"คริสตอส โซลิส" เติบโตจากความผิดหวัง สู่ ความหวังใหม่ปืนใหญ่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากดาวรุ่งที่เคยล้มเหลวในพรีเมียร์ลีก สู่การกลับมาในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งกว่าเดิม วันนี้ คริสตอส โซลิส พร้อมพิสูจน์ตัวเองกับอาร์เซน่อลอีกครั้ง

คริสตอส โซลิส โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมเมื่อคืน ด้วยการทำไปถึง 2 แอสซิสต์ ช่วยให้อาร์เซน่อลคว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ได้สำเร็จ และทำให้ชื่อของปีกวัย 24 ปีรายนี้กลับมาอยู่ในสปอตไลต์อีกครั้ง 

เส้นทางของดาวเตะทีมชาติกรีซวัย 24 ปี ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ เขาต้องผ่านทั้งความผิดหวัง การย้ายทีม และช่วงเวลาที่ต้องออกไปค้นหาความมั่นใจของตัวเองใหม่อีกครั้ง

และบางที นั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้การกลับมาพรีเมียร์ลีกครั้งนี้น่าสนใจกว่าครั้งแรก

คริสตอส โซลิส Reuters/Paul Childs
คริสตอส โซลิส
 เพราะโซลิสไม่ได้กลับมาในฐานะดาวรุ่งวัย 19 ปีที่กำลังพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองดีพอสำหรับที่นี่

แต่กลับมาในฐานะนักเตะวัย 24 ปีที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วมากมาย และพร้อมพิสูจน์ว่า ตัวเองสามารถเป็นผู้เล่นคนสำคัญในพรีเมียร์ลีกได้แค่ไหน

ย้อนกลับไปในปี 2021 โซลิสย้ายจาก พีเอโอเค มาสู่ นอริช ซิตี้ พร้อมความคาดหวังในฐานะหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองของฟุตบอลกรีซ เขาเปิดตัวได้อย่างสวยหรู ด้วยการยิง 2 ประตูและทำ 2 แอสซิสต์ในเกมคาราบาว คัพ ที่นอริชถล่มบอร์นมัธ 6-0

แต่เมื่อเข้าสู่พรีเมียร์ลีก เรื่องราวกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวัง โซลิสได้ออกสตาร์ตในพรีเมียร์ลีกเพียง 3 นัดในฤดูกาล 2021/22 กับทีมที่จบฤดูกาลในอันดับสุดท้าย ก่อนที่โอกาสลงสนามจะยิ่งน้อยลงในฤดูกาลถัดมา และสุดท้ายต้องออกไปหาประสบการณ์กับ ทเวนเต้ ในเนเธอร์แลนด์

สำหรับดาวรุ่งที่กำลังต้องการเวลาในสนาม ช่วงเวลานั้นถือเป็นจุดที่เส้นทางอาชีพของเขาสะดุดลงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี โซลิสไม่ได้เลือกมองมันเป็นเพียงความล้มเหลว เขากลับมองว่าช่วงเวลาที่นอริชสอนอะไรเขาหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการรับมือกับความยากลำบาก และทำให้เขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจากฟุตบอล

เพราะโซลิสเป็นนักเตะเกมรุกที่ต้องการเล่นกับบอล ต้องการอยู่ในทีมที่ครองเกมและสร้างโอกาส แต่ฟุตบอลของนอริชในเวลานั้นกลับทำให้เขาต้องเล่นเกมรับต่ำและรอจังหวะสวนกลับมากกว่า

เมื่อโอกาสลงสนามมีไม่มาก และรูปแบบการเล่นของทีมก็ไม่ได้เอื้อกับจุดเด่นของเขา การพัฒนาจึงหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง ดังนั้น เมื่อมีโอกาสย้ายไปเล่นกับ ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ ในเยอรมนีแบบยืมตัว โซลิสจึงไม่ได้มองหาชื่อเสียงหรือเวทีที่ใหญ่กว่าเดิม แต่กำลังมองหาสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานั้น นั่นคือ โอกาสลงสนามและความมั่นใจ

และเขาก็ได้ทั้งสองอย่างกลับมา โซลิสระเบิดฟอร์มด้วยการยิง 22 ประตูจาก 30 เกมลีกในฤดูกาล 2023/24 จนกลับมาเป็นหนึ่งในตัวรุกที่น่าจับตามองอีกครั้ง จากนั้น คลับบรูชก็ตัดสินใจคว้าตัวเขาไปร่วมทีมแบบถาวรในปี 2024 และที่เบลเยียม นี่คือจุดที่โซลิสเริ่มกลายเป็นนักเตะคนใหม่อย่างแท้จริง

ตลอดสองฤดูกาลกับคลับบรูชโซลิสทำไป 33 ประตูในลีก พร้อมช่วยทีมคว้าแชมป์เบลเยียม คัพ และซูเปอร์ คัพ ก่อนจะระเบิดผลงานในฤดูกาล 2025/26 จนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของลีก

เขามีส่วนร่วมกับประตูถึง 50 ครั้งจาก 50 เกมในทุกรายการ และช่วยคลับบรูช คว้าแชมป์ลีกกลับมาได้สำเร็จ พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของลีกเบลเยียม

ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงทำให้โซลิสกลับมาอยู่บนเรดาร์ของสโมสรระดับท็อป แต่ยังเป็นหลักฐานว่าเด็กหนุ่มที่เคยเจอกับช่วงเวลายากลำบากในพรีเมียร์ลีก ได้เติบโตขึ้นมาเป็นนักเตะที่มีความมั่นใจและมีอิทธิพลต่อเกมมากกว่าเดิม และนั่นคือสิ่งที่อาร์เซน่อลมองเห็น

หากมองจากตำแหน่ง โซลิสอาจถูกเรียกว่า “ปีก” แต่สไตล์การเล่นของเขาไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ริมเส้น หนึ่งในนักเตะที่เขาใช้เป็นต้นแบบคือ ดาบิด บีย่า เพราะโซลิสมองว่าบีย่าไม่ใช่กองหน้าตัวเป้าแบบดั้งเดิม แต่เป็นนักเตะที่สามารถขยับออกมาทางซ้าย ก่อนตัดเข้าในเพื่อหาพื้นที่ทำประตู

โซลิสเองก็มีลักษณะคล้ายกัน เขาชอบขยับเข้าพื้นที่ด้านใน ใช้ความคล่องตัว การเคลื่อนที่ และการจบสกอร์เพื่อเข้าไปสร้างอันตราย
พูดง่าย ๆ คือ เขาเป็นปีกที่เล่นด้วยความคิดแบบกองหน้า

และนั่นทำให้เขาสามารถเป็นอีกหนึ่งอาวุธในแนวรุกของอาร์เซน่อล โดยเฉพาะในทีมที่ครองบอลสูงและสามารถสร้างโอกาสในพื้นที่สุดท้ายได้อย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญ โซลิสไม่ได้มีดีแค่เรื่องการทำประตูและสร้างสรรค์เกม เพราะอีกหนึ่งสิ่งที่ทีมงานอาร์เซน่อลประทับใจตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นคือสภาพร่างกายของเขา

ในการทดสอบสมรรถภาพบางรายการ โซลิสทำผลงานได้โดดเด่นจนทีมงานฟิตเนสตั้งฉายาให้เขาว่า “Leonidas” ตามชื่อกษัตริย์นักรบแห่งสปาร์ตันจากภาพยนตร์ 300

แม้เจ้าตัวจะไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นัก แต่ความจริงก็คือเขามีสภาพร่างกายที่พร้อมสำหรับฟุตบอลที่เข้มข้น และยังแสดงให้เห็นถึงความขยันในการช่วยทีมทั้งเกมรุกและเกมรับ

สำหรับอาร์เซน่อล นี่คือคุณสมบัติที่สำคัญ เพราะเขาไม่ได้ต้องการแค่ผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้าย แต่ต้องการนักเตะที่พร้อมทำงานเพื่อระบบด้วย

และอีกเหตุผลที่ทำให้โซลิสเลือกอาร์เซน่อลได้ไม่ยาก ก็คือบทสนทนากับ มิเกล อาร์เตต้า โซลิสเปิดเผยว่า อาร์เตต้าไม่ได้ขอให้เขาเปลี่ยนสไตล์การเล่นจากที่เคยทำกับคลับบรูช แต่กลับต้องการให้เขาเล่นในแบบที่ตัวเองถนัดที่สุด

ไม่ต้องคิดว่าจะต้องยิงกี่ประตู ไม่ต้องพยายามทำอะไรที่แตกต่าง เพียงแค่เล่นอย่างอิสระและแสดงคุณภาพของตัวเองออกมา
แนวคิดนี้ดูเหมือนจะเข้ากับโซลิสอย่างมาก เพราะหลังจากใช้เวลาหลายปีในการค้นหาตัวเอง เขาอาจไม่ต้องการสโมสรที่พยายามเปลี่ยนเขาให้เป็นนักเตะคนอื่น

แต่ต้องการทีมที่เชื่อว่า เวอร์ชันที่ดีที่สุดของเขา มีดีพออยู่แล้ว และอาร์เซน่อลก็เป็นทีมที่มอบความรู้สึกนั้นให้เขา

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ การกลับมาของโซลิสครั้งนี้มีเรื่องราวที่เหมือนถูกเขียนเอาไว้ล่วงหน้า เมื่อ 5 ปีก่อน เขาเคยลงสนามพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม ในฐานะนักเตะนอริช

ตอนนั้นเขาอายุเพียง 19 ปี และกำลังพยายามหาที่ของตัวเองในฟุตบอลอังกฤษ วันนี้เขากลับมายังสนามแห่งเดิมอีกครั้ง แต่เปลี่ยนจากนักเตะทีมเยือนมาเป็นผู้เล่นของอาร์เซน่อล

จากเด็กหนุ่มที่เคยได้รับโอกาสลงเล่นพรีเมียร์ลีกเพียงไม่กี่เกม วันนี้เขากลับมาพร้อมประสบการณ์จากเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และเบลเยียม รวมถึงความมั่นใจที่สร้างขึ้นจากการลงสนามและการพิสูจน์ตัวเองมาตลอดหลายปี

มันจึงไม่ใช่แค่การกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง แต่มันคือโอกาสในการ เขียนเรื่องราวบทเดิมขึ้นใหม่

และนั่นอาจเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ คริสตอส โซลิส เขาไม่ได้เป็นนักเตะที่เส้นทางอาชีพพุ่งขึ้นมาตลอดเวลา แต่กลับเป็นคนที่ต้องเรียนรู้จากช่วงเวลาที่มันไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

จากนอริช สู่ ทเวนเต้ จากนั้นไปดุสเซลดอร์ฟ ก่อนจะสร้างชื่อกับคลับบรูช และสุดท้ายกลับมาสู่พรีเมียร์ลีกในฐานะนักเตะของอาร์เซน่อล
โซลิสเคยพูดเอาไว้ว่า “ผมไม่ใช่นักเตะคนเดิมกับตอนอยู่นอริช 100 เปอร์เซ็นต์ ผมรู้สึกได้ทั้งจากร่างกายและความคิด ตอนนี้ถึงเวลาของผมแล้ว ที่จะได้แสดงให้เห็นว่าผมพร้อมและสามารถเล่นในพรีเมียร์ลีกได้”

และบางที นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการกลับมาครั้งนี้จึงแตกต่างจากครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อ 5 ปีก่อน คริสตอส โซลิส เคยมาอังกฤษเพื่อพิสูจน์ตัวเองในฐานะดาวรุ่ง

แต่วันนี้...เขากลับมาเพื่อพิสูจน์ว่า การเติบโตของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะพาเขาไปได้ไกลแค่ไหนในพรีเมียร์ลีก
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ