ตอนนี้ โคโม่ 1907 ทีมจากศึกเซเรีย อา การันตีการไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้าแน่นอนแล้ว เหลือเพียงแค่ว่า ปลายทางของพวกเขาจะเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หรือ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก
และถ้ามีใครบอกเรื่องนี้เมื่อไม่กี่ปีก่อน คงแทบไม่มีใครเชื่อ เพราะสโมสรริมทะเลสาบแห่งนี้ เคยล้มละลายถึง 3 ครั้ง เคยตกไปไกลถึงดิวิชั่น 4 และเคยเกือบหายไปจากแผนที่ฟุตบอลอิตาลี
แต่วันนี้โคโม่กลับกลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่ทั้งยุโรปกำลังจับตามอง ไม่ใช่แค่เพราะผลงานในสนาม หรือชื่อของ เชส ฟาเบรกาส เท่านั้น
แต่เพราะพวกเขากำลังสร้าง “สโมสรฟุตบอลในแบบที่ไม่เหมือนใคร”
ลองจินตนาการถึงสนามฟุตบอลริมทะเลสาบสีฟ้า มีภูเขาล้อมรอบ นักท่องเที่ยวถือเจลาโต้เดินผ่านหน้าสนาม บางวันมีเรือแล่นอยู่ข้างอัฒจันทร์ และแฟนบอลจำนวนมากอาจไม่ได้เดินทางมาที่นี่เพราะฟุตบอลอย่างเดียว แต่เดินทางมาเพราะ “เมือง”
ฟังดูเหมือนฉากในหนังมากกว่าสโมสรฟุตบอลใช่ไหม แต่นั่นแหละ คือสิ่งที่โคโม่ กำลังพยายามสร้าง
เจ้าของสโมสรไม่ได้มองทีมแห่งนี้เป็นแค่สโมสรฟุตบอล แต่กำลังเปลี่ยนมันให้กลายเป็น “Destination” หรือจุดหมายปลายทางของผู้คนจากทั่วโลก
ซึ่งโมเดลของพวกเขาถูกเปรียบว่าเป็น “Disneyland แห่งโลกฟุตบอล”
ไม่ใช่เพราะมีเครื่องเล่นหรือขบวนพาเหรดแต่อย่างใด แต่เพราะโคโม่ กำลังเปลี่ยนฟุตบอลให้กลายเป็น “ประสบการณ์” ที่คนอยากเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง
แทนที่จะพยายามสู้กับทีมใหญ่ในลีกอย่าง ยูเวนตุส, เอซี มิลาน หรืออินเตอร์ มิลาน ด้วยวิธีเดิม ๆ พวกเขากลับใช้สิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้วให้เป็นจุดแข็ง นั่นคือ “Lake Como หรือ ทะเลสาบโคโม่”
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดของยุโรป ที่มีนักท่องเที่ยวมากกว่าปีละ 1.4 ล้านคน
ทางบอร์ดบริหารของทีมพยายามทำให้ “การดูฟุตบอล” กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ต้องทำเมื่อมาที่นี่ เหมือนกับการล่องเรือหรือเดินชมทะเลสาบ จนวันนี้ รายได้จากตั๋วกว่า 43% ของสโมสร มาจากแฟนบอลต่างชาติ
สโมสรแห่งนี้จึงไม่ได้กำลังสร้างแค่ทีมฟุตบอล แต่กำลังสร้าง lifestyle brand ที่มีฟุตบอลเป็นหัวใจ
พวกเขาร่วมงานกับแบรนด์หรูอย่าง Brioni และนำสินค้าไปวางขายในห้างลักชูระดับโลกอย่าง Harrods แถมมีชื่อของ เธียร์รี่ อองรี, ราฟาเอล วาราน รวมถึงฟาเบรกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทำให้โลกฟุตบอลเริ่มหันมามองโคโม่ จริง ๆ คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม
ภายใต้การคุมทีมของเชส ฟาเบรกาส พวกเขากลายเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นฟุตบอลสนุกที่สุดของอิตาลี ทั้งการเพรสสูง ต่อบอล เกมรุกดุดัน และแนวทางที่กล้าพอจะเล่นฟุตบอลในแบบที่หลายคนมองว่า “เสี่ยงเกินไป” สำหรับทีมเล็กในเซเรีย อา
บางคนมองว่ามันเสี่ยงเกินไป แต่สำหรับโคโม่นี่คือฟุตบอลในแบบที่พวกเขาอยากเป็น เบื้องหลังของสโมสรก็ทันสมัยไม่แพ้กัน พวกเขามีทีม data operation มากถึง 60 คน ใช้ข้อมูลวิเคราะห์ทุกอย่าง
พวกเขายังคงราคาตั๋วฝั่งกองเชียร์เอาไว้เท่าเดิมตั้งแต่สมัยอยู่ดิวิชั่น 3 เพราะรู้ดีว่า คนเหล่านี้คือคนที่อยู่กับสโมสรในวันที่ไม่มีใครสนใจ และจากทีมที่ครั้งหนึ่งเกือบถูกลืม
วันนี้โคโม่ 1907 กำลังกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดของฟุตบอลยุโรป และบางที นี่อาจไม่ใช่แค่การพาทีมไปเล่นฟุตบอลยุโรป แต่มันคือการพาสโมสรที่เคยเกือบหายไป กลับมามีชีวิตอีกครั้ง…