คีธ ไวน์เนส อดีตประธานบริหารของเอฟเวอร์ตัน แอสตัน วิลล่า และอเบอร์ดีน ให้สัมภาษณ์พิเศษกับฟุตบอล อินไซเดอร์ สื่อในอังกฤษ โดยมองว่าความขัดแย้งสงครามในตะวันออกกลางระหว่าง สหรัฐอเมริกาและ อิสราเอล กับ อิหร่าน ที่ยังไม่ยุติ อาจทำให้ สตาร์ทีมชาติอิยิปต์ เกิดความลังเลที่จะย้ายทีม แม้ดาวเตะวัย 33 ปี จะออกมายืนยันแล้วว่าจะอำลา ลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาลนี้แล้วก็ตาม
ที่ผ่านมาทีมในลีก ซาอุดีอาระเบีย ตกเป็นข่าวอย่างหนักถึงการอาจบรรลุข้อตกลงในการดึงตัว ซาล่าห์ มาร่วมทีม ซึ่งด้วยค่าเหนื่อยที่สูง อาจจะทำให้ทีมจากยุโรป เลือกที่จะถอยไม่สู้ตรงนี้ ทั้งนี้การที่ ซาล่าห์ ย้ายออกจากแอนฟิลด์ ถือเป็นก้าวแรกของการสร้างทีมใหม่ของสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยคาดว่าอาร์เน่อ สล็อต ผู้จัดการทีมจะถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อจบฤดูกาล
"ไม่ต้องสงสัยเลย ดูสิว่าโลกเปลี่ยนไปแค่ไหน ข้อเสนอที่เข้ามาจากซาอุดีอาระเบียและผลงานของซาลาห์ในฤดูกาลนี้แสดงให้เห็นว่ามันควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายฤดูกาลที่แล้ว"
"ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งส่วนตัว การเงิน และอื่นๆ อาจรวมถึงการให้โอกาสสล็อตได้ลองปรับปรุงทีมให้ดีขึ้นด้วย ดังนั้นตอนนี้เราจึงอยู่ในสถานการณ์ที่ซาอุดีอาระเบียอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เขาอยากพาครอบครัวไปในตอนนี้"
"เราทุกคนหวังว่าสถานการณ์ทางภูมิศาสตร์การเมืองจะสงบลง แต่ดูเหมือนว่ามันเริ่มส่งผลกระทบต่อวงการกีฬามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เราเห็น การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ถูกยกเลิก และปัญหาต่างๆ อีกมากมาย คุณต้องคิดว่าตอนนี้บรรดาผู้เล่นคงกำลังคิดว่าลีกฟุตบอลสูงสุดของซาอุดีอาระเบียอาจไม่น่าดึงดูดใจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว"
"แน่นอนว่าสำหรับซาลาห์ ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่มาก และยิ่งใหญ่ไม่แพ้โรนัลโด้ในแง่ของผลกระทบต่อลีกนั้น เขาต้องคิดให้ดีว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องสำหรับเขาและครอบครัวของเขาหรือไม่" "
ไวน์เนส เผย
นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่าทีม อินเตอร์ ไมอามี่ ของ เดวิด เบ็คแฮม อาจดึงตัว ซาล่าห์ มาประสานงานกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ แต่ทางทีมเองไม่ได้มีเงินทุนมากมายที่จะจ่ายค่าจ้างก้อนโตขนาดนั้นจากการมีสตาร์ทั้ง 2 คนดังกล่าวอยู่แล้ว