ตั้งรับเร็วเกินไป? เจาะการตัดสินใจ "ทูเคิ่ล" พาอังกฤษพ่ายอาร์เจนฯ บอลโลก 2026

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เจาะการตัดสินใจ "ทูเคิ่ล" พาอังกฤษจากทีมที่อยู่ห่างรอบชิงเพียงไม่กี่นาที กลับต้องจอดป้ายพ่ายอาร์เจนตินา ศึกฟุตบอลโลก 2026 กับการแก้เกมที่ถูกตั้งคำถาม

อังกฤษเคยผิดหวังบนเวทีฟุตบอลโลกมาหลายครั้ง แต่การพ่ายอาร์เจนตินา 1-2 ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นแผลที่เจ็บที่สุด เมื่อพวกเขาอยู่ห่างจากรอบชิงชนะเลิศเพียงไม่กี่นาที ก่อนทุกอย่างจะพังทลายในช่วงท้ายเกม

การพ่ายแพ้ 1-2 ของทีมชาติอังกฤษต่ออาร์เจนตินาในรอบรองชนะเลิศ ทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับโลกอย่าง "แฮร์รี่ เคน" และ "จู๊ด เบลลิงแฮม" จึงยังไม่สามารถก้าวข้ามกำแพงของการแข่งขันรายการใหญ่ และเปลี่ยนศักยภาพที่มีให้กลายเป็นความสำเร็จได้

ทีมชาติอังกฤษ Reuters/Agustin Marcarian
ทีมชาติอังกฤษ

การพบกันระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินาในฟุตบอลโลก 2026 ช่วงครึ่งแรกของเกมเต็มไปด้วยการปะทะที่หนักหน่วง จนทั้งสองทีมแทบไม่สามารถสร้างโอกาสลุ้นประตูได้ โดยมีการทำฟาวล์รวมกันถึง 11 ครั้งภายใน 24 นาทีแรก เมื่อจบครึ่งแรก ทั้งสองฝ่ายมีค่าโอกาสทำประตูรวมกันเพียง 0.08 เท่านั้น

ทีมชาติอังกฤษอยู่ในสถานการณ์ที่กุมความได้เปรียบเอาไว้ หลังได้ประตูขึ้นนำจาก "แอนโธนี กอร์ดอน" ในนาทีที่ 55 อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจที่ถูกตั้งคำถามของโธมัส ทูเคิ่ล คือการเปลี่ยนตัวกอร์ดอน ผู้ทำประตูขึ้นนำ ออกจากสนาม

หลังจากนั้น อังกฤษปรับมาเล่นเกมรับลึกด้วยระบบกองหลัง 5 คน ซึ่งเปิดโอกาสให้อาร์เจนตินาเป็นฝ่ายครองเกมและเดินหน้ากดดันอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากลูกโหม่งของ "อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์" ที่ไปชนเสา ก่อนที่ "เอ็นโซ เฟร์นานเดซ" จะซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จ

ถึงแม้จะโดนตีเสมอ แต่อังกฤษยังคงตั้งรับด้วยแผงกองหลัง 5 คน ซึ่ง "ลิโอเนล เมสซี" ยังคงสร้างปัญหาให้แนวรับอังกฤษได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดบอลจากด้านข้างเข้าไปสร้างความอันตรายในกรอบเขตโทษ จังหวะสำคัญที่สุดของเกมเกิดขึ้นเมื่อเมสซีเปิดบอลได้อย่างแม่นยำให้เลาตาโร มาร์ติเนซ ขึ้นโหม่งส่งบอลเข้าประตู ช่วยให้อาร์เจนตินาพลิกแซงขึ้นนำ 2-1

การเปลี่ยนตัวแอนโธนี กอร์ดอน ออก พร้อมกับการปรับแท็กติกมาเน้นเกมรับเพื่อรักษาสกอร์ของโธมัส ทูเคิ่ล ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม แม้การแก้เกมแบบนี้จะเคยได้ผลในเกมกับเม็กซิโกและนอร์เวย์ แต่มันไม่สามารถใช้ได้ผลกับอาร์เจนตินา ที่มีลิโอเนล เมสซี เป็นหัวใจสำคัญในเกมรุก

การแก้เกมที่ผิดพลาดครั้งนี้ไม่เพียงไม่ช่วยให้อังกฤษรักษาความได้เปรียบเอาไว้ แต่ยังเปิดโอกาสให้อาร์เจนตินาเป็นฝ่ายครองเกมและเดินหน้ากดดันอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะพลิกกลับมาทำสองประตูในช่วงท้ายเกม

สถิติที่สะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดในการแก้เกมได้อย่างชัดเจนคือ นับตั้งแต่อังกฤษขึ้นนำจนถึงจังหวะที่เลาตาโร มาร์ติเนซ ยิงประตูชัย ซึ่งกินเวลาราว 40 นาที อังกฤษมีสถิติการครองบอลเพียง 12% เท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวถือว่าต่ำอย่างมากสำหรับทีมระดับแถวหน้าของโลก และสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาแทบไม่สามารถควบคุมจังหวะของเกมได้เลยในช่วงเวลาสำคัญ

หลังความพ่ายแพ้ เสียงวิจารณ์พุ่งเป้าไปที่การตัดสินใจของโธมัส ทูเคิ่ล ที่ไม่เรียกใช้งานนักเตะที่มีความคิดสร้างสรรค์อย่าง "โคล พาลเมอร์", "ฟิล โฟเดน" และ "มอร์แกน กิ๊บส์-ไวต์" ซึ่งถูกมองว่าทั้งสามคนอาจช่วยเพิ่มมิติให้กับเกมรุกของอังกฤษได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าโธมัส ทูเคิ่ล จะไม่พยายามแก้ปัญหาเกมรุกเสียทีเดียว เพราะเขาเลือกส่ง "อิวาน โทนีย์" ลงสนามในนาทีที่ 96 ซึ่งเป็นการลงเล่นนัดแรกของเจ้าตัวในศึกฟุตบอลโลก 2026 แต่การเปลี่ยนตัวครั้งนี้กลับถูกตั้งคำถามในทันที เนื่องจากโทนีย์แทบไม่มีเวลาแสดงศักยภาพของตัวเอง

การพ่ายแพ้ในครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะหากย้อนกลับไปในศึกฟุตบอลโลกครั้งก่อน ๆ ทีมชาติอังกฤษก็มักมีข้อผิดพลาดที่เกิดจากตัวพวกเขาเองอยู่เสมอ และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ประวัติศาสตร์ดูเหมือนจะซ้ำรอย

ฟุตบอลโลก 1998: ใบแดงของเดวิด เบ็คแฮม

เมื่อ "เดวิด เบ็คแฮม" ถูกใบแดงในช่วงต้นครึ่งหลัง หลังมีจังหวะปะทะกับ "ดีเอโก ซิเมโอเน" ทำให้อังกฤษต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คน ท้ายที่สุด เกมต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นอาร์เจนตินาที่เอาชนะไป 4-3 ส่งอังกฤษตกรอบอย่างน่าเจ็บปวดอีกครั้ง

ฟุตบอลโลก 2018: พ่ายโครเอเชียในรอบรองชนะเลิศ

ฟุตบอลโลก 2018 ถือเป็นอีกครั้งที่อังกฤษมีโอกาสทองในการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ หลังขึ้นนำโครเอเชีย 1-0 ตั้งแต่ช่วงต้นเกม แต่โครเอเชียตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 68 ส่งผลให้เกมต้องต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่ "มาริโอ มานด์ซูคิช" จะยิงประตูชัยในนาทีที่ 109 พาโครเอเชียพลิกแซงชนะ 2-1

ฟุตบอลโลก 2022: แฮร์รี เคน พลาดจุดโทษ

อังกฤษมีโอกาสโค่นแชมป์เก่าอย่าง "ฝรั่งเศส" ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และสู้ได้อย่างสูสีตลอดทั้งเกม แต่แฮร์รี เคน ยิงจุดโทษตีเสมอให้ทีมในครึ่งหลัง ก่อนที่ฝรั่งเศสจะกลับขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 78

อย่างไรก็ตาม อังกฤษมีโอกาสทองในการตีเสมออีกครั้ง เมื่อได้จุดโทษในนาทีที่ 82 แต่แฮร์รี เคน กลับยิงข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้อังกฤษพลาดโอกาสไล่ตีเสมอ และสุดท้ายต้องพ่ายฝรั่งเศส 2-1 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศอย่างเจ็บปวด

แต่การพ่ายแพ้ต่ออาร์เจนตินาในศึกฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดที่สุดครั้งหนึ่งของทีมชาติอังกฤษ เพราะเรื่องราวระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตินาไม่ใช่เพียงการแข่งขันนัดหนึ่งที่จบลงแล้วผ่านไป แต่เป็นศึกระหว่างคู่ปรับตลอดกาลที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และบาดแผลที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

ด้วยรูปแบบความพ่ายแพ้ที่น่าเจ็บปวดของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 2026 จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียง และสร้างความเสียดายให้กับแฟนบอลอังกฤษไปอีกนาน

ที่มา: BBC Sport / Fox Sports / ESPN / Yahoo! Sports

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ