ฝันร้ายผู้มาเยือน? ทีมชาติเม็กซิโก กับโปรเจกต์ลบคำสาป รอบ 16 ทีม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เม็กซิโกคือทีมแรกที่เข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 แต่เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่แค่รอบน็อกเอาต์…แต่คือการลบคำสาปรอบ 16 ทีมเสียที

เม็กซิโกกลายเป็นทีมแรกที่การันตีผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ แต่สำหรับชาวเม็กซิกัน นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขา คือการลบภาพจำที่ติดตัวประเทศนี้มานานหลายสิบปี กับการเป็นทีมที่ไปได้แค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

เพราะถ้ามีทีมไหนถูกนิยามด้วยประโยคว่า “เก่งพอให้คนคาดหวัง แต่ไม่เคยไปได้ไกลพอ” ทีมนั้นคงหนีไม่พ้นทัพจังโก้ทีมนี้
 

ทัพจังโก้ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ Reuters/Paul Childs
ทัพจังโก้ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ
ตลอดช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา เม็กซิโกกลายเป็นเหมือนภาพจำของฟุตบอลโลก พวกเขาผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้แทบทุกครั้ง เล่นฟุตบอลที่สนุก มีแฟนบอลที่คลั่งไคล้ และมักสร้างปัญหาให้ทีมใหญ่ได้เสมอ

แต่สุดท้าย บทสรุปกลับเหมือนเดิม

ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เม็กซิโกทำแบบนี้ติดต่อกันถึง 7 ฟุตบอลโลก จนเกิดคำล้อในวงการฟุตบอลว่า การเห็นเม็กซิโกตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็แทบจะเป็น “ภาพจำ” ของฟุตบอลโลกไปแล้ว

แต่ปี 2026 อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะนี่คือฟุตบอลโลกที่พวกเขาได้กลับมาเล่นในบ้านอีกครั้ง และประวัติศาสตร์บอกเราว่า เม็กซิโกจะกลายเป็นคนละทีมทันที เมื่อฟุตบอลโลกจัดขึ้นบนแผ่นดินของตัวเอง

ปี 1970 พวกเขาผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศฟุตบอลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ปี 1986 หลังประเทศเพิ่งเผชิญเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ฟุตบอลกลับกลายเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจของผู้คน และเม็กซิโกก็ทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีกครั้ง

และมันน่าสนใจตรงที่…สองครั้งที่เม็กซิโกไปได้ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ล้วนเกิดขึ้นตอนพวกเขาเป็นเจ้าภาพ นั่นทำให้ฟุตบอลโลก 2026 ถูกมองว่าอาจเป็นโอกาสดีที่สุดในการทำลายคำสาปรอบ 16 ทีมสุดท้ายเสียที

หลังความล้มเหลวในกาตาร์ปี 2022 ที่ตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปี เม็กซิโกอยู่ในสภาพที่แฟนบอลหมดศรัทธา ทีมไร้ทิศทาง และดูเหมือนกำลังสูญเสียเอกลักษณ์ของตัวเอง

พวกเขาจึงหันไปหาโค้ชที่สามารถจะมาสะสางปัญหาตรงนี้ได้ ฮาเวียร์ อากีร์เร ถูกดึงกลับมาคุมทีมชาติเป็นสมัยที่ 3 ในฐานะผู้กอบกู้สถานการณ์

เขาเริ่มสร้างทีมใหม่ ด้วยการผสมระหว่างประสบการณ์และพลังของคนรุ่นใหม่ ก่อนพาทีมคว้าแชมป์ Concacaf Gold Cup 2025 ด้วยชัยชนะเหนือสหรัฐอเมริกาในรอบชิงชนะเลิศ

นั่นทำให้ศรัทธาของแฟนบอลเริ่มกลับมาอีกครั้ง และเม็กซิโกชุดนี้ ก็ดูมีโครงสร้างที่แข็งแรงที่สุดในรอบหลายปี

รากฐานของทีมเริ่มจาก ราอูล ฮิเมเนซ ศูนย์หน้าวัย 35 ปี ผู้กลับมาจากอาการบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว และยังคงเป็นผู้นำในแนวรุก 

เกมรับมีคู่เซ็นเตอร์อย่าง โยฮัน บาสเกซ และ เซซาร์ มอนเตส ที่แฟนบอลไว้วางใจ หน้าประตูยังมี กีเยร์โม่ โอชัว ผู้รักษาประตูระดับตำนาน ที่กำลังลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ติดทีมชาติในฟุตบอลโลกสมัยที่ 6 รวมถึงราอูล รานเคลที่ได้รับโอกาสลงสนามในทัวร์นาเมนต์นี้และโชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่สิ่งที่ทำให้เม็กซิโกน่าจับตามองที่สุด อาจไม่ใช่นักเตะรุ่นเก๋าเหล่านี้ แต่คือเด็กอายุเพียง 17 ปีชื่อ กิลแบร์โต โมรา เขาคือดาวรุ่งที่ถูกเปรียบว่าเป็น “เปดรี้แห่งเม็กซิโก”

โดยโมราทำลายสถิติอายุน้อยที่สุดในการคว้าแชมป์ระดับทวีปของทั้ง เปเล่ และ ลามีน ยามาล และกำลังถูกยกให้เป็นความหวังใหม่ของวงการฟุตบอลเม็กซิกัน

อย่างไรก็ดี แน่นอนว่าเม็กซิโกยังมีปัญหาอยู่ ความขัดแย้งระหว่างสมาคมฟุตบอลกับลีกภายในประเทศยังไม่จบ การยกเลิกระบบตกชั้นของ Liga MX ถูกวิจารณ์ว่าทำให้การแข่งขันลดลง และนักเตะบางคนยังเผชิญปัญหาฟอร์มการเล่นและอาการบาดเจ็บ
แต่ถึงอย่างนั้น องค์ประกอบหลายอย่างก็กำลังชี้ไปในทิศทางเดียวกัน พวกเขามาในฐานะเจ้าภาพ

มีกุนซือที่เชี่ยวชาญการสร้างทีมในสถานการณ์กดดัน มีโครงสร้างทีมที่สมดุล และมีดาวรุ่งระดับปรากฏการณ์เป็นอาวุธลับในครั้งนี้

บางทีฟุตบอลโลก 2026 อาจไม่ใช่แค่ทัวร์นาเมนต์ของการเป็นเจ้าภาพอีกครั้งของเม็กซิโก แต่อาจเป็นโอกาสในการเปลี่ยนภาพจำของประเทศนี้ จากทีมที่เป็นทางผ่านในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ให้กลายเป็นฝันร้ายของทุกทีมที่ต้องมาเยือนแผ่นดินเม็กซิโกก็ได้…
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ