ในเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความฝันที่ไม่เคยไปถึงฝั่งฝันอย่างเมืองอีเทน ประเทศเคนยา ชื่อของ เซบาสเตียน ซาเว เคยเป็นแค่ “อีกหนึ่งนักวิ่งธรรมดา” ที่ดูเหมือนจะไปไม่ถึงไหน
ก่อนจะเข้าเรื่องราวของซาเว ขอพาไปรู้จักเมืองอีเทน ที่เคนยากันก่อน ที่นี่เปรียบเสมือน ‘ศูนย์กลางของนักวิ่งระยะไกลระดับโลก’ ด้วยความสูงราว 2,400 เมตร ทำให้อากาศเบาบาง ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรับออกซิเจนที่น้อยลง จึงช่วยให้ความอึดดีขึ้นโดยธรรมชาติ
แต่สิ่งที่ทำให้อีเทนแตกต่างจริง ๆ คือ “วัฒนธรรมการวิ่ง” ที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน เด็ก ๆ วิ่งไปโรงเรียน นักวิ่งระดับโลกซ้อมบนถนนดินแดงแบบเรียบง่าย ไม่มีสปอตไลต์ มีแค่วินัยและการซ้อมซ้ำ ๆ ทุกวัน จนที่นี่กลายเป็นเหมือนโรงงานที่เปลี่ยนคนธรรมดา ให้กลายเป็นนักวิ่งระดับโลก
ทีนี้เรามาเข้าเรื่องของเซบาสเตียน ซาเวกันดีกว่า
ย้อนกลับไปปี 2020 หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ 3 ปี เขายังเป็นแค่หนึ่งในนักวิ่งจำนวนมากที่พยายามจะไต่เต้าขึ้นมา แต่ในโลกของนักวิ่งเคนยา แค่ “เก่ง” มันไม่พอเลย เพราะการแข่งขันมันโหดแบบแทบไม่มีที่ยืนให้คนธรรมดา
บอกตามตรง ไม่มีใครจินตนาการได้ว่า คนคนนี้…จะกลายเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ “วิ่งมาราธอนต่ำกว่า 2 ชั่วโมงแบบถูกกติกา”แต่วันนี้ เขาทำได้จริง ด้วยเวลา 1:59:30 ในศึกลอนดอน มาราธอนเมื่อวานที่ผ่านมา
เรื่องมันไม่ได้เริ่มจากความสำเร็จ แต่มาจากช่วงที่เกือบ “เลิกฝัน” ครอบครัวเริ่มกดดันให้เขาหันไปทำอย่างอื่น เขาเลยไปขอความช่วยเหลือจากลุง ซึ่งเป็นอดีตนักวิ่งโอลิมปิก และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาได้เข้ากลุ่มซ้อมใหม่
ชีวิตตอนนั้นไม่ง่ายเลย เขาต้องย้ายไปอยู่หอพักเล็ก ๆ นอนเตียงสองชั้นกับเพื่อนอีก 3 คน เริ่มซ้อมกับนักวิ่งรุ่นเยาว์ และกลับไปหาภรรยากับลูก ๆ ได้แค่เดือนละ 2 ครั้ง
แต่มันไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา เพราะเขาโตมาในบ้านที่ผนังเป็นดิน ไม่มีไฟฟ้าใช้ ความลำบากเลยไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นต้นทุนชีวิตที่เขาคุ้นเคย
โค้ชของเขาอย่าง เคลาดิโอ เบราร์เดลลี่ พูดหลังจากวันประวัติศาสตร์ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น 90% มาจากตัวซาเวเอง เขาไม่ได้เป็นแค่นักวิ่งเก่ง แต่เป็นคนที่มีพลังบวกสูงมาก และในขณะเดียวกันก็ถ่อมตัวสุด ๆ ในวันที่เปลี่ยนชีวิตของเขา อาหารก่อนแข่งมีแค่ “ขนมปังทาน้ำผึ้ง 2 แผ่น กับชาร้อน 1 แก้ว” เท่านั้น
ซาเวไม่ใช่นักวิ่งที่โด่งดังมาก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งเริ่มแข่งระดับนานาชาติจริงจังตอนอายุ 26 แต่หลังจากนั้น เขาชนะมาราธอน 3 รายการแรกที่ลงแข่งทันที รวมถึงที่ลอนดอนในปีก่อน
ช่วงท้ายของการแข่งขัน ทั้งสามคนเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ ซาเว ค่อย ๆ “เร่งแบบเงียบ ๆ” ไม่มีจังหวะระเบิดแบบชัดเจน แต่ทุกก้าว เขาเร็วขึ้น เร็วขึ้น…จนไม่มีใครตามทัน และสุดท้าย เขาก็กลายเป็นคนแรกที่ทำลายกำแพง 2 ชั่วโมง “ในสนามแข่งจริง”
แม้ก่อนหน้านี้ในปี 2019 เอเลียด คิปโชเก จะเคยเป็นมนุษย์คนแรกที่วิ่งมาราธอนด้วยเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมง แต่ในครั้งนั้นเป็นการวิ่งภายใต้โปรเจกต์พิเศษจึงไม่ถูกนับเป็นสถิติโลกอย่างเป็นทางการ
จากเด็กที่วิ่งเล่นในหมู่บ้าน สู่ เซบาสเตียน ซาเว ชายที่วิ่งข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ในศึกลอนดอน มาราธอน เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่การทำเวลา หรือการสร้างสถิติใหม่ แต่มันคือการพิสูจน์อีกครั้งว่า เส้นแบ่งของคำว่า “เป็นไปไม่ได้” ไม่ได้มีไว้เพื่อหยุดเรา…แต่มันมีไว้เพื่อรอให้ใครสักคนก้าวข้ามมันไปต่างหาก