การเปิดขายตั๋วรอบแรกสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 เผยให้เห็นว่าฟีฟ่าตั้งราคาตั๋วสูงถึง 10,990 ดอลลาร์สหรัฐ (8,333 ปอนด์) สำหรับการเข้าชมรอบชิงชนะเลิศ เชื่อกันว่านี่คือบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลแบบทั่วไปที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยอิงจากราคาขายหน้าเคาน์เตอร์ ไม่ใช่ราคาในตลาดขายต่อ
ในเอกสารเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ของ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ระบุว่าตั๋วเข้าชมรอบชิงชนะเลิศจะมีราคาสูงสุดไม่เกิน 1,550 ดอลลาร์สหรัฐ (1,174 ปอนด์)
แต่เมื่อถึงเวลาที่ตั๋วเริ่มวางจำหน่ายให้กับสมาชิกของสโมสรผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของแต่ละประเทศในเดือนธันวาคม ราคาตั๋วที่แพงที่สุดอยู่ที่ 8,680 ดอลลาร์สหรัฐ (6,581 ปอนด์)
จากนั้นราคาก็ปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งเมื่อถึงช่วงลดราคาครั้งสุดท้ายในวันพุธที่ 1 เมษายน หลังจากได้ 48 ชาติเข้ารอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย ตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศที่กาตาร์ในปี 2022 มีราคาสูงถึง 1,604 ดอลลาร์สหรัฐ (1,214 ปอนด์) สำหรับที่นั่งราคาสูงสุด
การกำหนดราคาตั๋วที่แท้จริงสำหรับการแข่งขันในฤดูร้อนนี้เป็นเรื่องยาก เนื่องจากฟีฟ่าไม่เคยเปิดเผยโครงสร้างราคาตั๋วอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังใช้รูปแบบการกำหนดราคาแบบไดนามิก ซึ่งราคาจะเปลี่ยนแปลงในช่วงเริ่มต้นของการขายแต่ละครั้ง โดยขึ้นอยู่กับความต้องการในอดีต
ปลายปีที่แล้ว ราคาตั๋วรอบแรกถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น "การทรยศครั้งใหญ่"ในเดือนธันวาคม ฟีฟ่าประกาศจำหน่ายตั๋วจำนวนเล็กน้อยในราคา 60 ดอลลาร์สหรัฐ (45 ปอนด์)
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตั๋วได้เปิดขายอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก และทำให้เห็นราคาที่ผู้จัดงานกำหนดไว้ชัดเจนขึ้นอีกมุมหนึ่ง
การตรวจสอบเว็บไซต์จำหน่ายตั๋วของฟีฟ่าและดูว่ายังมีตั๋วเหลืออยู่เท่าไหร่และราคาเท่าไหร่ จะช่วยให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นที่ดี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ไม่ได้ยืนยันว่ายังมีตั๋วราคาแพงกว่านี้เหลืออยู่หรือไม่ หรือว่ามีตั๋วในราคาที่ถูกกว่านี้เหลืออยู่เพิ่มเติมหรือไม่
จากสิ่งที่สังเกตได้ ราคาตั๋วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศเพิ่มขึ้นมากถึง 38% ในการจำหน่ายทั่วไปเมื่อเทียบกับการจำหน่ายในเดือนธันวาคม
-นอกเหนือจากตั๋วประเภทที่หนึ่งราคา 10,990 ดอลลาร์สหรัฐ (8,333 ปอนด์)
-หมวดที่สองเพิ่มขึ้น 32.78% จาก 5,575 ดอลลาร์สหรัฐ (4,227 ปอนด์) เป็น 7,380 ดอลลาร์สหรัฐ (5,596 ปอนด์)
-หมวดที่สามเพิ่มขึ้น 38.23% จาก 4,185 ดอลลาร์สหรัฐ (3,173 ปอนด์) เป็น 5,785 ดอลลาร์สหรัฐ (4,386 ปอนด์)
นอกจากนี้ ฟีฟ่ายังไม่ได้แจ้งล่วงหน้าว่าเกมใดบ้างที่จะวางจำหน่าย หรือในราคาเท่าใด เมื่อช่วง "การขายในนาทีสุดท้าย" เริ่มต้นขึ้น
ผู้ที่จองตั๋วได้สำเร็จพบว่าราคาตั๋วสำหรับแมตช์ที่มีความต้องการสูงที่สุดนั้นสูงขึ้น รวมถึงแมตช์ระหว่างทีมชั้นนำและเกมสำคัญอื่นๆ ในรอบน็อกเอาต์ด้วยเช่นกัน
ตั๋วที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มขายต่ออย่างเป็นทางการ ซึ่งเปิดจำหน่ายอีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี มีราคาสูงขึ้นกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาขัดข้องขึ้นเมื่อระบบเปิดขายตั๋วรอบใหม่ใ ฟีฟ่าไม่ได้ระบุว่าเกมใดบ้างและช่วงราคาใดบ้างที่จะเปิดขาย ทำให้แฟน ๆ ต้องค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ของฟีฟ่า ซึ่งบางคนใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเข้าสู่ระบบ ฟีฟ่ากล่าวว่าในรอบการขายครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ สามารถซื้อที่นั่งเฉพาะในสนามกีฬาได้ แทนที่จะเป็นการขอซื้อตั๋วทั่วไปในช่วงราคาใดช่วงหนึ่ง ตั๋วจะวางจำหน่ายในตลาดขายต่อด้วย โดยฟีฟ่าจะหักส่วนแบ่ง 15% จากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
ผู้ขายรายหนึ่งตั้งราคาขายตั๋วเพียงใบเดียวไว้ที่ 82,780 ดอลลาร์สหรัฐ (62,646 ปอนด์)
ฟีฟ่า ยังกล่าวอีกว่า ตั๋วที่เหลือทั้งหมดสำหรับการแข่งขัน 104 นัดที่จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายนถึง 19 กรกฎาคมนั้น ไม่ได้ถูกนำออกขายทั้งหมด และจะมีการทยอยปล่อยตั๋วเพิ่มเติมออกมาเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังได้การันตีตั๋วจำนวนหนึ่งซึ่งไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนตั๋วทั้งหมดที่จัดสรรให้กับแต่ละชาติที่เข้าร่วม โดยมีราคาตั๋วละ 45 ปอนด์
ยกตัวอย่างในกรณีของอังกฤษ ตั๋วเหล่านี้ ซึ่งจะมีจำหน่ายสำหรับทุกนัด จะมอบให้กับสมาชิกของสโมสรผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตามเกมเปิดนัดสนามของสหรัฐอเมริกาที่จะพบกับปารากวัยในวันที่ 13 มิถุนายน ยังคงมีตั๋วจำหน่ายมากที่สุด โดยมีตั๋วประเภทที่หนึ่งจำนวน 1,406 ใบ ราคาใบละ 2,735 ดอลลาร์สหรัฐ (2,072 ปอนด์)
ส่วนนัดแรกของแคนาดา ที่พบกับบอสเนีย เป็นเพียงนัดเดียวที่มีตั๋วจำหน่ายค่อนข้างดี โดยยังมีตั๋วประเภทที่หนึ่งเหลืออยู่ 846 ใบ ในราคา 2,240 ดอลลาร์สหรัฐ (1,697 ปอนด์)