จาก “ฮาว” สู่ “ไยส์เล่อ” นิวคาสเซิ่ลจะเป็นแบบไหนต่อ?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากฟุตบอลเพรสซิ่งดุดันของ “เอ็ดดี้ ฮาว” สู่สไตล์แนวตั้งและเข้มข้นของ “มัทธีอัส ไยส์เล่อ” แล้วนิวคาสเซิ่ลยุคใหม่จะเปลี่ยนไปแค่ไหน?

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ มัทธีอัส ไยส์เล่อ กุนซือชาวเยอรมันวัย 38 ปี ที่เตรียมเข้ามารับงานต่อจาก เอ็ดดี้ ฮาว

แม้ ไยส์เล่อ จะเป็นหนึ่งในเฮดโค้ชอายุน้อยของพรีเมียร์ลีก แต่เส้นทางที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า เขาไม่ใช่กุนซือที่ขาดประสบการณ์แต่อย่างใด โดยเขาเคยสร้างชื่อกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ก่อนพาทีมคว้าแชมป์ลีกออสเตรียตั้งแต่ฤดูกาลแรก พร้อมสร้างผลงานในแชมเปียนส์ลีกด้วยการพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร 

เอ็ดดี้ ฮาว อดีตกุนซือนิวคาสเซิ่ล Reuters/Andrew Boyers
เอ็ดดี้ ฮาว อดีตกุนซือนิวคาสเซิ่ล
ก่อนย้ายไปคุม อัล อาห์ลี ในซาอุดีอาระเบีย และประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน

แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับแฟนนิวคาสเซิล อาจไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัล แต่เป็น สไตล์ฟุตบอล ที่กำลังจะถูกนำมาสู่เซนต์ เจมส์ พาร์ก

เพราะฟุตบอลของไยส์เล่อมีบางอย่างที่แฟนบอลยุคเอ็ดดี้ ฮาวน่าจะคุ้นเคย นั่นคือการเพรสซิ่งและความเข้มข้นในการเล่นโดยไม่มีบอล เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างคือ ไยส์เล่อมีแนวโน้มจะพาทีมเล่นเกมรุกที่ ตรงและดุดันกว่าเดิม

ปรัชญาของเขาค่อนข้างชัดเจน นั่นคือ เมื่อเสียบอล ต้องกดดันคู่แข่งให้เร็วที่สุด และเมื่อแย่งบอลกลับมาได้ ต้องพาบอลไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด

สมัยคุมซัลซ์บวร์ก ทีมของไยส์เล่อโดดเด่นเรื่องการแย่งบอลคืนในแดนกลาง รวมถึงการเล่นจังหวะสั้น ๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว
แนวคิดนี้ยังตามเขาไปถึงอัล อาห์ลี โดยกองกลางจะยืนใกล้กันเพื่อช่วยกันไล่บีบหลังเสียบอล ขณะที่แนวรับก็พร้อมดันขึ้นเพื่อสร้างแรงกดดันจากด้านหลัง

อธิบายให้เห็นภาพ นี่เป็นฟุตบอลที่ต้องการ “บีบให้เร็ว แย่งให้ไว แล้วเปลี่ยนเป็นเกมรุกทันที”

และเมื่อได้บอลกลับมา เกมรุกของไยส์เล่อก็จะเน้นความเป็นแนวตั้งอย่างชัดเจนเขาต้องการให้แนวรุกมีพื้นที่วิ่งทะลุด้านหลังแนวรับ โดยเฉพาะผู้เล่นริมเส้นที่มีความเร็วและสามารถเอาชนะคู่แข่งแบบตัวต่อตัวได้

นี่อาจเป็นข่าวดีสำหรับนักเตะอย่าง แอนโธนี่ อีลังก้า ที่มีจุดเด่นเรื่องความเร็วและการวิ่งโจมตีพื้นที่ รวมถึง บาซูมานา ตูเร่ และ เจค็อบ เมอร์ฟี่ย์ ที่สามารถเล่นงานคู่แข่งจากพื้นที่ริมเส้นได้

ขณะที่ นิค โวลเทมาเดอ ก็อาจได้รับประโยชน์จากระบบนี้เช่นกัน เพราะเขามีความสามารถในการพักบอลและเชื่อมเกมมากกว่าการเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ต้องรอเล่นบอลยาวเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในภาพที่สะท้อนฟุตบอลของไยส์เล่อได้ชัดเจน คือเมื่อทีมแย่งบอลได้ในแดนกลาง แนวรุกจะพร้อมวิ่งทะลุแนวรับทันที โดยนักเตะริมเส้นจะพยายามถ่างพื้นที่ให้กองหลังคู่แข่งต้องตัดสินใจว่าจะตามประกบหรือรักษาตำแหน่ง

เมื่อมีพื้นที่เกิดขึ้น เกมรุกของไยส์เล่อก็สามารถเปลี่ยนจากการแย่งบอลเป็นโอกาสยิงได้ในเวลาไม่กี่จังหวะ

อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลสไตล์นี้ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน การเพรสซิ่งสูงและการดันผู้เล่นขึ้นไปกดดันคู่แข่งหมายความว่า หากจังหวะเพรสไม่พร้อมกัน หรือมีใครตัดสินใจช้ากว่าคนอื่นเพียงเสี้ยววินาที พื้นที่ด้านหลังอาจถูกเปิดออกทันที

ขณะเดียวกัน การเล่นแบบนี้ก็มีความเสี่ยงเมื่อเสียบอล เพราะหากนักเตะยืนห่างกันมากเกินไป คู่แข่งจะสามารถเปลี่ยนแกนการเล่นไปอีกฝั่งและโจมตีพื้นที่ว่างได้
.
อีกหนึ่งจุดที่ต้องจับตามองคือ มิดบล็อก ของไยส์เล่อ โดยทีมของเขาสามารถถอยลงมาอยู่ในโครงสร้างที่กระชับ ใช้การประกบตัวและการดันขึ้นเป็นจังหวะเพื่อบีบพื้นที่ตรงกลาง แต่เมื่อปีกยืนสูงและทีมพยายามปิดพื้นที่แดนกลางมากเกินไป ก็อาจทำให้ทีมมีจุดอ่อนบริเวณริมเส้น หากคู่แข่งสามารถเปลี่ยนบอลออกด้านข้างได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น นิวคาสเซิ่ลในยุคไยส์เล่ออาจมีภาพที่แฟนบอลคุ้นเคยจากยุคฮาวอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องความดุดันในการเพรสซิ่งและการทำงานหนักของผู้เล่น ส่วนเกมรุก เขาอาจเน้นการเล่นบอลเร็ว พยายามเจาะพื้นที่ว่าง และส่งบอลให้แนวรุกวิ่งเข้าไปเล่นงานแนวรับคู่แข่งมากขึ้น 

สิ่งที่ไยส์เล่อต้องการจึงไม่ใช่แค่แข้งที่มีเทคนิคดี แต่ต้องเป็นนักเตะที่พร้อมวิ่ง พร้อมเพรส และมีความสามารถในการเปลี่ยนจังหวะจากเกมรับเป็นเกมรุกได้ทันที

รวมถึงในแดนกลาง นิวคาสเซิลอาจจำเป็นต้องมีผู้เล่นที่แข็งแกร่งและมีพลังงานสูง เพื่อรองรับการเพรสซิ่งและการไล่บีบคู่แข่งตลอดเกม

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเปลี่ยนผ่านจากฮาวมาสู่ไยส์เล่ออาจไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงแบบหักดิบทั้งหมด แต่มันอาจเป็นการนำฟุตบอลที่แฟนบอลคุ้นเคยอยู่แล้ว มาปรับให้มีความ เร็วขึ้นและกล้าเสี่ยงมากขึ้น

และหากไยส์เล่อสามารถถ่ายทอดแนวคิดของเขาให้กับนักเตะนิวคาสเซิลได้สำเร็จ เราอาจได้เห็นทีมที่ยังคงความดุดันแบบเดิม แต่เพิ่มความอันตรายในการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกเข้าไปอีกระดับ

เพราะยุคใหม่ของนิวคาสเซิลอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการลืมสิ่งที่เอ็ดดี้ ฮาวสร้างเอาไว้ แต่มันอาจเป็นการ ต่อยอดความดุดันแบบเดิม แล้วเติมฟุตบอลสไตล์ “Vertical” ของไยส์เล่อเข้าไป
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ