ได้คู่ชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2025-26 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย เปแอสเช แชมป์เก่า จะฟาดแข้งกับ อาร์เซน่อล ที่ตั้งเป้าหมายคว้าถ้วยใบใหญ่ของยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรให้ได้
ผู้จัดการทีมที่มีอัตราแต้มต่อเกมดีที่สุดในประวัติศาสตร์ UCL
อันดับ 1 ฮันซี่ ฟลิค : 2.30 PPG (44 นัด)
เคยคุมทีมบาเยิร์น มิวนิค และ บาร์เซโลน่า มีเปอร์เซ็นต์การชนะสูงสุดในรายการนี้ในบรรดาผู้จัดการทีมที่คุมทีมอย่างน้อย 25 นัด และนำ บาเยิร์น คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2019/20 ด้วยสถิติชนะ 100 %
อันดับ 2 จุ๊ปป์ ไฮย์เกส : 2.26 (47 นัด)
คุมทีมลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก 47 นัด ชนะ 32 นัด เสมอ 6 นัด และแพ้เพียง 9 นัด คว้าแชมป์รายการนี้ 2 ครั้ง กับเรอัล มาดริด ในปี 1998 และ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2013 รวมทั้งครองสถิติชนะติดต่อกันยาวนานที่สุดในรายการนี้ ด้วยชัยชนะ 11 นัดติดต่อกันในฤดูกาล 2012-13 และ 2017-18
อันดับ 3 แว็งซ็องต์ กอมปานี : 2.21 (27 นัด)
เป็นกุนซือที่มีประสบการณ์คุมทีมจำนวนไม่มาก แต่เป็นอีกหนึ่งอัจฉริยะด้านฟุตบอลรุ่นใหม่ ด้วยความเหนือกว่าในบุนเดสลีกา ทำให้ความพยายามในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกของ "เสือใต้" มีความสำคัญเป็นพิเศษ แต่ด้วยแนวรุกที่ทำประตูได้มากกว่า 100 ประตูในฤดูกาลนี้อย่าง หลุยส์ ดิอาซ, แฮร์รี่ เคน และ ไมเคิล โอลิเซ่ ความสำเร็จอีกครั้งคงไม่ไกลเกินเอื้อมใน 1-2 ฤดูกาลหน้า
อันดับ 4 มิเกล อาร์เตต้า : 2.16 (38 นัด)
คือผู้จัดการทีมจากพรีเมียร์ลีกที่มีอันดับสูงสุดในลิสต์นี้ แน่นอนว่าจำนวนนัดที่คุมทีมนั้นน้อยกว่ามากเพียง 38 นัด จุดเด่นคือการเล่นลูกตั้งเตะและแนวคิดการตั้งรับเป็นหลักกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา
อันดับ 5 หลุยส์ เอ็นริเก้ : 2.06 (77 นัด)
เป็นอีกหนึ่งกุนซือที่ผลงานโดดเด่นในรายการนี้ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งที่ 3 ในฐานะโค้ช หลังเคยพาบาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ในปี 2015 และพาเปแอสเช ชูถ้วยแชมป์ในปี 2025
อันดับ 6 แฟรงค์ ไรจ์การ์ด : 2.05 (40 นัด)
อันดับ 7 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า : 2.04 (191 นัด)
อันดับ 8 ซีเนดีน ซีดาน : 2.02 (53 นัด)
อันดับ 9 หลุยส์ ฟาน กัล : 1.97 (95 นัด)
อันดับ 10 โธมัส ทูเคิ่ล : 1.96 (67 นัด)
** Points Per Game (PPG) -- คะแนนต่อเกม