วิกฤตหนัก! ทำไมลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ถึงกลายเป็นปัญหาใหญ่?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ฟุตบอลโลก 2026 อาจไม่ได้มีปัญหาแค่ในสนาม เพราะตอนนี้ FIFA กำลังเสี่ยงเสีย “คนดูจากครึ่งโลก” ก่อนบอลจะเริ่มเตะ

ฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้ง 48 ทีม 3 ประเทศเจ้าภาพ สนามระดับ NFL และเม็ดเงินมหาศาลที่ FIFA หวังจะทำลายทุกสถิติ

แต่ขณะเดียวกัน กลับมีปัญหาใหญ่ที่เริ่มทำให้ FIFA กังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ

จนถึงตอนนี้ จีนและอินเดีย สองประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ยังไม่มีข้อตกลงลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

และนี่ไม่ใช่แค่ “การเจรจาที่ยังไม่จบ” แต่มันอาจกลายเป็นหนึ่งในวิกฤตที่อันตรายที่สุดของ FIFA ในรอบหลายปี 

"จานนี่ อินฟานติโน่" ประธานฟีฟ่า Reuters/Mike Blake
"จานนี่ อินฟานติโน่" ประธานฟีฟ่า

เพราะฟุตบอลโลกยุคนี้ ไม่ได้วัดกันแค่ในสนาม แต่วัดกันที่ “จำนวนคนดู” ด้วย

และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมปัญหานี้ถึงน่ากังวลกว่าที่หลายคนคิด 

- วิกฤตนี้ไม่ได้มีแค่จีนหรืออินเดีย แต่ลามไปทั่วเอเชียรวมถึง “ไทย”

ปัญหาลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสองตลาดยักษ์ใหญ่อย่างจีนและอินเดียเท่านั้น เพราะฟีฟ่ายังไม่สามารถปิดดีลถ่ายทอดสดในหลายประเทศเอเชียได้เลย ไม่ว่าจะเป็น ไทย, ปากีสถาน, เมียนมา หรือบังกลาเทศ (ซึ่งบังกลาเทศเพิ่งปิดดีลได้ภายหลัง) 

นั่นทำให้มีประชากรกว่า 3.3 พันล้านคน หรือเกือบ 40% ของโลก เสี่ยงที่จะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกแบบถูกลิขสิทธิ์ และสำหรับทัวร์นาเมนต์ที่เรียกตัวเองว่า “กีฬาของคนทั้งโลก” นี่ถือเป็นสัญญาณอันตรายมาก

- ฟุตบอลโลก 2026 กำลังถูกมองว่า “อเมริกัน” เกินไป

หลายฝ่ายมองว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่ทัวร์นาเมนต์กีฬาอีกต่อไป แต่กำลังสะท้อนโมเดลธุรกิจแบบอเมริกันเต็มรูปแบบ
ทั้งเจ้าภาพที่อยู่ในอเมริกาเหนือ ไปจนถึงแนวคิดการขยายรายได้ การดันมูลค่าลิขสิทธิ์ และการทำฟุตบอลให้กลายเป็นสินค้าระดับพรีเมียม แบบซิลิคอนวัลเลย์

คือเน้น “การเติบโตแบบมหาศาล” ขยายตลาด สร้างมูลค่าทางธุรกิจ และดันราคาลิขสิทธิ์ให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ 
ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า จีนและอินเดียกำลังต่อต้าน ต่อโมเดลนี้ โดยเฉพาะจีน ที่อาจไม่ต้องการทุ่มเงินมหาศาลให้กับอีเวนต์ที่มีภาพจำเป็นอเมริกันชัดเจน ทั้งในด้านธุรกิจและการเมือง

- ในอินเดีย ฟุตบอลกำลังแพ้ “คริกเก็ต” แบบชัดเจน

ปัญหาของอินเดียไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่คือ “ความสำคัญ” ของฟุตบอลในตลาดสื่อ
วันนี้สถานีโทรทัศน์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในอินเดีย เริ่มมองฟุตบอลเป็นเพียงสินค้าที่ใช้ดึงคนดู มากกว่าจะเป็นคอนเทนต์หลักที่สร้างรายได้จริง

เม็ดเงินจำนวนมหาศาลถูกเก็บไว้เพื่อสู้ศึกลิขสิทธิ์ IPL ลีกคริกเก็ตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ขณะเดียวกัน Women’s T20 World Cup ก็แข่งขันในช่วงเวลาที่เหมาะกับคนเอเชียมากกว่า

ต่างจากฟุตบอลโลก 2026 ที่เตะในอเมริกาเหนือ ซึ่งหมายความว่าแฟนบอลเอเชียจำนวนมากต้องดูบอลตอนดึกหรือเช้ามืด ทำให้มูลค่าโฆษณาลดลงทันที

- โมเดลธุรกิจแบบเดิมของฟีฟ่าอาจเริ่มใช้ไม่ได้แล้ว (?)

ปัญหาใหญ่คือฟีฟ่า ยังใช้โมเดลขายลิขสิทธิ์แบบยุคเก่า ที่เน้นการผูกขาดพื้นที่และขายสิทธิ์ก้อนใหญ่ให้ผู้แพร่ภาพรายหลัก
แต่พฤติกรรมคนดูในปี 2026 เปลี่ยนไปหมดแล้ว

แฟนบอลรุ่นใหม่ดูไฮไลต์ผ่าน TikTok ดูคลิปใน YouTube ติดตามเกมผ่านโซเชียล มันทำให้ผู้ซื้อลิขสิทธิ์เริ่มหารายได้จากโฆษณาแบบเดิมได้ยากขึ้น และคำถามสำคัญคือ ฟุตบอลโลกยัง “คุ้มค่า” กับเงินระดับหลายสิบล้านดอลลาร์อยู่จริงไหม

จีนมีแฟนฟุตบอลราว 200 ล้านคน ส่วนอินเดียคือหนึ่งในตลาดสตรีมมิ่งกีฬาที่โตเร็วที่สุดในโลก ในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ จีนเพียงประเทศเดียวคิดเป็นเกือบ 18% ของผู้ชมโทรทัศน์ทั่วโลก และสร้างรายได้โฆษณาระดับพันล้านดอลลาร์ให้กับฟุตบอลโลก

พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้ทีมชาติทั้งสองประเทศไม่ได้เก่งในสนาม แต่ในเชิงธุรกิจ พวกเขาคือ “หัวใจ” ของตัวเลขทั้งหมด

ปัญหาคือ ฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่ได้แข่งที่กาตาร์อีกแล้ว กาตาร์ 2022 คือสวรรค์ของคนดูบอลเอเชีย แข่งช่วงค่ำ ดูง่าย คนเปิดทีวีเยอะ แบรนด์ลงโฆษณาคุ้ม

แต่ปี 2026 เจ้าภาพคืออเมริกาเหนือ ซึ่งหมายความว่า สำหรับคนเอเชีย หลายเกมจะเตะตอนตีสอง ตีสาม หรือเช้ามืด

และนั่นเปลี่ยนทุกอย่างทันที เพราะต่อให้ฟุตบอลโลกจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ถ้าคนดูต้องตื่นตีสามทุกวัน ยอดคนดูก็ย่อมลดลง

เมื่อยอดคนดูลด มูลค่าโฆษณาก็ลด สุดท้ายสถานีโทรทัศน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจึงเริ่มถามคำถามเดียวกันว่า “แล้วมันยังคุ้มอยู่ไหม?”

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ฟุตบอลโลกถูกขายในฐานะ “มหกรรมกีฬาที่ทั้งโลกดูพร้อมกัน”

ซึ่งตอนนี้ฟีฟ่าจึงกำลังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองทางเลือก จะรักษา “มูลค่า” ของลิขสิทธิ์ หรือจะรักษา “จำนวนคนดู”

เพราะถ้ายอมลดราคา พวกเขาอาจเสียอำนาจต่อรองในอนาคต แต่ถ้ายืนกรานราคาเดิมมากเกินไป จนจีนและอินเดียไม่มีการถ่ายทอดสดจริง ๆ

นั่นอาจกลายเป็นภาพที่ฟีฟ่า ไม่อยากเห็นที่สุด

เพราะต่อให้ฟุตบอลโลกจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ถ้าคนดูจาก “ครึ่งโลก” หายไป มันจะยังเป็นอีเวนต์ระดับโลกเหมือนเดิมอยู่ไหม? 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ