อันโดนี่ อีราโอล่า กุนซือบอร์นมัธ เปลี่ยนทีม 1 ตำแหน่งจากเกมบุกไปชนะ ฟูแล่ม 1-0 ทำให้ไม่แพ้ตลอด 16 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 8 เสมอ 8) โดย ไทเลอร์ อดัมส์ แทน ไรอัน คริสตี้ กองกลางที่โดนไล่ออกในเกมที่คราเว่น ค็อตเทจ
เป๊ป กวาดิโอล่า ที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ หลังเฉือนชนะ เชลซี 1-0 และเกมนี้ต้องชนะเพื่อลุ้นแชมป์กับอาร์เซน่อลต่อในเกมสุดท้าย ปรับ 2 จุด จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ลงเฝ้าเสาแทน เจมส์ แทรฟฟอร์ด และ มาเตโอ โควาซิซ แทน โอมาร์ มาร์มูซ
นาทีที่ 12 อองตวน เซเมนโย่ แม้จะยิงใส่ทีมเก่าบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่าย แต่ก็ถูกจับล้ำหน้าจากจังหวะที่ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ จ่ายมาให้
นาทีที่ 16 บอร์นมัธ พลาดโอกาสขึ้นนำจากจังหวะที่ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ จ่ายจากทางซ้ายมาให้ เอวานิลซอน แปกลางประตูจ่อๆ ข้ามคาน
เกมผ่านครึ่งชั่วโมง แมนฯ ซิตี้ แม้จะครองบอลได้มากกว่าถึง 61 % แต่ก็ยังเจาะบอร์นมัธ ไม่เข้า
นาทีที่ 39 บอร์นมัธ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อาเดรียง ทรุฟแฟร์ จ่ายให้ เอลี่ จูเนียร์ กรูปี ปั่นด้วยเท้าขวา บอลโค้งเข้าเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม และเป็นประตูที่ 13 ในพรีเมียร์ลีกของดาวรุ่งรายนี้
นาทีที่ 42 เอลี่ จูเนียร์ กรูปี ได้หลุดเข้าไปยิงแต่ยังถูก มาร์ค เกฮี ยังบล้อกเอาไว้ได้
จบครึ่งแรก บอร์นมัธ นำ แมนฯ ซิตี้ 1-0
กลับมาครึ่งหลังนาที 46 แมนฯ ซิตี้ น่าจะได้ประตูตีเสมอ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ จ่ายให้ นิโก้ โอไรลี่ย์ ยิงไปติดเซฟ จอร์เจ เปโตรวิช อย่างน่าเสียดาย
นาทีที 52 อาเดรียง ทรุฟแฟร์ จ่ายให้ เอวานิลซอน ได้ยิงเล่นเอา จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ต้องปัด แมนฯ ซิตี้ เสียแค่เตะมุมเท่านั้น
นาทีที่ 56 แมนฯ ซิตี้ ที่ต้องเรียกประตูตีเสมอกลับมาให้เร็วที่สุด เปลี่ยนทีมเดียว 3 คนโดย รายาน แชร์กี , ฟิล โฟเด้น และ ซาวินโญ่ ลงไปแทน แบร์นาโด ซิลวา, มาเตโอ โควาซิซ และ อองตวน เซเมนโย่
นาทีที่ 62 บอร์นมัธ เกือบได้ประตูเพิ่ม แต่ รายาน ที่หมุนตัวยิงด้วยซ้ายบอลไปชนเสา
นาทีที่ 69 รายาน เปิดบอลไปแฉลบ นิโก้ โอไรลี่ย์ เกือบเข้าประตูดีที่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ยังล้มตัวปัดเอาไว้ได้
เกมผ่าน 75 นาทีแม้ แมนฯ ซิตี้ แม้จะพยายามบุกแต่ก็ยังเรียกประตูตีเสมอ กลับมาไม่ได้
นาที 90 บอร์นมัธ พลาดได้ประตูที่ 2 เมื่อ เดวิด บรู๊คส์ ยิงไปชนเสา
นาที 90+5 เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ตามซ้ำลูกยิงที่ โรดรี้ ยิงชนเสาให้ แมนฯ ซิตี้ ตีเสมอ 1-1
จบเกม บอร์นมัธ ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-1 มีเพิ่มเป็น 56 แต้ม ได้ไปเล่นถ้วยยุโรปแน่นอนแล้ว และมีลุ้นไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในนัดสุดท้ายที่จะบุกไปเยือน ฟอเรสต์ ที่สำคัญเป็นการช่วยให้อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 22 ปี หลังมี 82 คะแนนมากกว่า ซิตี้ 4 แต้มและเหลือเกมแข่งขันอีกเพียงนัดเดียว
รายชื่อผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม
บอร์นมัธ (4-2-3-1) : จอร์เจ เปโตรวิช - อดัม สมิธ, เจมส์ ฮิลล์, มาร์กอส เซเนซี่, อาเดรียง ทรุฟแฟร์ - อเล็กซ์ สกอตต์,ไทเลอร์ อดัมส์ - รายาน, เอลี่ จูเนียร์ กรูปี, มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ - เอวานิลซอน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า - มาเตอุส นูเนส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ , มาร์ค เกฮี, นิโก้ โอไรลี่ย์ - แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี้, มาเตโอ โควาซิซ - อองตวน เซเมนโย่, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์, เจเรมี่ โดกู