางเคสสโมสรเองก็จำเป็นต้อง “ขายนักเตะเร็วเกินไป” เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในระบบ

สิ่งที่อิตาลีสูญเสียไป ไม่ใช่แค่ผู้เล่น แต่คือ “กระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” ที่ควรจะเกิดขึ้นในประเทศของตัวเอง

และยังมีอีกสถิติที่ค่อนข้างน่าตกใจ จาก 487 ประตูในรอบแบ่งกลุ่มของ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มีเพียง “8 ประตู” เท่านั้น ที่มาจากนักเตะอิตาเลียน ตัวเลขนี้แทบไม่ต้องตีความอะไรเพิ่ม เพราะมันชัดเจนแล้วว่าอิตาลีกำลังขาดกองหน้าดาวยิงระดับโลกอย่างหนัก

สุดท้ายแล้ว…ทางเดียวที่จะทำให้ทัพอัซซูรี่กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้นั้น อาจไม่ใช่การรอปาฏิหาริย์ในสนามแต่มันคือการยอม “รื้อใหม่” ตั้งแต่รากของระบบ ตั้งแต่แนวคิดการพัฒนาเยาวชน โครงสร้างลีก ไปจนถึงวิธีคิดที่ต้องกล้าละทิ้งความสำเร็จในระยะสั้น เพื่อแลกกับอนาคตที่ยั่งยืนจริง ๆ

เพราะถ้ายังยึดติดกับภาพอดีต และลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงในวันที่ยังมีเวลาความตกต่ำของอิตาลี อาจไม่ใช่การล้มลงแบบฉับพลัน แต่มันคือการค่อย ๆ หายไปจากจุดสูงสุดของโลกฟุตบอล อย่างเงียบ ๆ และนั่น…อาจเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับชาติที่เคยยิ่งใหญ่ขนาดนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ