Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

5 โมเมนต์ “ร็อบโบ้” จากคนนอกสายตา สู่ขวัญใจแอนฟิลด์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การอำลาของ "แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน" ไม่ได้ทิ้งไว้แค่ถ้วยรางวัลหรือสถิติ แต่คือเรื่องราวของหัวใจนักสู้ที่วิ่งจนกลายเป็นขวัญใจของเดอะค็อป

ปิดฉาก 9 ปีไปแล้วเรียบร้อย สำหรับแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายตัวเก่งของลิเวอร์พูล หลังทางสโมสรประกาศว่าร็อบโบ้จะย้ายออกจากทีมแบบไม่มีค่าตัวเมื่อสัญญาหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ 

ซึ่งเส้นทางของเขาไม่ได้เป็นแค่เรื่องของแบ็กซ้ายคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ แต่มันคือเรื่องราวของคนธรรมดาที่ค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลรักที่สุด และเพื่อย้อนกลับไปในเส้นทางที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเหล่านั้น PPTV Sports ได้คัด 5 โมเมนต์สำคัญ 

โรเบิร์ตสัน เตรียมอำลาทัพหงส์แดง Reuters/David Klein
โรเบิร์ตสัน เตรียมอำลาทัพหงส์แดง

ที่นิยามตัวตนของ “ร็อบโบ้” ตั้งแต่วันแรกที่ไม่มีใครคาดคิด จนถึงวันที่เขากลายเป็นขวัญใจของเดอะค็อป ก่อนจะไปดูกันว่าแต่ละช่วงเวลามีความหมายมากแค่ไหน เริ่มกันที่โมเมนต์แรก…

จากวันที่ไม่มีใครเชื่อ

จุดเริ่มต้นของทุกอย่างอาจต้องย้อนไปก่อนที่เขาจะมาถึงแอนฟิลด์ โรเบิร์ตสันไม่ใช่นักเตะที่ถูกปั้นมาเพื่อเป็นสตาร์ เขาเคยถูกปล่อยออกจากอะคาเดมีของเซลติก ต้องไปเริ่มใหม่กับทีมสมัครเล่น และเคยสัมผัสความผิดหวังจากการตกชั้นกับฮัลล์ ซิตี้ 

ก่อนจะได้โอกาสย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลในปี 2017 วันแรกที่เขาเดินเข้าไปในสนามซ้อม เขายังยอมรับด้วยตัวเองว่านี่คือความฝันที่แทบไม่น่าเป็นจริงได้ ไม่มีเสียงเชียร์ ไม่มีแสงแฟลช ไม่มีใครจับตามองเป็นพิเศษ มีเพียงนักเตะคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางสถานที่ซึ่งเขาเคยได้แค่จินตนาการถึง 

โมเมนต์นั้นอาจดูธรรมดาในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเขา มันคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง จุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ว่าความพยายาม ความอดทน และการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา สามารถพาใครบางคนจากจุดที่แทบไม่มีใครมองเห็น ไปยืนอยู่บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้จริง ๆ

วิ่งครั้งเดียว แต่ได้ใจทั้งแอนฟิลด์

หลังจากนั้นไม่นาน แฟนลิเวอร์พูลก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาตกหลุมรักนักเตะคนนี้อย่างรวดเร็ว ในเกมที่เจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โรเบิร์ตสันวิ่งไล่เพรสบอลยาวเกือบเต็มสนาม ระยะกว่า 90 หลา ไล่ตั้งแต่กลางสนามไปจนถึงหน้าประตูคู่แข่ง 

แม้สุดท้ายจังหวะนั้นจะจบลงด้วยการโดนเป่าฟาวล์ แต่ทั้งแอนฟิลด์กลับลุกขึ้นปรบมือให้กับความทุ่มเทแบบสุดตัว ทุกก้าวที่วิ่งเหมือนกำลังบอกกับแฟนบอลว่า เขาพร้อมจะใส่ทุกอย่างลงไปในเกม ไม่ว่าจะเป็นแรง ความมุ่งมั่น หรือหัวใจ จนเมื่อจังหวะนั้นจบลง ทั้งแอนฟิลด์ลุกขึ้นปรบมือให้โดยอัตโนมัติ ราวกับทุกคนรับรู้ตรงกันว่า 

พวกเขากำลังได้เห็นนักเตะที่ไม่ได้แค่ลงเล่น แต่กำลังทุ่มเททุกอย่างเพื่อเสื้อที่เขาสวมอยู่ และในวินาทีนั้นเอง โรเบิร์ตสันก็ไม่ได้เป็นแค่นักเตะธรรมดา ๆ ในทีมอีกต่อไป แต่กลายเป็นคนที่ “ได้ใจ” แฟนบอลไปเต็ม ๆ โดยไม่ต้องใช้คำพูดใด ๆ เลย

จากความผิดหวัง สู่คืนแห่งการเป็นแชมป์ยุโรป

อีกหนึ่งช่วงเวลาที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการลุกขึ้นจากความผิดหวังครั้งใหญ่ ในปี 2018 ลิเวอร์พูลไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และต้องเจอกับทัพราชันชุดขาว เรอัล มาดริด 

แต่ต้องจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของลิเวอร์พูล ภาพของนักเตะที่เดินออกจากสนามพร้อมเหรียญรองแชมป์ มันไม่ใช่แค่ความผิดหวังของเกมเดียว แต่มันคือความรู้สึกที่เหมือนทุกอย่างพังลงต่อหน้าต่อตา โดยเฉพาะสำหรับนักเตะที่ผ่านเส้นทางยากลำบากมาอย่างเขา 

แต่หนึ่งปีถัดมา คราวนี้พวกเขาไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือไปอีก โรเบิร์ตสันลงสนามด้วยความมุ่งมั่นที่ชัดเจนกว่าครั้งก่อน และเมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น เขาได้เปลี่ยนความทรงจำที่เคยเจ็บปวดให้กลายเป็นช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในชีวิตค้าแข้ง 

ภาพของเขาที่ชูถ้วยแชมป์ พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและความภูมิใจ กลายเป็นภาพที่แฟนบอลจดจำได้ทันที และคำพูดเรียบง่ายของเขา ‘Just a wee guy from Glasgow living the absolute dream’ 

ที่แปลว่าเขาเป็นแค่เด็กคนหนึ่งจากกลาสโกว์ที่ได้ใช้ชีวิตตามความฝัน ยิ่งทำให้โมเมนต์นั้นมีความหมายมากขึ้นไปอีก เพราะมันไม่ได้สะท้อนแค่ชัยชนะในสนาม แต่สะท้อนถึงเส้นทางทั้งหมดที่เขาต้องล้ม ลุก และไม่ยอมแพ้ จนมาถึงจุดที่ได้ยืนอยู่บนยอดของฟุตบอลยุโรปอย่างแท้จริง

ประตูที่เปลี่ยนทั้งฤดูกาล

ในฤดูกาลประวัติศาสตร์ 2019-20 ที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ โรเบิร์ตสันก็มีส่วนสำคัญในหนึ่งในจุดเปลี่ยนของซีซั่น 

เกมเยือนแอสตัน วิลล่า ที่ทีมตามหลังอยู่จนเกือบจบเกม เขาเป็นคนโหม่งประตูตีเสมอในนาทีที่ 87 ก่อนที่ทีมจะพลิกกลับมาชนะได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 

แต่สิ่งที่ทำให้โมเมนต์นี้มีความหมายมากกว่าประตู คือปฏิกิริยาหลังจากบอลเข้าประตู เขาไม่ได้หยุดฉลอง แต่รีบวิ่งกลับไปยังครึ่งสนามของตัวเองทันที ราวกับกำลังบอกเพื่อนร่วมทีมว่ามันยังไม่จบ และยังมีงานต้องทำให้สำเร็จ 

นั่นคือภาพของนักเตะที่ไม่ได้คิดแค่การเอาตัวรอดในเกมหนึ่งนัด แต่คิดไปไกลถึงเป้าหมายใหญ่ของทั้งฤดูกาล และสุดท้าย มันก็กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สะท้อน “ความเป็นผู้ชนะ” ของทีมชุดนั้นได้ชัดเจนที่สุด

วันที่แชมป์มีความหมายที่สุด

และบางที โมเมนต์ที่เติมเต็มเรื่องราวของเขามากที่สุด อาจไม่ใช่การคว้าแชมป์ครั้งแรก แต่เป็นการได้สัมผัสมัน “อย่างสมบูรณ์” หลังจากลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2020 โดยไม่มีแฟนบอลในสนามเพราะสถานการณ์โควิด

เวลาผ่านไปหลายปี เขาได้กลับมายืนอยู่ในโมเมนต์เดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้ทุกอย่างแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง แอนฟิลด์เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ ผู้คนโอบกอดช่วงเวลาแห่งความสำเร็จร่วมกันอย่างแท้จริง เสียงเพลง เสียงตะโกน และรอยยิ้มของแฟนบอล 

กลายเป็นภาพที่ทำให้การชูถ้วยครั้งนี้มีความหมายมากกว่าครั้งไหน ๆ มันไม่ใช่แค่การคว้าแชมป์อีกครั้ง แต่คือการเติมเต็มทุกสิ่งที่เคยขาดหาย เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรื่องราวของเขาสมบูรณ์อย่างแท้จริง

และเมื่อมองย้อนกลับไป สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เดอะค็อปรักมากที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ถ้วยรางวัลหรือสถิติที่ทิ้งไว้ แต่คือเส้นทางและทัศนคติที่เขาแสดงออกมาในทุกช่วงเวลา เขาอาจไม่ได้ถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์โดดเด่นที่สุดในโลก 

แต่เขาคือคนที่วิ่งไม่หยุด สู้ไม่ถอย และไม่เคยลืมว่าตัวเองเริ่มต้นจากจุดไหน และบางที นั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้เขากลายเป็นตำนานในแบบของตัวเอง เป็นตำนานที่ไม่ได้ถูกสร้างจากชื่อเสียง แต่ถูกสร้างจากหัวใจ..

Bottom-PL-HLW Bottom-PL-HLW

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ