วิเคราะห์เหตุผล ทำไมเชลซีถึงอยากได้ "ชาบี อลอนโซ่" มาเป็นกุนซือ?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากแชมป์ไร้พ่ายกับเลเวอร์คูเซ่น สู่ตัวเต็งกุนซือเชลซี แล้วอะไรทำให้ “ชาบี อลอนโซ่” กลายเป็นคนที่สิงห์บลูส์ต้องการ?

ในวันที่เชลซียังคงวนอยู่กับคำถามเดิมว่า “ทีมนี้กำลังจะไปทางไหนต่อ?” ชื่อของชายคนหนึ่งก็เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ชายที่เคยสร้างปาฏิหาริย์กับทีมรองในเยอรมนี เคยทำให้ทั้งยุโรปหยุดมอง และเคยถูกยกให้เป็น “กุนซือแห่งอนาคต” ของวงการฟุตบอล นั่นคือ ชาบี อลอนโซ่ และตอนนี้กระแสข่าวก็ดูจะแรงขึ้น 

วันนี้ ในวัย 44 ปี เขากำลังว่างงาน หลังเพิ่งแยกทางกับทัพราชันชุดขาวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
 

ชาบี อลอนโซ่ ตัวเต็งในการคุมทัพสิงห์บลูส์ Reuters/Susana Vera
ชาบี อลอนโซ่ ตัวเต็งในการคุมทัพสิงห์บลูส์

และมีรายงานว่า เขาเปิดกว้างสำหรับโอกาสในการคุมเชลซี สโมสรที่อาจเป็นทั้ง “โอกาสครั้งใหญ่” และ “กับดัก” สำหรับกุนซือทุกคนในยุคนี้

เพราะในช่วงหลายปีหลัง เชลซีเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ทั้งโค้ช ระบบ และทิศทางของทีม จนสโมสรดูเหมือนยังหาตัวตนของตัวเองไม่เจอ 

จากแกรห์ม พอตเตอร์ ถึง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และจากเอ็นโซ่ มาเรสก้า มาจนถึงยุคของโค้ชชั่วคราวอย่างคาลัม แม็คฟาร์เลน ทุกอย่างดูเหมือนกำลังเกิดขึ้นเร็วเกินไป จนสโมสรที่เคยเป็นแชมป์ยุโรป กลับดูเหมือนทีมที่ยังหาทิศทางตัวเองไม่เจอ

และนั่นคือเหตุผลที่ชื่อของ “ชาบี อลอนโซ่” ดูน่าสนใจขึ้นมา

เพราะถ้ามีใครสักคนที่สามารถสร้างระบบ สร้างความเชื่อ และเปลี่ยนทีมที่ไร้ทิศทางให้กลับมามีตัวตนได้ เขาคือหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่คนฟุตบอลยุโรปจะนึกถึง

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2023/24 อลอนโซ่พา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สร้างหนึ่งในฤดูกาลที่น่าทึ่งที่สุดของฟุตบอลยุโรป

จากทีมที่เคยถูกล้อว่า “Neverkusen” เพราะมักพลาดแชมป์ในช่วงสำคัญ กลายเป็นทีมที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกาครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ไม่ใช่แค่แชมป์ธรรมดาเท่านั้น แต่เป็น “แชมป์ไร้พ่าย”

ฟุตบอลของทัพห้างขายยาในยุคนั้นเต็มไปด้วยพลังงาน การเพรสซิ่ง การต่อบอล และความกล้าหาญในการเล่นเกมรุก

พวกเขาแย่งบอลคืนในแดนบนได้มากที่สุดในลีก เฉลี่ยกว่า 6.6 ครั้งต่อ 90 นาที และกลายเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นฟุตบอลสนุกที่สุดในยุโรป

สิ่งที่ทำให้หลายคนตื่นเต้น คือแท็กติกของอลอนโซ่อาจเข้ากับเชลซีมากกว่าที่คิด ระบบ 3-4-2-1 ของเขาคล้ายกับสิ่งที่โธมัส ทูเคิ่ล เคยใช้ตอนพาเชลซีคว้า UCL

มันคือระบบที่สามารถดึงศักยภาพของ รีซ เจมส์ และ มาโล กุสโต้ ในบทบาทวิงแบ็กได้เต็มที่

รวมถึงการขยับโคล พาลเมอร์ไปเล่นในตำแหน่ง inside 10 คล้ายบทบาทของ โฟลเรียน เวียตซ์ ที่เลเวอร์คูเซ่น พูดง่าย ๆ คือ เชลซีอาจไม่ได้ต้อง “รื้อทีมใหม่ทั้งหมด” หากอลอนโซ่เข้ามา

แต่ปัญหาคือ ฟุตบอลไม่ได้มีแค่แท็กติก เพราะบทเรียนจากมาดริดก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ต่อให้คุณเก่งแค่ไหน โลกฟุตบอลระดับสูงก็พร้อมเปลี่ยนทุกอย่างในเวลาไม่กี่เดือน

อลอนโซ่เริ่มต้นกับมาดริดได้อย่างยอดเยี่ยม ชนะ 10 จาก 11 นัดแรกในลาลีกา รวมถึงชนะ “เอล กลาซิโก้”
แต่สุดท้าย เขากลับถูกปลดหลังทีมตามหลังบาร์เซโลน่า เพียง 4 คะแนน และแพ้ในนัดชิงสแปนิช ซูเปอร์คัพ

มันคือเครื่องเตือนใจว่า “ชื่อเสียง” และ “ศักยภาพ” ไม่ได้การันตีเวลาในโลกฟุตบอลสมัยใหม่อีกต่อไป และถ้ามาดริดคือสโมสรที่กดดันที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เชลซีในยุค BlueCo ก็คงไม่ต่างกันมากนัก

เพราะนี่คือสโมสรที่เต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อย โปรเจกต์ระยะยาว และความคาดหวังมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความผันผวน

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้บอร์ดบริหารเชลซีสนใจอลอนโซ่มาก นั่นคือเขา “พร้อมทำงานในโครงสร้าง” แบบนี้

ที่เลเวอร์คูเซ่น อลอนโซ่ทำงานร่วมกับทีมบริหารและผู้อำนวยการกีฬาได้ดี ซึ่งตรงกับโมเดลของเชลซีที่ปัจจุบันมีทีม recruitment และ sporting directors หลายคนคอยกำหนดทิศทางร่วมกัน

รวมถึงแนวคิดเรื่องการผสมดาวรุ่งกับนักเตะประสบการณ์ เพราะหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ทัพห้างขายยาแข็งแกร่ง คือการมีนักเตะแบบ กรานิต ชาก้า คอยประคองทีม

และเชลซีก็เริ่มมองเห็นแล้วว่า ต่อให้ทีมจะเต็มไปด้วยพรสวรรค์แค่ไหน แต่บางครั้ง “ประสบการณ์” ก็ยังเป็นสิ่งที่ซื้อไม่ได้

สุดท้าย คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า “ใครเก่งที่สุด” แต่อาจเป็นว่า ใครคือคนที่สามารถ “สร้างตัวตนใหม่” ให้เชลซีได้จริง ๆ

เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาของเชลซีอาจไม่ใช่เรื่องคุณภาพนักเตะอีกแล้ว แต่คือการที่ทีมไม่เคยมีเวลามากพอจะเชื่อในใครสักคนจริง ๆ

และบางที การดึงชาบี อลอนโซ่เข้ามา อาจไม่ใช่แค่การหากุนซือคนใหม่ แต่มันคือการตัดสินใจว่า เชลซีพร้อมจะหยุดวงจรเก้าอี้ดนตรี แล้วเริ่มสร้าง “โปรเจกต์ฟุตบอล” ของตัวเองจริง ๆ หรือยัง
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ