หากช่วงนี้คุณเลื่อนผ่านโซเชียลมีเดียแล้วเจอคำว่า "HYROX" อยู่บ่อยครั้ง นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะการแข่งขันฟิตเนสที่ผสมผสานทั้งการวิ่งและการออกกำลังกายแบบ Functional Workout กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนรักสุขภาพทั่วโลก แต่สำหรับใครที่กำลังคิดว่าอยากลองลงสนาม HYROX สักครั้ง อาจสงสัยว่าตลอดการแข่งขันต้องเจอกับอะไรบ้าง และต้องฟิตแค่ไหนถึงจะไปถึงเส้นชัยได้
รูปแบบของ HYROX กำหนดให้ผู้เข้าแข่งขันต้อง วิ่ง 1 กิโลเมตร สลับกับการออกกำลังกาย 1 ฐาน รวมทั้งหมด 8 รอบ นั่นหมายความว่าเมื่อจบการแข่งขัน คุณจะต้องวิ่งรวม 8 กิโลเมตร พร้อมพิชิต 8 ฐาน ตั้งแต่ SkiErg, Sled Push, Sled Pull, Burpee Broad Jump ไปจนถึง Wall Balls ฐานสุดท้าย เรียกได้ว่าเป็นบททดสอบที่ต้องใช้ทั้งความอึด ความแข็งแรง และการบริหารพลังงานตลอดการแข่งขัน
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจสมัครลงสนาม มาทำความรู้จักกันว่า วิธีแข่ง HYROX เป็นอย่างไร ผู้เข้าแข่งขันต้องผ่าน 8 ด่านอะไรบ้าง และแต่ละประเภทการแข่งขันแตกต่างกันอย่างไร เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกสตาร์ตจริง
8 ภารกิจ HYROX สุดโหด
- SkiErg ฐานแรกในการแข่งขัน HYROX คือ Ski Erg 1000 เมตร ที่เน้นกล้ามเนื้อแขน ไหล่ และแกนกลางของร่างกาย หากใช้เทคนิคที่ถูกต้อง จะสามารถใช้กล้ามเนื้อส่วนล่างไปพร้อมกัน ทำให้ Ski Erg เป็นการออกกำลังกายที่ครบทุกส่วน
- Sled Push 50 เมตร ฐานที่สองคือ Sled Push 50 เมตร แนะนำให้ฝึกท่านี้ก่อนถึงวันแข่ง เพราะคุณอาจต้องการรองเท้าที่มีพื้นเกาะแน่น! การออกกำลังกายนี้เน้นกล้ามเนื้อช่วงล่างของร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อหลัง แกนกลาง และต้นขาด้านหน้าเป็นพิเศษ
- Sled Pull 50 เมตร ฐานออกกำลังกายที่สาม เตรียมตัวใช้กล้ามเนื้อทั่วทั้งตัว ทั้งก้น หลัง แขน และแกนลำตัว
- Burpee Broad Jump 80 เมตร ฐานออกกำลังกายที่สี่ เป็นการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายที่มีทั้งคนรักและคนชัง Burpee Broad Jump อาจรู้สึกยากในครั้งแรก แต่ด้วยการฝึกฝนบ่อยๆ นักกีฬาหลายคนมองว่านี่เป็นฐานโปรดของพวกเขา
- Rowing 1000m Row ฐานออกกำลังกายที่ห้า คือ Row Erg 1000 เมตร ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของครึ่งหลังของการแข่งขัน HYROX
- Farmers Carry 200 เมตร ฐานออกกำลังกายที่หก เน้นการใช้กล้ามเนื้อหลังส่วนบน แกนกลาง และความแข็งแรงในการถือ คุณสามารถฝึกการแบกของขณะซื้อของเข้าบ้านเพื่อเพิ่มความพร้อมได้
- Sandbag Lunges 100 เมตร ฐานออกกำลังกายที่เจ็ด โดยจะต้องแบกน้ำหนัก 10 20 หรือ 30 กิโลกรัมขณะทำท่า Lunges เน้นกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก
- 100 Wall Balls ฐานสุดท้าย เป็นการสควอท + โยนบอล ปิดท้ายการแข่งขันอย่างสวยงาม
ประเภทการแข็งขันของ HYROX
- Open คือ เป็นประเภทการแข่งขันระดับมาตราฐานทั่วไป เป็นสนามแข่งขันมาตราฐานของ HYROX ที่ท้าทายแต่ทุกคนเอาชนะได้
- Pro คือรุ่นการแข่งขันระดับสูงประเภทเดี่ยว สำหรับนักกีฬาที่มีประสบการณ์ ใช้น้ำหนักมากขึ้นหรือน้ำหนักอุปกรณ์ที่หนักกว่า ผู้คนที่ต้องการทดสอบขีดจำกัดตัวเองแบบเดี่ยว
- Doubles การแข่งขันฟิตเนสแบบคู่ หาคู่เพื่อแข่ง HYROX โดยต้องวิ่ง 1 กิโลเมตรสลับกับฐานออกกำลังกายรวม 8 รอบ ทั้งคู่แบ่งฐานออกกำลังกายกันตามที่เลือกได้ตามความเหมาะสม โดยมีให้เลือกทั้งประเภท Women’s, Men’s หรือ Mixed Doubles
- Doubles Women ประเภทหญิงคู่ ในการแข่งขัน HYROX คือรุ่นที่นักกีฬาหญิง 2 คนร่วมมือกันทำภารกิจ 8 กิโลเมตร และผ่านฐานออกกำลังกาย 8 รอบ ทั้งคู่แบ่งฐานออกกำลังกายกันตามที่เลือกได้ตามความเหมาะสม
- Doubles Men ชายคู่ในการแข่งขัน HYROX คือรุ่นที่นักกีฬาชาย 2 คนร่วมมือกันทำภารกิจ 8 กิโลเมตร และผ่านฐานออกกำลังกาย 8 รอบ ทั้งคู่แบ่งฐานออกกำลังกายกันตามที่เลือกได้ตามความเหมาะสม
- Mixed Doubles ในการแข่งขัน HYROX แบบคู่ผสมชายและหญิง โดยต้องวิ่ง 1 กิโลเมตรสลับกับฐานออกกำลังกายรวม 8 รอบ ทั้งคู่แบ่งฐานออกกำลังกายกันตามที่เลือกได้ตามความเหมาะสม
- Relay Teams เหมาะสำหรับยิม บริษัท หรือกลุ่มเพื่อน เพราะในประเภทนี้การแข่งขัน HYROX จะถูกแบ่งออกเป็นทีมละ 4 คน โดยแต่ละคนจะวิ่ง 1 กิโลเมตร และทำ 1 ฐานออกกำลังกาย รวมทั้งหมด 2 รอบ
เคล็ดลับเตรียมตัวก่อนลงแข่งขัน HYROX
ฝึกการวิ่ง การแข่งขัน HYROX มีการวิ่งรวมทั้งหมด 8 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นการวิ่ง 1 กิโลเมตร จำนวน 8 รอบ ดังนั้น การฝึกวิ่งจึงเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมตัว โดยอาจฝึกวิ่งก่อนหรือหลังการออกกำลังกาย เพื่อจำลองสถานการณ์จริงและช่วยให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น
เรียนรู้มาตรฐานท่าการออกกำลังกาย สิ่งที่สำคัญคือทำความคุ้นเคยกับมาตรฐานท่าการออกกำลังกายของ HYROX เพื่อให้ฝึกซ้อมได้ถูกต้องและหลีกเลี่ยงการถูกตัดคะแนนในวันแข่งขัน ลองฝึกท่าต่าง ๆ กับเทรนเนอร์ที่ HYROX รับรองในยิม เพื่อหาวิธีการและเทคนิคที่เหมาะสมกับคุณที่สุด
อย่าเริ่มเร็วเกินไป นักกีฬาหลายคนมักวิ่งเร็วเกินไปในกิโลเมตรแรกและออกแรงมากเกินไปในฐานแรกจำไว้ว่านี่คือการแข่งขันแบบ Endurance ที่สามารถเทียบได้กับการวิ่ง Half Marathon ดังนั้น ให้ฝึกรักษาจังหวะ ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ แล้วคุณจะทำผลงานได้อย่างเต็มที่
พักผ่อน รับประทานอาหาร และดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วงเตรียมความพร้อม ระหว่างการฝึกซ้อม และในวันแข่ง อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่ดี และดื่มน้ำให้มาก ๆ โดยเฉพาะในวันแข่งที่คุณอาจไปถึงสถานที่ก่อนเวลา รักษาพลังงานไว้ เพื่อให้คุณพร้อมเต็มที่ ณ จุดปล่อยตัว