ฮัลล์จับทางแมนยูได้ยังไง? 3 จุดอ่อนที่คาร์ริคต้องรีบแก้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ฮัลล์เปิดแผลแมนยูให้เห็นชัด ทั้งรับมือระบบหลัง 5 ลูกตั้งเตะ และเกมรุกที่ไร้ความคม นี่คือ 3 จุดที่คาร์ริคต้องรีบแก้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปิดหัวฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2026/27 ด้วยความพ่ายแพ้แบบช็อกแฟนบอล หลังบุกไปแพ้ฮัลล์ ซิตี้ 0-2 ทั้งที่ก่อนเกมกระแสความคาดหวังต่อทีมของ ไมเคิล คาร์ริค กำลังพุ่งขึ้นสูงมาก แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าสกอร์ คือ วิธีที่แมนยูถูกฮัลล์เล่นงาน 

เพราะเจ้าบ้านไม่ได้เพียงอาศัยความมุ่งมั่นของทีมน้องใหม่ แต่เตรียมแผนมาโจมตีจุดอ่อนของแมนยูโดยเฉพาะ จนกุนซือ เซอร์เกย์ ยาคิโรวิช ยอมรับหลังเกมว่า ทีมของเขาดูแมนยูมา 3 ครั้งและเห็นปัญหาที่สามารถนำมาใช้เล่นงานได้

แมนยูเปิดหัวไม่ค่อยดีในนัดแรก Reuters/Lee Smith
แมนยูเปิดหัวไม่ค่อยดีในนัดแรก
1. หลัง 5 และวิงแบ็ก กลายเป็นปัญหาของแมนยู

ฮัลล์เปลี่ยนมาใช้ระบบกองหลัง 5 คน พร้อมวิงแบ็กที่ยืนกางออกไปเต็มความกว้างของสนาม เพื่อบังคับให้แนวรับแมนยูต้องกระจายตัวออกจากกัน ก่อนจะใช้การเปลี่ยนแกนและเปิดบอลเข้าเขตโทษ 

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับแมนยู เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยเจอปัญหาจากระบบลักษณะเดียวกันมาแล้วทั้งในเกมกับเอซี มิลาน, เร็กซ์แฮม และลีดส์ ยูไนเต็ด

ยาคิโรวิชอธิบายว่า แมนยูมักดันผู้เล่นขึ้นสูงและพยายามสร้างความได้เปรียบในแดนกลาง ดังนั้นสิ่งที่ฮัลล์ต้องทำคือปิดช่องว่างระหว่างไลน์ เมื่อแย่งบอลได้ก็เปลี่ยนเกมไปยังพื้นที่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว เพราะวิงแบ็กของพวกเขาจะมีพื้นที่และสามารถเติมเข้าเขตโทษได้หลายคน

พูดง่าย ๆ คือ แมนยูพยายามครองพื้นที่ตรงกลาง แต่ฮัลล์เลือกโจมตีพื้นที่ที่ถูกเปิดออกด้านข้าง และนี่คือสิ่งที่คาร์ริคต้องหาคำตอบให้ได้ หากคู่แข่งรายอื่นเริ่มมองเห็นแพตเทิร์นเดียวกัน

2. ลูกตั้งเตะยังเป็น “แผลเปิด” ที่คู่แข่งพร้อมโจมตี

สองประตูของฮัลล์มาจากลูกตั้งเตะทั้งคู่ และนี่อาจเป็นจุดที่น่าหงุดหงิดที่สุดสำหรับแมนยู เพราะมันไม่ได้เกิดจากการโดนเล่นงานด้วยเกมรุกซับซ้อน แต่เกิดจากการเสียสมาธิและการจัดการพื้นที่ในกรอบเขตโทษ

ประตูแรกมาจากลูกเตะมุมที่ โอลลี่ แม็คเบอร์นีย์ ได้โอกาสบริเวณเสาไกล ก่อนบอลจะตกมาเข้าทาง เซมี อาจายี ที่ยืนว่างในกรอบ 6 หลา ส่วนประตูที่สองมาจากฟรีคิกที่ โนเบล เมนดี้ โฉบเข้ามาโหม่งได้โดยไม่มีตัวประกบใกล้ ๆ
ที่สำคัญ ฮัลล์ไม่ได้บังเอิญได้ประตูจากจังหวะเหล่านี้ แต่มีการเตรียมแผนมาโดยเฉพาะ ยาคิโรวิชเปิดเผยว่าพวกเขาทดลองรูปแบบการเล่นลูกตั้งเตะในการซ้อมก่อนเกม และพยายามใช้วิธีที่คิดว่าจะเล่นงานการยืนตำแหน่งของแมนยูได้

นี่จึงเป็นอีกเรื่องที่คาร์ริคต้องรีบแก้ เพราะในพรีเมียร์ลีก ลูกตั้งเตะเพียงไม่กี่จังหวะสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ทันที และฮัลล์ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนจุดนี้ให้กลายเป็นอาวุธได้

3. ครองบอลเยอะ แต่สร้างอันตรายได้น้อยเกินไป

และนี่อาจเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด เพราะต่อให้แมนยูแก้เรื่องลูกตั้งเตะได้ แต่ถ้าครองบอลแล้วไม่สามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นโอกาสคุณภาพสูงได้ ทีมก็ยังมีปัญหาอยู่ดี

แมนยูมีบอลมากถึง 72 เปอร์เซ็นต์ และยิงถึง 21 ครั้ง แต่โอกาสส่วนใหญ่กลับไม่ได้มีคุณภาพมากนัก โดย 16 ครั้งมีค่า xG ต่ำกว่า 0.1 และค่าเฉลี่ยคุณภาพของโอกาสจากเกมเปิดของแมนยูในนัดนี้ก็ต่ำกว่าปัญหาที่พวกเขาเคยเจอในฤดูกาลก่อนเสียอีก

สิ่งที่เห็นชัดคือ แมนยูมีบอล แต่ขาด ความเร็ว ความเฉียบคม และการเคลื่อนที่ที่สามารถทำลายแนวรับของฮัลล์ เกมจึงออกมาในจังหวะค่อนข้างช้า ขณะที่ฮัลล์กลับเล่นด้วยความกระตือรือร้นกว่า และเมื่อได้บอลก็พยายามเปลี่ยนจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว

นี่คือโจทย์สำคัญของคาร์ริค เพราะฟุตบอลของทีมไม่สามารถพึ่งการครองบอลหรือจำนวนครั้งในการยิงได้เพียงอย่างเดียว หากคู่แข่งยอมให้แมนยูมีบอล แต่ปิดพื้นที่สำคัญและรอเล่นงานในจังหวะเปลี่ยนเกม สิ่งที่ต้องมีคือ Plan B

ความพ่ายแพ้ต่อฮัลล์จึงอาจไม่ได้หมายความว่าแนวทางของคาร์ริคผิดทั้งหมด และตัวกุนซือเองก็ยืนยันว่าไม่ใช่เวลาที่จะตื่นตระหนก แต่เกมนี้เปิดให้เห็นชัดว่า แมนยูยังมีคำถามสำคัญที่ต้องตอบ โดยเฉพาะการรับมือกับระบบที่แตกต่างออกไป การป้องกันลูกตั้งเตะ และการเปลี่ยนการครองบอลให้กลายเป็นโอกาสที่มีคุณภาพ

เพราะในพรีเมียร์ลีก คู่แข่งไม่ได้มีหน้าที่เล่นตามแผนของเรา และสิ่งที่ฮัลล์เพิ่งทำให้เห็นก็คือ ถ้าคู่แข่งมองเห็นจุดอ่อนของแมนยูแล้ว คาร์ริคต้องหาวิธีทำให้พวกเขาใช้มันไม่ได้อีกครั้ง

นี่ต่างหากคือบททดสอบจริงของไมเคิล คาร์ริค ในฤดูกาลนี้
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ