ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รายการที่เก่าแก่ที่สุดในเกาะอังกฤษ ฤดูกาล 2025-2026 รอบชิงชนะเลิศแล้ว เป็นการพบกันของ 2 ทีมจากพรีเมียร์ลีก เชลซี แชมป์ 8 สมัย จะพบ แมนฯ ซิตี้ แชมป์ 7 สมัย ที่เข้าชิง 4 ปีติดต่อกัน เกมนี้เล่นที่เวมบลี่ย์ ในวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมนี้ เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ผลงานในลีก 2 นัดฤดูกาลนี้ แมนฯ ซิตี้ เปิด เอติฮัด สเตเดี้ยม เสมอ 1-1 ก่อนบุกไปชนะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ 3-1 ส่วนผลงานพบในเอฟเอ คัพ เจอกันในรอบรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2023-2024 แมนฯ ซิตี้ เฉือนชนะ เชลซี 1-0 จาก แบร์นาร์โด ซิลวา
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เชลซี พบ แมนฯ ซิตี้ ถ่ายทอดสด : AIS Play ช่อง 502, Monomax 2, Mono 29
คาลั่ม แม็คฟาร์เลน กุนซือชั่วคราวเชลซี รอบรองชนะเลิศ ชนะ ลีดส์ มาได้ 3-1 ส่วนเกมในลีกบุกไปเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 นัดนี้ยังคงไม่มี เจสซี เดอร์รี (ศีรษะ) กองหน้าดาวรุ่ง เจมี่ กิตเท่นส์ (เอ็นร้อยหวาย), เอสเตวาล วิลเลี่ยน (ต้นขา) และ มิคาอิโล มูดริก (ถูกแบนจากการใช้สารกระตุ้น) ต่อไป ส่วน โรเบิร์ต ซานเชซ ผู้รักษาประตูมือ 1 รวมถึง เปโดร เนโต้ และ อเลฮานโดร การ์นาโช่ กลับมาฝึกซ้อมได้แล้วในสัปดาห์นี้และอาจได้ลงเล่นที่เวมบลี่ย์ รีซ เจมส์ กัปตันทีม มีลุ้นถูกเรียกตัวกลับมาเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็กขวาแทนที่มาโล กุสโต้ หรือในตำแหน่งกองกลางตัวรับร่วมกับ มอยเซส ไกเซโด้ ส่วน เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ที่มีส่วนร่วมกับ 4 ประตูจาก 9 เกมในเอฟเอ คัพให้กับเชลซี จะรับบทบาทหมายเลข 10 เช่นเดิม โดยมี โคล พาลเมอร์ ที่ลงเจอทีมเก่าอยู่ทางขวา โดยมี ชูเอา เปโดร ที่ทำไปแล้ว 20 ประตู ยืนเป็นหน้าเป้า
เป๊ป กวาดิโอล่า ในรอบรองชนะเลิศ พา แมน ซิตี้ พลิกกลับมาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมจาก แชมเปี้ยนชิพ 2-1 ส่วนเกมลีกเมื่อกลางสัปดาห์ที่ปรับทีมถึง 6 ตำแหน่ง เปิดบ้านถล่ม คริสตัล พาเลซ 3-0 สภาพทีม นิโก้ กอนซาเลซ ที่ไม่มีชื่อเมื่อกลางสัปดาห์จะได้ลงเล่นในวันเสาร์นี้ โดยอาจถูกเลือกเป็นตัวจริงในแดนกลางร่วมกับ แบร์นาร์โด ซิลวา หาก โรดรี ที่ไม่มีชื่อใน 5 นัดหลังสุดยังไม่ฟิต ส่วน เออร์ลิ่ง ฮาลันด์, เจเรมี่ โดกู, รายาน เชอร์กี และ นิโก้ โอไรลี่ย์ คาดว่าทั้ง 4 คนจะกลับมาเป็นตัวจริงเช่นกัน ฟิล โฟเด้น ที่ทำ 2 แอสซิสต์ในเกมชนะ พาเลซ ต้องลุ้นว่าจะรักษาตำแหน่ง 11 คนแรกไว้ได้หรือไม่ ส่วน เจมส์ แทรฟฟอร์ด ที่ได้เฝ้าเสาประจำในถ้วยใบนี้จะกลับมาเป็นตัวจริงเหมือนรอบที่ผ่านมา
รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
เชลซี (4-2-3-1) : โรเบิร์ต ซานเชซ - มาโล กุสโต้, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, ลีวาย โคลวิลล์, ยอร์เรล ฮาโต้ - รีช เจมส์, มอยเซส ไกเซโด้ - โคล พาลเมอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, มาร์ก กูกูเรย่า - ชูเอา เปโดร
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1) : เจมส์ แทรฟฟอร์ด- มาเตอุส นูเนส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ , มาร์ค เกฮี, นิโก้ โอไรลี่ย์ - นิโก้ กอนซาเลซ , แบร์นาร์โด้ ซิลวา - อองตวน เซเมนโย่, รายาน เชอร์กี, เจเรมี่ โดกู - เออร์ลิ่ง ฮาลันด์
ความน่าจะเป็นของเกม
เชลซี ต้องพยายามเน้นกับเกมรุกให้มากกว่านี้ หากต้องการคว้าชัยชนะในนัดนี้ เพราะที่ผ่านมา "สิงห์บูลส์" ไม่สามารถทำประตูได้เลยในรอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ 4 ครั้งหลังสุด และทำได้เพียง 3 ประตูใน 10 เกมหลังสุดในทุกรายการ ในทางตรงกันข้ามก่อนเกมนัดชิง แมนฯ ซิตี้ เหมือนจะกลับมาทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง โดยทำไปถึง 11 ประตูใน 4 นัดหลังสุด ที่สำคัญในเกมรุกได้พักมาอย่างเต็มที่ และหากไม่มีอะไรผิดพลาด หากจะมีผู้ชนะน่าจะเป็นลูกทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า ที่มีภาษาดีกว่าในการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เป็นสมัยที่ 8 จากการเข้าชิง 4 ฤดูกาลติด
สกอร์ที่คาด
แมนฯ ซิตี้ ชนะ 2-1