เกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย อังกฤษ พบ ดีอาร์ คองโก
โธมัส ทูเคิ่ล ปรับทีมอังกฤษ 3 ตำแหน่งจากนัดชนะ ปานามา 2-0 โนนี่ มาดูเอเก้ ได้สตาร์ตแทน บูกาโย่ ซาก้า ส่วน เดแคลน ไรซ์ ฟิตกลับมายืนมิฟิลด์ แทน มอร์แกน โรเจอร์ส และ เจด สเปนซ์ ทำหน้าที่แบ็กขวาแทน ยาเรลล์ ควอนซ่าห์
เซบาสเตียง เดอซาบร์ เฮดโค้ช ดีอาร์ คองโก ปรับทีมจากนัดชนะ อุซเบกิสถาน 3-1 จากระบบ 4-4-2 มาเป็น 4-3-3 และเปลี่ยนผู้เล่นคนเดียว คือ เอ็นกัล มูกัว แทน เซดริก บาคัมบู
เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวฟุตบอลโลก 2026 กับ PPTV
เกมผ่านมาเพียง 7 นาที กลายเป็น ดีอาร์ คองโก ขึ้นนำ อังกฤษ 1-0 จาก ไบรอัน ซิเพนก้า ที่ได้บอลจากจังหวะที่ เจด สเปนซ์ โหม่งไม่โดน ก่อนยิงด้วยขวายัดเสาแรกเข้าไปชนิดที่ จอร์แดน พิคฟอร์ด หมดสิทธิ์รับ
นาทีที่ 17 มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดโด่งไปหน้าประตูหวังให้ จู๊ด เบลลิ่งแฮม ได้โหม่งแต่ : ลีโอเนล เอ็มปาซี ยังชกทิ้งไว้ได้
นาทีที่ 30 เดแคลน ไรซ์ เปิดมาให้ จู๊ด เบลลิ่งแฮม ได้โขก แต่ ลีโอเนล เอ็มปาซี ยังปัดทิ้งออกไปได้
นาทีที่ 35 อังกฤษ ยังไม่ได้ประตูตีเสมอ เมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้กดด้วยขวาเต็มๆ แต่บอลไปติด อารอน วาน-บิสซาก้า ที่ยืมคุมเส้นสกัดออกมาได้
นาทีที่ 42 ดีอาร์ คองโก เกือบได้ประตูที่ 2 แต่ โยอัน วิสซ่า แปไปชนเสา อย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 43 แฮร์รี่ เคน ไปถูก ลีโอเนล เอ็มปาซี รวบล้มลงในกรอบเขตโทษ แต่ VAR มองว่ากองหน้าบาเยิร์น มิวนิค ไปล้มเองมากกว่า
นาที 45+2 จู๊ด เบลลิ่งแฮม ได้โหม่ง แต่ ลีโอเนล เอ็มปาซี ยังโชว์ซูเปอร์เซฟไว้ได้อีกครั้ง จบครึ่งแรก ดีอาร์ คองโก นำ 1-0
กลับมาครึ่งหลังนาที 51 มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดมาที่เสาแรก แต่จังหวะสุดท้าย ยิงเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 53 ลีโอเนล เอ็มปาซี ยังปัดลูกยิงของ จู๊ด เบลลิ่งแฮม เอาไว้ได้อีกครั้ง
เกมผ่าน 63 นาที นาธานาแอล เอ็มบูกู ได้กดด้วยขวา เอลเลียต แอนเดอร์สัน ต้องโหม่งสกัดทิ้งออกไป
นาทีที่ 75 อังกฤษ ตีเสมอ 1-1 สำเร็จ จากจังหวะที่ แอนโธนี่ กอร์ดอน ตัวสำรองเปิดจากทางซ้ายมาให้ แฮร์รี่ เคน โหม่ง เป็นประตูที่ 4 ในฟุตบอลโลก 2026 และเป็นประตูที่ 12 ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย
นาทีที่ 86 แอนโธนี่ กอร์ดอน จ่ายให้ แฮร์รี่ เคน มาทำประตูที่ 2 ให้ตัวเอง และให้อังกฤษ พลิกนำ 2-1 และ เป็นประตูที่ 5 ในฟุตบอลโลก 2026 และเป็นประตูที่ 13 ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย แซงหน้า เปเล่ ตำนานทีมชาติบราซิล ที่ทำไว้ 12 ประตู
ช่วงทดเจ็บ โยอัน วิสซ่า ได้ยิงฟรีคิก แต่บอลข้ามคานออกไปนิดเดียว จบเกม อังกฤษ พลิกกลับมาชนะ 2-1โดยในรอบ 16 ทีมสุดท้ายจะเข้าไปพบกับ เม็กซิโก เจ้าภาพร่วมในวันที่ 6 กรกฎาคม
ผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม
อังกฤษ (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด - เจด สเปนซ์ , เอซรี คอนซ่า, มาร์ค เกฮี, นิโก้ โอไรลีย์ - เอลเลียต แอนเดอร์สัน, เดแคลน ไรซ์ - โนนี่ มาดูเอเก้, จู๊ด เบลลิ่งแฮม, มาร์คัส แรชฟอร์ด - แฮร์รี่ เคน
ดีอาร์ คองโก (4-5-1) : ลีโอเนล เอ็มปาซี - อารอน วาน-บิสซาก้า, อักเซิล ตวนเซเบ้, ชานเซิล เอ็มเบมบา, อาร์ตูร์ มาซูอาคู - ซามูเอล มูตุสซามี, เอ็นกัล มูกัว, โนอาห์ ซาดิกี - นาธานาแอล เอ็มบูกู, โยอัน วิสซ่า, ไบรอัน ซิเพนก้า