หนึ่งในภาพที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการฟุตบอลสเปนมากที่สุดจากการประกาศรายชื่อขุนพลชุดลุยศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด คือการไม่มีชื่อของนักเตะจากเรอัล มาดริดติดทีมแม้แต่คนเดียว
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องน่าประหลาดใจ แต่คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในเชิงลบของสโมสร เพราะนับตั้งแต่ทีมชาติสเปนเข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1934 ตลอด 17 ครั้งที่ผ่านมา จะมีนักเตะจากเรอัล มาดริด ติดทีมเสมอ
แต่ปีนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไป
การประกาศรายชื่อ 26 ผู้เล่นของกุนซือหลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ มีผู้เล่นจากบาร์เซโลน่า มากถึง 8 คน รวมถึงนักเตะจากหลายสโมสรในลาลีกาและลีกชั้นนำยุโรป แต่กลับไม่มีพื้นที่สำหรับแข้งจากทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสเปน
คำถามคือ…เกิดอะไรขึ้นกับเรอัล มาดริด?
หนึ่งในชื่อที่ถูกคาดหวังมากที่สุดคือ ดีน เฮาเซ่น เซ็นเตอร์แบ็กวัย 21 ปี ที่เมื่อหนึ่งปีก่อนยังถูกมองว่าอาจยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติได้ หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นกับต้นสังกัดเก่าอย่างบอร์นมัธ
แต่หลังย้ายสู่ถิ่นเบร์นาเบวด้วยค่าตัวมหาศาล ฟอร์มของเขากลับไม่มั่นคงพอ จนหลุดจากตัวเลือกหลัก และถูกแย่งตำแหน่งโดยแข้งดาวรุ่งรายอื่น
ขณะที่ดานี่ การ์บาฆาลหนึ่งในกำลังสำคัญชุดแชมป์ยูโร 2024 ก็ต้องหลุดโผจากปัญหาอาการบาดเจ็บและฟอร์มที่ตกลงอย่างชัดเจน
ด้านอัลบาโร่ การ์เรราสแบ็กซ้ายที่ถูกดึงตัวเข้ามาด้วยความคาดหวังสูง ยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับแรงกดดันของการเล่นให้ราชันชุดขาวได้
ภาพรวมเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ปัญหาของมาดริดไม่ได้เกิดจากนักเตะรายบุคคลเท่านั้น แต่เป็นวิกฤตที่ฝังลึกในระดับโครงสร้างของทีม
เดิมที สโมสรเคยถูกคาดหวังว่าจะสร้างแกนหลักนักเตะสเปนรุ่นใหม่ ภายใต้การคุมทีมของชาบี อลอนโซ่อดีตฮีโร่ชุดแชมป์โลก 2010
แต่ความไม่ลงตัวภายในทีมกลับทำให้แผนดังกล่าวล้มเหลว การเปลี่ยนแปลงบนเก้าอี้กุนซือไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และการไร้แชมป์รายการใหญ่ติดต่อกัน 2 ฤดูกาล ยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศภายในสโมสร
ผลกระทบยังลุกลามไปถึงแข้งต่างชาติในทีม
ไม่ว่าจะเป็น เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ที่เสียตำแหน่งในทีมชาติฝรั่งเศส, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ไม่สามารถโน้มน้าวทีมชาติอังกฤษได้ หรือดาวรุ่งอย่างฟรังโก มัสตันตูโอโน ที่กำลังเสี่ยงพลาดทัวร์นาเมนต์ใหญ่เช่นกัน
ในทางกลับกัน เรื่องนี้ยิ่งสะท้อนความต่างเมื่อมองไปยังบาร์เซโลน่า ซึ่งยังคงเป็นแหล่งผลิตแกนหลักของทีมชาติอย่างต่อเนื่อง ผ่านนักเตะอย่างลามีน ยามาล, กาบี้ และ เปา คูบาร์ซี่
หากย้อนกลับไปปี 2010 ทีมชาติสเปนชุดคว้าแชมป์โลกเกิดขึ้นจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างแกนหลักจากบาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด
ยุคนั้นมีทั้ง อิเกร์ กาซิยาส, เซร์คิโอ รามอส และ ชาบี อลอนโซ่ ที่ร่วมสร้างยุคทองให้ทัพกระทิงดุ
แต่วันนี้ สมดุลดังกล่าวได้หายไปแล้ว
สำหรับแฟนบอลมาดริดจำนวนมาก การไม่มีนักเตะติดทีมชาติอาจไม่ใช่เพียงสถิติที่น่าเจ็บปวด แต่มันคือสัญญาณเตือนว่า สโมสรที่เคยเป็นหัวใจของฟุตบอลสเปน กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ
ซึ่งแฟนราชันชุดขาวบางคนก็เข้าใจได้ว่าที่ไม่มีนักเตะมาดริดติดทีมชาติสเปน ก็มาจากฟอร์มส่วนตัวของนักเตะจริง ๆ