ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025-2026 นัดที่ 32 "สิงห์บลูส์" เชลซี ก่อนเริ่มสตาร์ตสัปดาห์นี้ แข่ง 31 นัด มี 48 แต้ม อยู่อันดับ 6 ของตาราง เตรียมเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง แข่ง 30 นัด มี 61 แต้ม โดยคู่นี้เตะกันในเวลา 22.30 น. ตามเวลาประเทศไทย คู่นี้เจอกันนัดแรกของฤดูกาล ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เชลซี บุกมาแบ่งแต้มทัพเรือใบด้วยการตามตีเสมอ 1-1 ในช่วงทดเจ็บท้ายเกมจาก เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ 90+4
โปรแกรม เชลซี พบ แมนฯ ซิตี้ ถ่ายทอดสด : AIS Play ช่อง 502, Monomax 2, MONO 29
เลียม โรซีเนียร์ นำทีมเชลซี แพ้ 4 นัดติดต่อกันก่อนพักเบรกทีมชาติทั้งพรีเมียร์ลีก (นิวคาสเซิ่ล และ เอฟเวอร์ตัน) และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก (เปแอสเช 2 นัด) ก่อนจะกลับมาเก็บชัยชนะด้วยการถล่ม พอร์ทเวล 7-0 ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย ในศึกเอฟเอ คัพ
แม้ว่า โรซีเนียร์ จะยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขากับ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และเชลซียังคงเป็นไปอย่างฉันมิตร แต่กุนซือวัย 44 ปี ยืนยันว่าแข้งชาวอาร์เจนไตน์จะยังคงไม่ได้ร่วมทีมในเกมที่จะพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้
สภาพทีมยังขาด รีซ เจมส์ (ต้นขา), เลวี่ โคลวิลล์ (เข่า), เจมี่ กิตเทนส์ (ต้นขา), ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น (ขาหนีบ) และ เทรโวห์ ชาโลบาห์ (ข้อเท้า) ไม่สามารถลงสนามได้ แต่ข่าวดี เบอนัวต์ บาเดียชิล หายจากอาการป่วยแล้ว
เนื่องจากมีตัวเลือกผู้เล่นตัวหลักในตำแหน่งตัวหมุนเวียนน้อย คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นชุดใหญ่มากนักจากเกมที่เอาชนะ พอร์ตเวล ขาดลอย แต่ผู้เล่นอย่าง มอยเซส ไคเซโด้ และ มาร์ก คูคูเรญ่า กลับมาอยู่ในไลน์อัพอีกครั้ง แนวรุกใช้ เปโดร เนโต้ ประสานกับ โคล พาลเมอร์ และ เอสเตเวา ด้าน ชูเอา เปโดร ยืนล่าตาข่าย
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังมุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะ 3 นัดติดต่อกันให้ได้ และเพื่อรักษาคลีนชีต 3 นัดติดต่อกัน หลังเกมล่าสุดเปิดรังถล่ม ลิเวอร์พูล 4-0 ในศึกเอฟเอ คัพ ลิ่วรอบ 4 ทีมสุดท้าย ด้วยผลงานสวยหรู
"ทัพเรือใบสีฟ้า" ประสบปัญหาเรื่องความฟิตของกลุ่มผู้เล่นแนวรับ โดย รูเบน ดิอาส (แฮมสตริง) และ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล (ขา) ยังต้องพักรักษาตัว ส่วน จอห์น สโตนส์ ที่ถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษเนื่องจากปัญหาที่น่องเช่นกัน แต่ กวาร์ดิโอล่า ยืนยันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่ากองหลังรายนี้สามารถฝึกซ้อมได้บางส่วนก่อนเกม ทำให้ต้องรอเช็กฟิตอีกครั้ง
ขณะที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา กัปตันทีม เตรียมอำลาสโมสรเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ หากได้ลงเล่นในเกมสำคัญนี้ จะกลายเป็นแข้งชาวโปรตุกีสที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วยจำนวน 297 นัด ขณะที่แนวรุกวาง อองตวน เซเมนโย่ รายาน แชร์กี และ เฌเรมี่ โดกู โดยมี เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยืนหน้าเป้า
รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
เชลซี (4-2-3-1) : โรเบิร์ต ซานเชซ - มาโล กุสโต้, เวสลีย์ โฟฟาน่า, โทซิน อดาราบิโอโย, มาร์ค กูกูเรย่า - อันเดรย์ ซานโตส, มอยเซส ไคเซโด้ - เปโดร เนโต้, โคล พาลเมอร์, เอสเตเวา - ชูเอา เปโดร
แมนฯ ซิตี้ ( 4-2-3-1 ) : จานลุยจิ ดอนนารุมมา - มาเธอุส นูเนส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, มาร์ค เกฮี, นิโก้ โอไรลี่ย์ - แบร์นาร์โด ซิลวา, โรดรี้ - อองตวน เซเมนโย่, รายาน แชร์กี, เฌเรมี่ โดกู - เออร์ลิ่ง ฮาลันด์
ความน่าจะเป็นของเกม
แมตช์นี้สำคัญต่อทั้งสองทีมอย่างมากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก ทางด้าน "สิงห์บลูส์" ต้องการเก็บชัยชนะเพื่อแย่งโควต้าพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก และพยายามเลี่ยงสถิติปราชัย 3 นัดติดในลีกโดยไม่สามารถทำประตูได้ ซึ่งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 1998 ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งโดยเฉพาะสถิติในเดือนเมษายน รวมทั้งยังมีเกมอยู่ในมือ 1 นัด เกมนี้ กุนซือชาวสแปนิช จะเน้นเป็นพิเศษอย่างแน่นอน เพื่อลดช่องว่างกับอาร์เซน่อลให้แคบลง คาดบุกเก็บ 3 แต้ม
สกอร์ที่คาด
เชลซี 1-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้