นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบายการขับเคลื่อนงานแก่ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วม เพื่อร่วมกันวางทิศทางและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศ ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า นโยบายด้านการกีฬาของรัฐบาลจะมุ่งเน้นนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาใช้อย่างจริงจังตามที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา เพื่อเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนานักกีฬาตั้งแต่ระดับเยาวชน ต่อยอดสู่กีฬาอาชีพและกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ การยกระดับด้วยกระบวนการนี้จะทำให้เห็นผลลัพธ์การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมตามมาตรฐานสากล
พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุให้เข้าถึงการออกกำลังกาย รวมถึงเยาวชนที่จะมีแผนบูรณาการร่วมกับชุมชน โรงเรียน และสถานที่ราชการในแต่ละอำเภอ เปิดเป็นศูนย์ฝึกกีฬา (อะคาเดมี) โดยดึงครูฝึกสอนหรืออดีตนักกีฬาทีมชาติมาเปิดสอนฟรี เพื่อให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์หลังเลิกเรียนหรือวันหยุด
ทั้งนี้ กรณีประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 และผ่านเข้ารอบ 3 ประเทศสุดท้าย นายสุรศักดิ์ยืนยันว่า เรามีความพร้อมอย่างเต็มที่และอยากสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อน เนื่องจากผู้ที่จัดการแข่งขันย่อมได้สร้างชื่อเสียงและหน้าตาให้กับประเทศ แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความคุ้มค่าระหว่างงบประมาณแผ่นดิน ที่คาดว่าจะต้องใช้ราว 6-7 พันล้านบาท กับผลประโยชน์ที่จะได้รับกลับคืนมาสู่การพัฒนากีฬาของเยาวชน หากประเมินแล้วคุ้มค่า ยกระดับวงการกีฬาและส่งเสริมท่องเที่ยวได้จริง รัฐบาลก็พร้อมเดินหน้าสนับสนุนเต็มที่ ทุกการลงทุนและการจัดอีเวนต์ต่างๆ ต่อจากนี้ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดเป็นหลัก
นอกจากนี้ สำหรับความคืบหน้าในการแยกหน่วยงานด้านการกีฬาออกมาจัดตั้งเป็นกระทรวงกีฬาอย่างเป็นเอกภาพ นายสุรศักดิ์ระบุว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเตรียมจัดตั้งคณะทำงานศึกษาข้อกฎหมาย ระเบียบ กำลังคน ทรัพย์สิน และงบประมาณที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากต้องทำงานร่วมกับอีกหลายกระทรวงและหลายหน่วยงาน
ซึ่งกระทรวงมีความตั้งใจดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุดแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความรอบคอบ เพื่อไม่ให้ไปสร้างภาระหรือปัญหาตามมาให้กับกระทรวงใหม่ในภายหลัง การแยกโครงสร้างที่ชัดเจนจะช่วยให้กระทรวงกีฬากำหนดเป้าหมาย ทั้งเรื่องงบประมาณและทิศทางการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
"ส่วนกีฬา เมื่อแยกออกมาจากท่องเที่ยว ความชัดเจนก็จะเกิดแน่นอนครับ ซึ่งกำลังจะเริ่มต้นในการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษา โดยความตั้งใจของรัฐบาล และของผมเอง ให้จัดตั้งเร็วที่สุด แล้วก็รอบคอบที่สุด เพื่อมีกระทรวงใหม่ที่สมบูรณ์"
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอในการผลักดันกีฬาบางประเภท เช่น สนุกเกอร์ หรือ โป๊กเกอร์ ให้หลุดพ้นจากพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 นายสุรศักดิ์ชี้แจงว่า ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งและเข้าใจว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นที่มีทั้งมุมของฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงจำเป็นต้องนำรายละเอียดของกีฬาทุกประเภทที่เข้าข่ายมาพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบอย่างรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วนที่สุดก่อนจะมีการตัดสินใจดำเนินการใดๆ
ส่วนกระบวนการสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยคนใหม่แทนคนปัจจุบันที่กำลังจะหมดวาระ นายสุรศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงจะเร่งตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบขององค์กรอิสระหรือรัฐวิสาหกิจว่า สามารถเริ่มกระบวนการสรรหาล่วงหน้าก่อนที่ตำแหน่งจะว่างลงได้หรือไม่ เพื่อเตรียมพร้อมให้ได้ตัวบุคคลมาดำรงตำแหน่งและสานต่องานได้ทันทีในวันหมดวาระ โดยไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่างหรือรอยต่อที่เป็นสุญญากาศในการบริหารงานของการกีฬาแห่งประเทศไทย
"ต้องไม่ให้สะดุดครับ เพราะว่าผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นตำแหน่งที่สำคัญ ถ้าข้อกฎหมายของการกีฬาแห่งประเทศไทยบอกว่าสามารถทำได้ก่อน ก็คงต้องทำ จะได้มีท่านใหม่ทำงานได้เลย โดยไม่มีช่องว่างให้เกิดสุญญากาศครับ"