แม้ฟุตบอลโลก 2026 ปิดฉากลงไปแล้ว แต่ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับรางวัล "บัลลงดอร์" ยังคงร้อนแรง ว่าใครคือผู้ที่คู่ควรกับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีในวันที่ 26 ตุลาคมนี้มากที่สุด เมื่อผลงานตลอดฤดูกาลต้องถูกนำมาเปรียบเทียบกับฟอร์มในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก สุดท้ายแล้ว สิ่งใดควรมีน้ำหนักมากกว่ากันในการตัดสินรางวัลขณะที่ แฮร์รี เคน โรดรี ลามีน ยามาล คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ ลิโอเนล เมสซี ต่างก็มีผลงานและเหตุผลที่แข็งแกร่งพอจะก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลในปีนี้
แฮร์รี เคน
ก่อนฟุตบอลโลก หลายคนยกให้ "แฮร์รี เคน" เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง หลังระเบิดฟอร์มยิงประตูอย่างถล่มทลาย พา บาเยิร์น มิวนิก กวาดความสำเร็จ และจบฤดูกาลด้วยตัวเลขที่แทบไม่มีใครเทียบได้ในยุโรป แต่เมื่อฟุตบอลโลกผ่านพ้น ชื่อของเขากลับไม่ใช่คำตอบที่ชัดเจนอีกต่อไป
กองหน้าทีมชาติอังกฤษยิงไปถึง 73 ประตูจาก 64 นัด รวมการลงเล่นให้สโมสรและทีมชาติ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดอันดับสองต่อหนึ่งฤดูกาลในประวัติศาสตร์ พร้อมพา บาเยิร์น มิวนิก คว้าแชมป์บุนเดสลีกา เดเอฟเบ โพคาล และเยอรมัน ซูเปอร์คัพ อีกทั้งยังยิง 6 ประตูในฟุตบอลโลก พร้อมก้าวขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของอังกฤษในศึกฟุตบอลโลก
โรดรี
"โรดรี" ยังคงเป็นตัวแทนของนักเตะที่อาจไม่ได้โดดเด่นเรื่องตัวเลขการทำประตู แต่สร้างอิทธิพลต่อทีมได้มากที่สุด เขาเป็นศูนย์กลางของทีมชาติสเปนชุดแชมป์โลก และพิสูจน์อีกครั้งว่ากองกลางที่ควบคุมจังหวะเกมได้ทั้งเกมรุกและเกมรับ มีคุณค่าไม่แพ้กองหน้าที่ทำประตูเป็นกอบเป็นกำ
กัปตันทีมชาติสเปนพาทีมเสียเพียง 1 ประตูจาก 8 นัด ตลอดทัวร์นาเมนต์ พร้อมคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำฟุตบอลโลก และยังกลายเป็นนักเตะคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก, ยูโร, ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และบัลลงดอร์
ลามีน ยามาล
"ลามีน ยามาล" กลายเป็นสัญลักษณ์ของนักเตะยุคใหม่ หลังพาสเปนประสบความสำเร็จทั้งในระดับทีมชาติและสโมสร ทั้งที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า หากจะมีผู้สืบทอดยุคของเมสซีและโรนัลโด เขาคือคนที่ใกล้เคียงที่สุดในเวลานี้
ดาวรุ่งชาวสเปนทำไป 24 ประตู กับ 18 แอสซิสต์ พา บาร์เซโลนา คว้าแชมป์ลาลีกาและซูเปอร์โคปา ก่อนสร้างประวัติศาสตร์ในวัย 19 ปี ด้วยการเป็นนักเตะคนแรกที่คว้าแชมป์ทั้งยูโรและฟุตบอลโลกก่อนอายุครบ 20 ปี
คีเลียน เอ็มบัปเป้
"คีเลียน เอ็มบัปเป้" ยังคงได้เปรียบในด้านตัวเลขการทำประตูและความสามารถในการตัดสินเกมใหญ่ แม้จะไม่ใช่ฤดูกาลที่สมบูรณ์แบบที่สุดของเขา แต่ก็ยังเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงบัลลงดอร์ที่ไม่มีใครมองข้าม
ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสทำไป 42 ประตูจาก 44 นัด คว้ารางวัลดาวซัลโวทั้งลาลีกาและยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รวมถึงคว้ารองเท้าทองคำฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่สอง อย่างไรก็ตาม แม้ผลงานส่วนตัวจะยอดเยี่ยม แต่การไม่มีแชมป์รายการใหญ่กับสโมสรและทีมชาติในฤดูกาลนี้ อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการลุ้นบัลลงดอร์ของเขา
ลิโอเนล เมสซี่
แม้อายุจะล่วงเลยมาถึง 39 ปี แต่ "ลิโอเนล เมสซี่" ยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังสามารถสร้างความแตกต่างในเวทีระดับสูงสุดได้ หลังพาทีมชาติอาร์เจนตินาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 พร้อมฝากผลงานสำคัญในเกมชี้ขาดหลายนัด จนทำให้ชื่อของเขากลับมาอยู่ในวงสนทนาของรางวัลบัลลงดอร์อีกครั้ง
เมสซี่เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยการยิงแฮตทริกตั้งแต่นัดแรก และมีส่วนร่วมกับประตูของอาร์เจนตินาในรอบน็อกเอาต์เกือบทุกนัด แม้โอกาสคว้าบัลลงดอร์สมัยที่ 9 จะไม่มากนัก เนื่องจากปัจจุบันค้าแข้งอยู่ในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ แต่ผลงานในฟุตบอลโลกก็เพียงพอที่จะทำให้เขายังคงมีชื่ออยู่ในกลุ่มตัวเต็งอย่างสมศักดิ์ศรี
ที่มา: The Guardian