จากทีมเล็กสู่รองแชมป์ยุโรป เรื่องราวของ “เอสเซ ไฟร์บวร์ก”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากทีมเล็กที่ไม่มีใครพูดถึง สู่รองแชมป์ยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เรื่องราวของไฟร์บวร์กพิสูจน์ว่า ฟุตบอลไม่ได้มีแค่เงินและซูเปอร์สตาร์เสมอไป

ว่ากันว่า…สุดท้ายแล้ว โลกฟุตบอลจะจดจำแค่ “ผู้ชนะ” และแน่นอนว่า สำหรับทุกสโมสร ถ้วยแชมป์คือเป้าหมายสูงสุดเสมอ

แต่บางครั้ง ระหว่างทางไปสู่จุดนั้น ก็มีบางทีมที่ทำให้ผู้คนหยุดมองได้ แม้พวกเขาจะไม่ได้เป็นคนชูถ้วยในนัดชิงฯก็ตาม

เมื่อคืน ไฟร์บวร์ก ทีมจากศึกบุนเดสลีกา อาจไม่ได้ชูถ้วยยูโรป้าลีก แต่บางที เรื่องราวของพวกเขา อาจเป็นหนึ่งในเรื่องที่ “สวยงามที่สุด” ของฟุตบอลยุคนี้ก็ได้ 

ยูเลียน ชูสเตอร์ กุนซือไฟร์บวร์ก Reuters/Isabel Infantes
ยูเลียน ชูสเตอร์ กุนซือไฟร์บวร์ก

ในโลกฟุตบอลที่เต็มไปด้วยสโมสรเงินหนา เต็มไปด้วยทีมที่ใช้เงินหลายร้อยล้านเพื่อไล่ล่าความสำเร็จ การที่สโมสรเล็ก ๆ จากเมืองเงียบ ๆ ในเยอรมนีอย่าง เอสเซ ไฟร์บวร์ก ที่มาจากเมือง  ไฟร์บวร์ก อิม ไบรส์เกาเดินทางมาถึงรอบชิงฟุตบอลยุโรปได้ มันแทบเหมือนเรื่องมหัศจรรย์

เพราะไฟร์บวร์กไม่ใช่ทีมที่มีเจ้าของมหาเศรษฐี ไม่ใช่ทีมที่ซื้อสตาร์ราคาแพง และไม่ใช่ทีมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ “ชนะทุกอย่าง” แต่พวกเขาคือสโมสรที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นมาอย่างช้า ๆ ด้วยแนวทางที่เรียบง่ายมาก ๆ

สโมสรแห่งนี้แทบไม่มีหนี้สินกับธนาคาร ปี 2025 พวกเขายังทำกำไรได้ แม้ไม่ได้เล่นฟุตบอลยุโรป
นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมอย่าง ริตสึ โดอัน ก็มีค่าตัวแค่ประมาณ 10 ล้านยูโรเท่านั้น

ในยุคที่ฟุตบอลเต็มไปด้วยตัวเลขบ้าคลั่ง ทุกทีมพยายามใช้เงินมหาศาลเพื่อดึงดูดนักเตะสตาร์ ไฟร์บวร์กกลับดูเหมือนสโมสรที่ยังใช้ “เหตุผล” มากกว่า “อารมณ์”

แต่สิ่งที่ทำให้ไฟร์บวร์กแตกต่างจริง ๆ อาจไม่ใช่เรื่องเงินเลยด้วยซ้ำ มันคือความสัมพันธ์ระหว่าง “สโมสร” กับ “เมือง”

ที่นี่ นักเตะยังใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา แฟนบอลยังมีโอกาสเจอพวกเขาตามคาเฟ่หรือร้านอาหารในเมืองได้เสมอ

และหลายครั้ง ต่อให้มีข้อเสนอที่ใหญ่กว่า เงินมากกว่า หรือชื่อเสียงมากกว่า นักเตะหลายคนก็ยังเลือกกลับมาที่นี่ เพราะสำหรับพวกเขา ไฟร์บวร์กไม่ได้เป็นแค่ทีมฟุตบอล แต่มันคือสถานที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือน “บ้าน”

รวมถึงวิธีที่สโมสรให้คุณค่ากับ “เวลา” ทุกคนเชื่อไหมว่า ตั้งแต่ปี 1991 พวกเขาเปลี่ยนโค้ชแค่ 5 คน
ขณะที่หลายทีมในยุโรปเปลี่ยนผู้จัดการทีมกันเป็นว่าเล่นแทบทุกปี

เพราะไฟร์บวร์กเชื่อในการเติบโตระยะยาว เชื่อในการสร้างคน และเชื่อว่าความสำเร็จไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเสมอไป

คริสเตียน สไตรช์ คือคนที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสร เขาคุมทีมยาวนานถึง 12 ปี พาไฟร์บวร์กเติบโตจากทีมเล็ก ๆ ให้กลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่ทั้งเยอรมนียอมรับ

และสิ่งที่น่าสนใจคือ ตอนที่สไตรช์วางมือ สโมสรไม่ได้เลือกโค้ช “ชื่อดัง” จากที่ไหนเลย แต่เลือกดัน ยูเลียน ชูสเตอร์ อดีตกัปตันทีมขึ้นมารับงานต่อ เพราะพวกเขาเชื่อว่า คนที่เข้าใจ DNA ของสโมสรดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นโค้ชที่ดังที่สุดเสมอไป

จนถึงขนาดที่แว็งซ็องต์ กอมปานี กุนซือทัพเสือใต้ยังเคยเอ่ยปากชมไฟร์บวร์กไว้ว่า พวกเขาคือ “ตัวอย่างที่ยอดเยี่ยม” สำหรับหลายสโมสรในยุคฟุตบอลปัจจุบัน

“สิ่งที่ไฟร์บวร์กกำลังทำ มันยอดเยี่ยมมาก และเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับหลายสโมสร”

ก่อนจะเสริมต่อว่า

“ผมคิดว่าพวกเขาคือทุกอย่างที่สวยงามในโลกฟุตบอล สโมสรเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ สร้างตัวเองขึ้นมาจากทรัพยากรของตัวเอง มีทั้งปรัชญา มีทั้งวิสัยทัศน์”

คำพูดนี้อธิบายไฟร์บวร์กได้ดีที่สุดแล้ว เพราะในยุคที่ฟุตบอลเต็มไปด้วยการแข่งขันเรื่องเงิน ชื่อเสียง และอำนาจ ไฟร์บวร์กกลับพิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้ง “การเติบโตอย่างมีตัวตน” ก็พาทีมเดินมาได้ไกลไม่แพ้ใครเหมือนกัน

แม้เมื่อคืน พวกเขาอาจจบลงในฐานะ “รองแชมป์” แต่ในโลกฟุตบอลที่ทุกอย่างหมุนเร็วขึ้นทุกปี
บางที การที่สโมสรเล็ก ๆ ทีมหนึ่งยังรักษาตัวตนของตัวเองไว้ได้จนถึงวันนี้ อาจเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ถ้วยรางวัลเลยก็ได้..

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ